ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 2076 ก้าวผ่านนิพพานสู่ดวงดาว
“น่าสนใจ” ผู้นำสูงสุดของสมาคมสงเคราะห์โลกอึ้งไป จริง ๆ แล้วเขาฟังที่มันสื่อสารไม่รู้เรื่องเลยแม้แต่น้อย แต่เนื่องจากยังมี สมาชิกสมาคมคนอื่น ๆ ติดตามเขามาด้วยอีกหลายคน รวมกับ สมาชิกแปดคนที่อยู่ในเหตุการณ์ก่อนหน้า กลายเป็นว่าต่อหน้าคน นับสิบเช่นนี้ ในฐานะที่เขาเป็น “เทพเจ้า” เขาจะแสดงออกว่าฟังไม่รู้ เรื่องไม่ได้เด็ดขาด
ไม่เช่นนั้นภาพลักษณ์ของเขาในฐานะผู้รู้แจ้งเห็นจริงในใจ สมาชิกสมาคมสงเคราะห์โลกก็จะพังทลาย แล้วต่อไปจะควบคุมพวก ชาวบ้านที่มาจากที่มาต่างกันเหล่านี้ได้อย่างไร?
“แกยอมรับก็ดีแล้ว” ผู้นำสูงสุดพยักหน้าเบา ๆ สีหน้าเมตตา
“สรรพสิ่งในใต้หล้าล้วนมีจิตวิญญาณ ฉันเห็นแก่ที่เจ้าบำเพ็ญ เพียรจนกลายเป็นปีศาจได้นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย แกไปเสียเถอะ ครั้งนี้ให้ ถือว่าเป็นข้อยกเว้น แต่อย่าได้ทำผิดซ ้าสองอีก…”
สมาชิกสมาคมสงเคราะห์โลกมองหน้ากันไปมา คิดในใจว่า ตั้งแต่เมื่อไหร่หัวหน้าถึงได้พูดดีแบบนี้?
แต่รูปลักษณ์ที่ใจกว้างของหัวหน้าในตอนนี้ สมกับเป็นเทพจริง ๆ
เจ้าม้าเสี่ยวหงใช้ดวงตาที่ใสแจ๋วของมันจ้องเขม็งไปที่คนที่
สมาชิกสมาคมเรียกว่าลูกพี่ ท่าทางที่ดูอ่อนโยนของชายคนนี้ทำให้ มันเริ่มไม่แน่ใจชั่วขณะว่าเขาเป็นคนดีหรือคนเลวกันแน่
หัวหน้าสมาคมสงเคราะห์โลก มีชื่อเดิมว่า ลู่เหรินเจี่ย
ตระกูลลู่มีชื่อเสียงอยู่บ้างในหมู่ดวงดาวแถบนี้ หลังจากไวรัส พันธุกรรมระบาดอย่างรุนแรง ดวงดาวใกล้เคียงก็ล่มสลายอย่าง รวดเร็ว คนในตระกูลใหญ่ต่างก็ตายบ้าง หนีบ้าง
และลู่เหรินเจี่ย หลังจากหนีรอดมาได้อย่างยากลำบาก กลับถูก คนในตระกูลส่งมายังภูมิภาคนี้ เพื่อมา “หา” เงินในยามชาติล่มจมให้ ตระกูล
ยิ่งในยามวิกฤติและหายนะ หากแข็งใจพอ ก็ยิ่งสะสมทุนได้ง่าย กว่าปกติ
สำนักทั้งสามของอาณาเขตพันดารา ตระกูลใหญ่ทางตะวันออก บางตระกูล ชนชั้นสูงทางตะวันตกและตะวันเหนือ หรือผู้สืบเชื้อสาย ต่าง ๆ ล้วนผงาดขึ้นมาในยามสับสนวุ่นวาย
บางทีเรื่องราวที่สืบทอดต่อกันมาอาจเป็นเรื่องสร้างแรงบันดาลใจ และเร้าใจ แต่ในความเป็นจริงแล้วยังคงมีพื้นฐานอยู่บนทะเลเลือดที่
เต็มไปทั่วฟ้า
ปัในตอนนี้ เพื่อให้แน่ใจว่าการซื้อขายดวงดาวเหล่านี้จะดำเนิน ไปอย่างราบรื่น ตระกูลลู่จึงได้เตรียมการติดสินบนทั้งบนและล่างไว้
จนเสร็จสรรพ อีกทั้งยังใช้ทรัพยากรของตระกูลทุ่มเทจนสามารถดัน ระดับพลังของเขาให้ขึ้นถึงขอบเขตดาราจักรเล็กซึ่งเทียบเท่ากับเทพ เจ้า เพื่อมาดูแลสถานที่แห่งนี้
แม้ว่าในร่างของเขาจะมีเพียงพลังเทพห้าธาตุเพียงแค่ธาตุน ้า สายเดียว แต่ก็ยังถือเป็นเทพเจ้าดวงดาวน้อยที่แท้จริง
สำหรับการจัดการกับคนธรรมดาทั่วไป ถือเป็นการโจมตีข้าม ระดับอย่างสิ้นเชิง
