ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 2079 ช่างบังเอิญเหลือเกิน
ลู่เหรินเจี่ยไม่กล้าเสี่ยงว่าจ้าวอู่เจียงจะเป็นคนดีหรือคนเลว และ ไม่กล้าเดาว่าอีกฝ่ายจะสนใจความตายของคนธรรมดาเหล่านี้หรือไม่ หรือจะสนใจความจริงว่าคนธรรมดาถูกกำจัดเพื่อขายดาวดวงนี้
ให้กับชาวต่างชาติหรือเปล่า
เขาทำได้เพียงภาวนาให้จ้าวอู่เจียงรีบไปให้พ้น ๆ ยิ่งไกลเท่าไหร่ ยิ่งดี
และในเมื่อตอนนี้ความปรารถนากำลังจะกลายเป็นจริง รอยยิ้ม ของเขาจึงดูอบอุ่นและเมตตาขึ้นอีกหลายส่วน แถมยังดูจริงใจขึ้น กว่าเดิมมาก
เขาส่งจ้าวอู่เจียงและม้าออกจากดาวดวงเล็กที่แทบไม่มีชื่อเสียงนี้ เดินท่องไปในห้วงอวกาศอันมืดมิด
แค่จ้าวอู่เจียงออกจากพื้นที่นี้ไป เขาก็จะไม่ต้องกังวลอีกต่อไป
แต่ช่างบังเอิญเหลือเกิน เมื่อเขากับจ้าวอู่เจียงและม้าเดินออกมา จากดาวดวงนี้พอดิบพอดี ที่ดาวเคราะห์อีกดวงซึ่งอยู่ห่างออกไปไม่ ไกลนัก สมาชิกของสมาคมสงเคราะห์โลกกลุ่มหนึ่งกำลังคุ้มกันกลุ่ม คนจากมรรคาตะวันตกขับยานอวกาศพุ่งออกมาพอดี
ลู่เหรินเจี่ยชะงักกึก หัวใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม ความรู้สึกลาง ร้ายแล่นพล่านไปทั่วทั้งร่างในพริบตา
ในวินาทีถัดมา ลางร้ายนั้นก็ปรากฏให้เห็นเป็นรูปร่าง เมื่อยาน อวกาศลำนั้นพุ่งตรงดิ่งมาทางพวกเขาสองคนกับอีกหนึ่งตัวทันที
“สหายจ้าว ต้องขออภัยจริง ๆ ดูเหมือนคนของผมจะตามมาหา ผมแล้ว” ลู่เหรินเจี่ยไม่กล้าแสดงท่าทีผิดปกติหรือทำอะไรที่เป็นการ เรียกร้องความสนใจต่อหน้าจ้าวอู่เจียง เขาจึงได้แต่ฝืนยิ้มอย่าง ยากลำบากแล้วหาข้ออ้างกลบเกลื่อน
เขาหวังว่าการพูดแบบนี้จะทำให้จ้าวอู่เจียง”รู้กาลเทศะ” แล้วรีบ จากไป
เพราะตามปกติแล้วในหมู่ยอดฝีมือมักจะมีไหวพริบในการดู สถานการณ์ การที่จ้าวอู่เจียงปฏิเสธคำเชิญของเขาไปก่อนหน้านี้ ย่อมแสดงชัดว่าอีกฝ่ายไม่อยากจะเข้ามาข้องแวะกับชีวิตหรือ เรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับลู่เหรินเจี่ยนัก
จ้าวอู่เจียงพยักหน้า ก่อนจะทะยานออกไปพร้อมกับเจ้าเสี่ยวหง มุ่งหน้าสู่ทิศทางอื่น เขาไม่ได้สนใจธุระสำคัญของลู่เหรินเจี่ยแม้แต่ น้อย
ทว่าหลายครั้งหลายครา เรื่องราวต่างๆ มักจะไม่เป็นไปตามที่หวัง ลำแสงอันทรงพลังสายหนึ่งถูกยิงลงมาจากยานอวกาศ พ่นกลุ่มเมฆ ก๊าซขนาดมหึมาออกมาจนบดบังผืนฟ้าและดวงดาว
เนื่องจากพื้นที่ส่วนใหญ่ในจักรวาลไม่มีตัวกลางสำหรับส่งคลื่น เสียง และคนส่วนใหญ่หากไม่พึ่งพาอุปกรณ์ย่อมไม่สามารถสนทนา กันได้ในเขตพื้นที่อวกาศที่ไร้ตัวกลางเช่นนี้
