ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 2074 ม้าควบทั้งสี่ทิศ
“ฮึ” ชายที่ยิงปืนจากสมาคมสงเคราะห์โลกส่งเสียงฮึดฮัดเย็นชา
เขาไม่คิดว่าภารกิจจะสำเร็จได้ง่ายขนาดนี้
ม้าตัวนี้ช่างโง่เขลาเสียจริง เขายิงปืนไปแล้วแต่มันยังยืนนิ่งไม่ ขยับ
ส่วนชายที่อยู่บนหลังม้า ยิ่งสมควรตายหนักกว่า เขาเมาหรือเป็น อะไรไป ถึงได้วิ่งมาหาความตายในเขตของสมาคมสงเคราะห์โลก ของพวกเขา?
เขายิงปืนไปแล้วยังไม่ตื่น ต้องถูกยิงทะลุสมองอย่างแน่นอน
พลังของเขาไม่ได้แข็งแกร่งมากนัก แต่เขามั่นใจในฝีมือการใช้ ปืนของตัวเอง ตราบใดที่เหยื่อยังไม่ขยับในขณะที่กระสุนพุ่งออกไป เขาก็สามารถยิงทะลุเหยื่อได้แน่นอน
แล้วมันก็เป็นอย่างที่คิดไว้ กระสุนพุ่งตรงไปยังศีรษะของชายบน หลังม้า
เสียงปัง! ดังสนั่น
เขายิ้มกว้าง แต่ในวินาทีถัดมา เขาก็ชะงัก
ไม่ใช่แค่เขา คนอื่น ๆ รอบข้างก็ตกตะลึงเช่นกัน
กระสุนนั้นยิงโดนศีรษะของชายบนหลังม้าจริง ๆ แต่ภาพสมอง แตกกระเด็นเลือดไหลนองไปทั่วที่พวกเขาจินตนาการไว้กลับไม่ เกิดขึ้น
ร่างของชายคนนั้นแค่สั่นเล็กน้อยจากแรงกระแทก โงนเงนไปนิด หน่อย แต่ไม่มีบาดแผลใด ๆ ปรากฏบนศีรษะของเขา แม้แต่รอย ถลอกบนผิวหนังก็ไม่มี
คนของสมาคมสงเคราะห์โลกนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะสูดหายใจ เฮือกด้วยความตกใจ ต่างถอยหลังกรูกัน ใบหน้าแสดงความ หวาดกลัว
นักรบผู้แข็งแกร่งเช่นใดกันที่แม้ไม่ได้ระวังป้องกันกระสุนนัดนี้ แต่กลับยังปลอดภัยไร้บาดเจ็บ?
ม้าเสี่ยวหงก็ตกตะลึงเช่นกัน ใบหน้าม้าเรียวยาวเย็นชาลงใน พริบตา มันส่งเสียงร้องขึ้น ราวกับกำลังบอกว่า พวกเจ้าบังอาจลอบ กัดเจ้านายของข้างั้นเหรอ?
“ฮี้…!” มันเงยหน้าคำรามก้องฟ้า ท่าทางและสง่าราศีของมันใน ยามนี้ดูไม่เหมือนม้าเลยสักนิด แต่กลับดูเหมือนหมาป่าตัวหนึ่ง มากกว่า
สิ่งที่มันใช้ก็คือวิชาลับขั้นสูงที่เสี่ยวไป๋เคยถ่ายทอดให้มันเมื่อ นานมาแล้ว หมาป่าสวรรค์คำรามจันทรา!
ในชั่วขณะนั้น ท้องฟ้าที่มืดอยู่แล้วยิ่งมืดลงกว่าเดิม เมฆลม ปั่นป่วน
ลมแรงพัดกระหน ่าพื้นที่ที่ทุกคนยืนอยู่ในทันที บนซาก ปรักหักพังมีฝุ่นทรายสีเหลืองแห้งฟุ้งขึ้น และค่อย ๆ รวมตัวกันเป็น ทอร์นาโด
“วิ่ง!” คนของสมาคมสงเคราะห์โลกไม่คิดว่าม้าตัวหนึ่งจะมีพลัง มหาศาลเช่นนี้ แล้วพลังของชายที่นั่งบนหลังม้าจะน่ากลัวเพียงใด?