แต่ถึงจะวางมาดดุจเทพเจ้าต่อหน้าพวกสมาคมสงเคราะห์โลกที่
เป็นแค่กลุ่มสวะหรือคนทั่วไปได้ ทว่าเขาก็รู้ดีว่าพลังของตัวเองนั้น กลวงโบ๋และไม่มั่นคง เขาจึงไม่เคยคิดจะไปหาเรื่องพวกคนที่มีสง่า ราศีดูไม่ธรรมดาเลยแม้แต่น้อย
ตราบใดที่ไม่หาเรื่องใส่ตัว ในช่วงเวลาที่ไวรัสพันธุกรรมกำลัง ระบาด เขาลู่เหรินเจี่ยสามารถเป็นราชาผู้ปกครองในพื้นที่แห่งนี้ได้ อย่างสมบูรณ์
ด้วยเหตุผลนี้ หลังจากที่ลู่เหรินเจี่ยได้พิจารณาม้าและชายที่อยู่ บนหลังม้าแล้ว เขาก็ตัดสินใจในใจว่า ถ้าเลี่ยงได้ก็จะไม่ยั่วยุ
แค่ม้าตัวเดียวก็แข็งแกร่งถึงขนาดนี้ มีความสามารถเรียกลม เรียกฝนได้ ชายที่อยู่บนหลังม้า น่าจะแข็งแกร่งกว่าม้ามากเป็นแน่
ไม่อย่างนั้นจะควบคุมม้าพันธุ์เช่าหงที่ดูยโสโอหังตัวนี้ได้อย่างไร
“ฮี้ ฮี้ ฮี้” ม้าเสี่ยวหงส่งเสียงร้องดังลั่น เมื่อครู่มันตั้งคำถามกับ พวกสมุนปลายแถวของสมาคมสงเคราะห์โลกแล้วไม่ได้คำตอบ ตอนนี้มันจึงตั้งคำถามกับหัวหน้าสมาคมคนนี้อีกครั้ง ว่าทำไมที่นี่ถึง มีคนตายมากมายขนาดนี้ บางคนถูกพิษตาย และบางคนก็ถูกฆ่า ตายอย่างชัดเจน เหมือนเป็นวิธีการกวาดล้างพื้นที่อย่างไรอย่างนั้น
“ทำไมฉันถึงจะปล่อยแกไปหรอ?” ลู่เหรินเจี่ยยิ้มอย่างเมตตาและ อ่อนโยน
“เพราะฉันใจดี…”
เสี่ยวหงหน้าตูมลง การพูดคุยระหว่างทั้งสองฝ่ายไม่ค่อยราบรื่น อีกครั้ง
ในช่วงที่บรรยากาศไม่ค่อยราบรื่น จ้าวอู่เจียงบนหลังม้าขยับตัว เล็กน้อยเสี่ยวหงจึงเพ่งความสนใจทันที เฝ้าระวังสิ่งรอบข้าง ก่อนจะ รู้สึกถึงสภาวะของเจ้านายจ้าวอู่เจียงอย่างละเอียด
คิ้วซ้ายของลู่เหรินเจี่ยกระตุกขึ้นเล็กน้อย เห็นได้ชัดว่าเขาก็ สังเกตเห็นว่าจ้าวอู่เจียงเพิ่งขยับตัวเช่นกัน
ในฐานะเทพแห่งขอบเขตดาราจักรเล็ก แม้พลังของเขาจะไม่ มั่นคงเพียงใด เมื่อเขาตั้งใจรับรู้สภาวะของจ้าวอู่เจียงในตอนนี้ เขาก็ ดูเหมือนจะคิดอะไรบางอย่างได้
หัวใจของเขาพลันกระตุกวูบขึ้นมาทันที
หากเขาจำไม่ผิด ในขอบเขตดาราจักรนั้น ยามที่ขอบเขตดารา จักรเล็กจะก้าวเข้าสู่ขอบเขตดาราจักรใหญ่ หรือเมื่อขอบเขตดารา จักรใหญ่กำลังจะควบแน่นผลไม้แห่งมรรคาลูกใหม่ ก็จะมีสภาวะ คล้ายการหลับใหลเช่นนี้เกิดขึ้น
สภาวะนี้เรียกว่า “นิพพาน”
การนิพพานในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการตายแล้วฟื้นเสมอไป แต่ เป็นการนิยามถึงการวิวัฒนาการจากสภาวะหนึ่งไปสู่อีกสภาวะหนึ่ง อย่างกว้าง ๆ
ระหว่างเข้าสู่นิพพาน บุคคลนั้นจะตกอยู่ในสภาวะที่ไม่รู้สึกตัว คล้ายกับการหลับใหลหรือหมดสติ
สุดท้ายเมื่อบรรลุนิพพานสำเร็จ ก็จะฟื้นคืนสติ และก่อตัวเป็นผล แห่งมรรคาที่เป็นสัญลักษณ์ของขอบเขตดาราจักรใหญ่หรือที่
เรียกว่า ผลนิพพาน
หรือว่าชายหนุ่มบนหลังม้าสีแดงพุทราตัวนี้ กำลังก้าวเข้าสู่ ขอบเขตดาราจักรใหญ่? ลู่เหรินเจี่ยรี่ตาลงเล็กน้อย พลางถอยหลัง หนีไปก้าวหนึ่งอย่างเงียบเชียบ