ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 2083 ถึงเวลาต้องบอกจ้าวอู่เจียงแล้ว
“ขอโทษนะ…” จ้าวอู่เจียงดูเหมือนจะสิ้นเรี่ยวแรง เขาก้มกายลง แล้วโอบกอดลำคอของเสี่ยวหงเอาไว้
หากทุกอย่างในอาณาเขตพันดาราเป็นความจริง การกระทำ เพียงชั่วขณะของเขาทำให้เสี่ยวหงข้ามมิติเวลาที่สับสนวุ่นวาย ใน อนาคตเสี่ยวหงจะต้องเผชิญกับเหตุการณ์ที่สิ้นหวังยิ่งกว่า
เสี่ยวหงควรจะอยู่ในอนาคต เที่ยวไปมาในเมืองผีอันกว้างใหญ่ มี ชีวิตที่ดี…
ตัวเขาเองยังไม่มั่นใจเลยว่าจะสามารถข้ามผ่านยุคสมัยนี้ไปได้ อย่างปลอดภัยหรือไม่ แล้วเขาจะเอาปัญญาที่ไหนไปดูแลคนรอบข้าง ได้
และถ้าทุกอย่างในอาณาเขตพันดาราเป็นเรื่องเท็จ…
ถ้าอย่างนั้นเสี่ยวหง… ในโลกความเป็นจริง ก็มีความเป็นไปได้สูง ว่าดวงวิญญาณจะแตกสลายหายไปนานแล้ว เพราะในตอนนั้นเขา ช่วยเสี่ยวหงเอาไว้ไม่สำเร็จ…
และเรื่องราวที่เสี่ยวหงกำลังบอกเขาอยู่ในตอนนี้ ก็อาจเป็นเพียง สิ่งที่เขาสร้างขึ้นมาในความฝัน เพื่อปลอบประโลมความรู้สึกผิดและ รอยร้าวในใจของตัวเองเท่านั้น
ไม่ว่าจะเป็นกรณีใด เขาก็เต็มไปด้วยความรู้สึกผิด
เสี่ยวหงยังคงวิ่งอย่างทุ่มแรง มันส่งเสียงร้องตอบกลับว่าตราบใด ที่มีนายอยู่ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนมันก็เต็มใจทั้งนั้น ตอนนี้ต้องฮึดสู้เข้าไว้ แล้วควบทะยานไปกับมันเสี่ยวหง ลุย ลุย ลุย!
หนึ่งคนหนึ่งม้าควบไปในห้วงดวงดาว เข้าใกล้ดินแดนทางการ ของอาณาเขตพันดารามรรคาตะวันออกมากขึ้นเรื่อย ๆ
จ้าวอู่เจียงมาเพื่อเรียกร้องคำอธิบาย ว่าทำไมถึงไม่สนใจชีวิต ของประชาชน ทำไมถึงปล่อยให้ต่างชาติแบ่งแยกดินแดน และยอม ให้พวกแมลงสกปรกภายในฉ้อราษฎร์บังหลวง
ในขณะเดียวกัน เขาก็มาเพื่อถามหาความจริงด้วย
เพราะจากดาวเคราะห์ที่ล่มสลายซึ่งเขาได้เดินทางผ่านไป แม้จะ ยังมีจำนวนไม่มากนัก แต่มันก็เพียงพอที่จะทำให้เขาตระหนักได้แล้ว ว่า ก่อนหน้านี้เฟิงฉางอี้และเซวียนหยวนซวิ่นกำลังหลอกลวงเขา
การค้นหาช่องว่างในเส้นทางเติมเต็มช่องว่างนั้น เป็นเรื่องที่
เป็นไปไม่ได้เลยโดยสิ้นเชิง!
ในร่างของสิ่งมีชีวิตทุกชนิด มีโครงสร้างทางพันธุกรรมที่พิเศษ อยู่ สิ่งพิเศษเหล่านี้เมื่อรวมเข้าด้วยกัน จะกลายเป็นเส้นทางเติมเต็ม ช่องว่างที่สมบูรณ์
แต่ตั้งแต่ยุคสมัยแรกจนถึงยุคสมัยที่แปดมีสายพันธุ์นับไม่ถ้วนที่
สูญหายไปจากสายธารแห่งประวัติศาสตร์ตลอดกาล พร้อมกับการ
สูญหายของสายพันธุ์เหล่านี้ เส้นทางเติมเต็มช่องว่างก็ขาดสะบั้นไป แล้ว!
เส้นทางที่ขาดสะบั้นตลอดกาลแล้ว จะเป็นไปได้อย่างไรที่จะ ค้นพบมันเจอ?
เผ่าพันธุ์มนุษย์อย่างเดียวไม่มีทางรวบรวมพันธุกรรมที่ขาด หายไปทั้งหมดได้!
ดังนั้นเฟิงฉางอี้และเซวียนหยวนซวิ่นและคนอื่น ๆ ถึงได้จับตา มองเขาจ้าวอู่เจียง และปล่อยให้หย่งเซิงเทคโนโลยีร่วมมือกับมรรคา ตะวันตกและทางเหนือ สังหารผู้คนของมรรคาตะวันออก จุดประสงค์ เบื้องหลังของพวกเขานั้นไม่ใช่เพื่อค้นหาช่องว่างในเส้นทางเติมเต็ม ช่องว่าง แต่มีจุดประสงค์อีกชั้นหนึ่ง
จุดประสงค์ที่ซ่อนอยู่ชั้นนี้คืออะไร เขาจำเป็นต้องรู้ให้ได้!