พลังมหาศาลแบบนี้ บางทีมีเพียงหัวหน้าของสมาคมสงเคราะห์ โลก ชายที่ได้รับการขนานนามว่าเป็นเทพเท่านั้นที่จะสามารถใช้ได้ อย่างง่ายดาย
เสี่ยวหงพ่นลมจากจมูกอย่างแรง กีบหน้าซ้ายของมันยกขึ้น เล็กน้อย จากนั้นก็กระทืบลงบนพื้นอย่างรุนแรง
เมฆดำบนท้องฟ้ากองตัวและพลิกไปมาอย่างรวดเร็ว กลายเป็น เงารอยกีบม้าขนาดมหึมา กระแทกลงมาทางฝูงชนอย่างรุนแรง
“กีบเท้าต้าหวงสยบฟ้า!”
ท่านี้ คือท่าที่ท่านผู้เฒ่าเทพยามกลางวันเป็นคนถ่ายทอดให้มัน ในตอนที่มันยังอยู่ที่เมืองผี
สมาชิกของสมาคมสงเคราะห์โลกรีบหลบเข้าไปในยานอวกาศ ซึ่งเป็นยานที่ผ่านการดัดแปลงเป็นพิเศษ มีระบบป้องกันและโจมตีใน ตัวเดียวกัน ไม่ด้อยกว่าเรือรบของทางการทั่วไป
กีบม้าเหยียบลงบนยานอวกาศอย่างรุนแรง ทำให้ยานสั่นไหว อย่างรุนแรง เกิดเสียงโลหะบิดเบี้ยวดังเอี๊ยดอ๊าด แต่ก็ยังทนรับแรง โจมตีครั้งนี้ได้
คนในยานถอนหายใจด้วยความโล่งอก รีบเปิดเครื่องยานเตรียม หลบหนีไปขอความช่วยเหลือ
พวกเขารู้แต่แรกว่า หลังจากได้รับรายงานจากจางซานและหวัง เอ้อร์ก็ไม่ควรมา ใครจะไปคิดว่าม้าหน้าตาประหลาดตัวนี้จะเก่งกาจ หลุดโลกขนาดนี้!
เมื่อเสี่ยวหงเห็นว่าเจ้าก้อนเหล็กอัปลักษณ์นี่ดันทานรับท่ากีบ เท้าต้าหวงสยบฟ้าของมันเอาไว้ได้ มันจึงยกกีบเท้าหน้าทั้งสอง ข้างขึ้นอีกครั้งแล้วกระทืบลงอย่างแรง ฝุ่นทรายรอบทิศทางพลัน ควบแน่นกลายเป็นเงาร่างของฝูงม้านับหมื่น แล้วเริ่มพุ่งเข้าชนเจ้า ก้อนเหล็กที่คนของสมาคมสงเคราะห์โลกทั้งแปดใช้หลบซ่อนอย่าง บ้าคลั่ง
ตูม! ตูม! ตูม!