ในอาณาเขตพันดาราภายใต้ยุคเทคโนโลยี มนุษย์ได้ค้นพบ กลุ่มแก๊สที่สามารถทำหน้าที่เป็นตัวกลางส่งคลื่นเสียงได้แล้ว
เพียงแค่ยานอวกาศพ่นกลุ่มเมฆก๊าซนี้ออกมา ต่อให้เป็นคน ธรรมดาทั่วไป ก็สามารถได้ยินเสียงในอวกาศได้
เมื่อกลุ่มหมอกแก๊สปกคลุมจ้าวอู่เจียง เสี่ยวหง รวมถึงลู่เหรินเจี่ย
ร่างของลู่เหรินเจี่ยสั่นสะท้านอย่างรุนแรง ความรู้สึกไม่ดียิ่งเพิ่ม มากขึ้น
นวินาทีต่อมา ประตูยานอวกาศถูกเปิดออก ชายคนหนึ่งในชุด ท่องอวกาศแบบพิเศษพุ่งตัวออกมาจากด้านใน
“อารอง!” ชายคนนั้นร้องอย่างดีใจ พุ่งเข้าหาลู่เหรินเจี่ยอย่าง รวดเร็ว
“มีอะไรก็ค่อยคุยกันทีหลัง ไม่เห็นหรือว่าฉันมีแขกสำคัญอยู่?” ลู่ เหรินเจี่ยพูดด้วยสีหน้าเคร่งเครียด รีบเอ่ยปากขัดขวางไม่ให้อีกฝ่าย ได้พูดอะไรต่อทันที
คน ๆ นี้ก็เป็นคนของตระกูลลู่เป็นหนึ่งในสมาชิกตระกูลที่มา พร้อมกับเขาในพื้นที่นี้เพื่อขายดวงดาวที่ตกเป็นเมืองขึ้น เขาเป็นลูก ชายคนเล็กของพี่ชายใหญ่ชื่อลู่ฉูเฟิง
“อารอง!” ลู่ฉูเฟิงพูดด้วยน ้าเสียงออดอ้อนและภาคภูมิใจ เขาจะ ไม่รู้ได้อย่างไรว่าอาสองมีแขกสำคัญ?
แต่เขานี่แหละที่ตั้งใจจะมาในตอนที่มีแขกอยู่พอดี!
หลังจากที่เขาจัดการ ‘กวาดล้าง’ พวกชาวเมืองเดิมที่ยังรอดชีวิต อยู่บนดาวเคราะห์หลายดวงจนสิ้นซาก คนจากมรรคาตะวันตกกลุ่ม นี้ก็ได้เห็นถึงความจริงใจของเขา และตัดสินใจเหมาซื้อดาวเคราะห์ ในพื้นที่แถบนี้ไปเกือบหนึ่งในสามของทั้งหมดในคราวเดียว!
พอได้รู้ว่าราคาของดวงดาวหนึ่งดวงนั้นมีราคาแพงระยับขนาด ไหน!
แล้วนี่นับประสาอะไรกับดาวเคราะห์มากมายขนาดนี้?
เขา ลู่ฉูเฟิง ได้ทำกำไรมหาศาลให้กับตระกูลลู่!
เขาตั้งใจมาพบในเวลาที่มีแขกสำคัญอยู่ เพื่อโอ้อวดผลงานของ ตัวเอง และในขณะเดียวกันก็ทำให้สายตระกูลของพวกเขาได้หน้า ด้วย!
เรื่องแบบนี้มันต้องเอามาป่าวประกาศให้รู้กันทั่ว โดยเฉพาะพวก คนในตระกูลลู่ที่เคยดูถูกดูแคลน ลู่ฉูเฟิง คนนี้มาตลอด จะได้เห็นดี กันเสียทีว่าเขาได้สร้างผลกำไรให้ตระกูลลู่มหาศาลขนาดไหน!
“สิบสามดวงดาว!” ลู่ฉูเฟิงยื่นมือทั้งสองข้างออกมา แล้วแสดง ท่าทางอย่างแรง
“พวกคนขาวต้องการดวงดาวทั้งหมดสิบสามดวง อารองรู้ไหม?
สิบสามดวง!
จ่ายครั้งเดียวเสร็จ!”
ใบหน้าของลู่เหรินเจี่ยดำทะมึนลงในทันที หลังจากที่หลานชาย ตัวดีพูดจบ เขาก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายพลังของจ้าวอู่เจียงที่อยู่ไม่ไกล ว่าเริ่มเย็นเยียบและดุดันขึ้นมาอย่างกะทันหัน
“หรอ?” จ้าวอู่เจียงนั่งอยู่บนหลังม้า ใบหน้าไร้อารมณ์ พูดเสียง เย็น
“คุณขายดาวเคราะห์พวกนี้ให้กับคนจากมรรคาตะวันตกงั้น เหรอ?”