หากนี่คือความฝันของเขา เขาก็จะทำตามใจปรารถนาอย่างไรก็ ได้!
แต่หากนี่ไม่ใช่ความฝัน เขาก็จะเป็นคนแรกที่ลุกขึ้นมาปัดเป่า เมฆหมอกเพื่อเปิดทางให้แสงตะวัน!
หนึ่งคนหนึ่งม้าควบทะยานผ่านห้วงอวกาศอันซับซ้อนหลายชั้น จนมาหยุดลงที่หน้าดาวเคราะห์ขนาดมหึมาดวงหนึ่ง
วงแหวนดาราสีม่วงแดงเปรียบเสมือนการป้องกันที่แข็งแกร่งที่สุด ของดวงดาว
ดวงดาวดวงนี้มีชื่อเพียงหนึ่งเดียว นั่นคือ “ตะวันออก”
จ้าวอู่เจียงลูบหัวของเสี่ยวหงเบา ๆ โดยไม่เอ่ยคำพูดใด ๆ ออกมา
กลิ่นอายความน่าเกรงขามของเสี่ยวหงพลันแหลมคมขึ้นตาม เจ้านายของมันในทันที วินาทีต่อมา ประกายไฟสีแดงเพลิงดุจดาวตก ก็พุ่งเข้าชนปราการป้องกันที่มองไม่เห็นของดาวเคราะห์ดวงนี้อย่าง ดุดัน
คนหนึ่งกับม้าหนึ่งตัวทะลุผ่านระบบป้องกันรูปรังผึ้งทั้งหมด ทะลุ ผ่านเมฆและหมอก มุ่งหน้าไปยังอาคารรูปทรงพีระมิดสามเหลี่ยมที่สูง เสียดฟ้าภายในดวงดาวนั้น
อาคารหลังนี้คือตึกที่เป็นหัวใจหลักของทางการอาณาเขตพัน ดารา
ยานอวกาศขนาดเล็กจำนวนมากรวมตัวกันในทันทีหลังจากที่
จ้าวอู่เจียงและเสี่ยวหงบุกเข้ามา พวกมันบินมากั้นอยู่ด้านหน้าตึก ทั้งหมด
“ผู้บุกรุกหยุดอยู่ตรงนั้น!” อาวุธประเภทกฎเกณฑ์ที่ติดตั้งอยู่บน ยานอวกาศขนาดเล็กเล็งไปที่จ้าวอู่เจียงพร้อมกัน
ทั่วทั้งดวงดาวดวงนี้ได้รับการเสริมพลังด้วยเทคโนโลยีและค่าย กลโบราณ พลังการโจมตีรวมของอาวุธประเภทกฎเกณฑ์เหล่านี้จะ ถูกขยายอย่างไม่มีขีดจำกัด มากพอที่จะต้านทานนักรบผู้แข็งแกร่ง ส่วนใหญ่จากขอบเขตดาราจักรใหญ่ได้
ในขณะที่สถานการณ์กำลังตึงเครียดนั้น ร่างของชายชราคน หนึ่งลอยออกมาจากตึกรูปทรงพีระมิดสามเหลี่ยม เขาคือประธาน ทางการมรรคาตะวันออกของอาณาเขตพันดาราเซวียนหยวนเฉียน
ชายชราอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีดำเนี้ยบกริบ ดูมีสง่าราศีและเปี่ยม ด้วยตบะอำนาจ ในตอนนี้เขาขมวดคิ้วขาวโพลนจนแน่น พลางโบก มือส่งสัญญาณสั่งการให้ยานอวกาศทุกลำห้ามทำการเปิดฉากยิง อย่างเด็ดขาด
เขามองไปยังใบหน้าของจ้าวอู่เจียงที่เต็มไปด้วยจิตสังหารและ ความเย็นชา ก่อนจะถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่
“เข้ามาเถอะ…ตั้งแต่รู้ว่าคุณกำลังเดินทางกลับมา พวกเรารอ คุณอยู่ตลอด”
พูดจบ เซวียนหยวนเฉียนไม่ได้รอคำตอบจากจ้าวอู่เจียง เขาเอา มือไพล่หลังแล้วหันกายเดินกลับเข้าไปภายในตัวอาคาร แม้จะเป็น การก้าวเดินบนความว่างเปล่าที่ควรจะดูองอาจและเฉียบคม แต่ใน ยามนี้ ร่างกายของเขากลับแฝงไปด้วยความเหนื่อยล้าอย่างบอกไม่ ถูก
เขารู้ดีว่าความลับนี้คงปิดบังจ้าวอู่เจียงได้อีกไม่นาน
ยิ่งจ้าวอู่เจียงแข็งแกร่งขึ้นมากเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งเข้าใกล้ความจริง ได้รวดเร็วขึ้นเท่านั้น
เรื่องบางเรื่อง… ถึงเวลาที่ต้องบอกให้จ้าวอู่เจียงรับรู้เสียที…