ภายใต้การถาโถมของฝูงม้านับหมื่น ยานอวกาศของสมาคม สงเคราะห์โลกก็ไม่สามารถทนได้อีกต่อไป พังทลายแตกออกจากกัน ทันที ทำให้คนที่หลบอยู่ภายในถูกเหวี่ยงออกมา
ทุกคนร่วงลงมาบนซากปรักหักพังอย่างแรง บางคนมือเท้าหัก ขาดลอย บางคนตกลงมาจนเนื้อหนังยับเยิน
“ท่านม้าศักดิ์สิทธิ์ โปรดไว้ชีวิตด้วย!” คนที่ยังมีแรงกรีดร้องอย่าง น่าสงสาร คุกเข่าลงต่อหน้าเสี่ยวหง
เสี่ยวหงมีนิสัยเหมือนเจ้าของของมัน ส่วนใหญ่มีความเมตตา เมื่อเห็นคนเหล่านี้ขอชีวิต มันจึงหยุดการโจมตี และกวาดตามองทุก คนอย่างเย็นชา
“ฮี้ ฮี้ ฮี้…”
ราวกับกำลังบอกว่า อย่าให้เกิดขึ้นอีก
แต่พวกคนของสมาคมสงเคราะห์โลกฟังไม่รู้เรื่องแม้แต่นิดเดียว ทำได้เพียงก้มหน้าก้มตาพยักหน้าหงึกๆ อย่างว่าง่าย ปากก็พร ่าเอ่ย แต่คำขอขมาลาโทษ
คนเหล่านี้คิดอย่างไรก็คิดไม่ตก หรือว่าม้าสีแดงพุทราตัวนี้จะ เป็นปีศาจม้าผู้เกรียงไกรจากที่ไหนสักแห่ง มิเช่นนั้นทำไมมันถึงได้ แข็งแกร่งจนน่าเหลือเชื่อขนาดนี้?
ทว่าหากจ้าวอู่เจียงฟื้นขึ้นมา เขาเองก็คงจะสงสัยในประเด็นนี้
เช่นกัน ไม่ใช่ว่าเดิมทีเสี่ยวหงวิญญาณเกือบจะแตกสลายไปแล้ว หรอกหรือ?
เหตุใดตอนนี้กลับไม่มีร่องรอยเช่นนั้นเลย?
ซ ้ายังแข็งแกร่งกว่าแต่ก่อนมากมายมหาศาลนัก
เสี่ยวหงมาจากยุคสมัยที่เก้าหรือมาจากอดีตที่สูญสิ้นไปแล้วกัน แน่?
ความสงสัยมากมายเหล่านี้ ล้วนต้องการคำตอบ
ลมพายุรอบด้านค่อย ๆ สงบลง ฝุ่นทรายกำลังร่วงหล่นลงมาอีก ครั้ง ฟ้าดินกำลังกลับคืนสู่ความสงบใส
ทั้งแปดคนของสมาคมสงเคราะห์โลกบาดเจ็บสาหัสเกือบทั้งหมด แต่ไม่มีใครเสียชีวิต แต่ในตอนนี้ไม่มีใครกล้าหนี กลัวว่าจะทำให้เทพ ม้าผู้สูงศักดิ์โกรธอีกครั้ง จนโดนเท้าม้าเตะตายไป
พวกเขาคุกเข่าลงกับพื้น ตัวสั่นงันงก ในใจสวดอ้อนวอนไม่หยุด ให้หัวหน้าสมาคมสงเคราะห์โลกรีบมาถึง
ความวุ่นวายที่นี่ใหญ่โตขนาดนี้ คิดว่าคนอื่น ๆ ของสมาคม สงเคราะห์โลกน่าจะรับรู้แล้ว และกำลังเดินทางมา
เพียงแค่หัวหน้ามาถึง พวกเขาก็น่าจะปลอดภัย
ต้องรู้ไว้ว่า หัวหน้าของพวกเขานั้นคือเทพเจ้า เป็นเทพเจ้าตัว จริงเสียงจริง
สมาคมสงเคราะห์โลกที่สามารถปิดกั้นดินแดนในกาแล็กซี่ และ ยึดครองดวงดาวต่าง ๆ เพื่อทำการซื้อขายได้นั้น เพราะมีความมั่นใจ ที่หัวหน้าใหญ่มอบให้ ประกอบกับการที่ได้รับการเพิกเฉยจากคน บางกลุ่มที่อยู่เบื้องบน