ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 2084 มุ่งเป้ามาที่เขา
จ้าวอู่เจียงกับเสี่ยวหงพุ่งเข้าไปข้างในอาคาร
ภายในอาคารรูปทรงพีระมิดสามเหลี่ยมแห่งนี้ไม่มีอะไรเลย นอกจากกระจกที่รูปร่างแปลกประหลาดนับไม่ถ้วนรอบทิศทาง ซึ่ง สะท้อนเงาร่างของเขาซ้อนทับกันไปมา
ที่ปลายสุดของอาคาร จ้าวอู่เจียงเห็นเงาร่างของชายชราเจ็ดคน ที่มีสีหน้าท่าทางแตกต่างกันออกไป
ในบรรดาชายชราทั้งเจ็ดคน จ้าวอู่เจียงเคยเจอแค่สองคนเท่านั้น คือเซวียนหยวนซวิ่นกับเฟิงฉางอี้…
ส่วนอีกห้าคนที่เหลือ จ้าวอู่เจียงไม่มีความทรงจำเลย แต่การที่
สามารถมาพร้อมกับเซวียนหยวนซวิ่นและเฟิงฉางอี้ได้ พวกเขาต้อง เป็นผู้ยิ่งใหญ่ระดับแถวหน้าแน่นอน
“ฉันขอแนะนำหน่อยแล้วกัน…” เเซวียนหยวนเฉียนสะบัดมือวูบ หนึ่ง กระจกประหลาดรอบตัวก็หายไป เปลี่ยนฉากกลายเป็นลานบ้าน เล็ก ๆ แทน
ชายชราทั้งเจ็ดนั่งล้อมวงอยู่ที่โต๊ะกลม ซึ่งบนโต๊ะนั้นมีพิกัด ดวงดาวฉายจำลองขึ้นมา
“ตาแก่สองคนอย่างเซวียนหยวนซวิ่นกับเฟิงฉางอี้ ฉันคงไม่ต้อง แนะนำแล้วล่ะ นายเคยเจอพวกเขาแล้ว….”
“แล้วก็ฉันด้วย ไม่ต้องแนะนำเหมือนกัน…” อีกร่างหนึ่งโผล่ พรวดขึ้นมาที่หน้าโต๊ะกลมอย่างกะทันหัน เขาเป็นชายชราผมขาว โพลนแต่ใบหน้ากลับดูวัยรุ่นอย่างน่าประหลาด เขาหยิบแหวนหญ้า บนมือขึ้นมาลูบพลางหัวเราะแล้วพูดว่า
“จ้าวอู่เจียง จริง ๆ แล้วฉันก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าสิ่งที่พวกเขา กำลังจะพูดในวันนี้มันจะเป็นเรื่องจริงรึเปล่า…นายต้องลองเอาไปคิดดู ให้ดี ๆ เองนะ…”
คนที่มาไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็นจูกัดเซี่ยวไป๋นั่นเอง เพียงแต่เมื่อ เทียบกับตอนที่จ้าวอู่เจียงเพิ่งเจอไปไม่นานนี้ ตอนนี้ผมของจูกัดเซี่ยว ไป๋กลายเป็นสีเงินขาวไปหมดแล้ว บางทีเขาอาจจะถึงคราวที่อายุขัย จะสิ้นสุดลงจริง ๆ จนไม่สามารถกดทับกลิ่นอายความตายในร่างกาย เอาไว้ได้อีกต่อไป
เซวียนหยวนเฉียนเหลือบมองจูกัดเซี่ยวไป๋แวบหนึ่ง ก่อนจะพูด ต่อว่า
“เรียงตามลำดับนะ จากทางซ้ายมือของฉัน เฉินหัว ประมุขแห่ง สำนักงานปราบปีศาจเทพสายฟ้าห้าทิศ กงจิ้ง ผู้นำสูงสุดแห่ง สำนักงานน ้า หมี่เทียนหยาง ผู้นำตระกูลร่วมของทั้งแปดตระกูลใน สายเลือดเทพเพลิงจู้หรง และผู้พิทักษ์ที่ตื่นขึ้นจากการหลับใหลของ สายเลือดจู๋จิ่วหยิน จู๋คงและจู๋เฉิน”
“แล้วก็ยังมีพวกคนเก่าคนแก่อีกหลายคน แต่บังเอิญวันนี้ไม่ ได้มา…”
“จ้าวอู่เจียง พวกเราไม่เคยมีเจตนาร้ายกับนายเลย” เซวียน หยวนซวิ่นขมวดคิ้วแล้วพูดโพล่งออกมาตรง ๆ ว่า
“ท่าทีเย็นชาของนายมันมีมาตั้งแต่เริ่มออกเดินทาง และไม่เคย จางหายไปเลยนะ มันไม่ควรเป็นแบบนี้!”
“ต่อให้นายจะระแวงพวกเรา แต่นายก็ไม่น่าจะระแวงจูกัดเซี่ยวไป๋ ด้วยไม่ใช่เหรอ?”
“เฮ้อ พูดอะไรอย่างนั้นล่ะ?” จูกัดเซี่ยวไป๋ส่ายหน้าพลางมองไปที่
จ้าวอู่เจียง
“จ้าวอู่เจียง นายต้องระแวงทุกคนเอาไว้! จำใส่ใจไว้ซะ!”
“นั่งเถอะ” เซวียนหยวนเฉียนผายมือให้จ้าวอู่เจียงแล้วก็นั่งลงเอง ที่ด้านหลังของเขาเดิมทีไม่มีเก้าอี้ แต่พอเขานั่งลง เก้าอี้ไม้ตัวหนึ่งก็ จำลองขึ้นมากลางอากาศ
จ้าวอู่เจียงหรี่ตาลงเล็กน้อย คนทั้งเก้าคนที่อยู่ตรงหน้าล้วนมีพลัง เหนือกว่าเขาทั้งนั้น ถ้าไม่ผิดคาด ทุกคนคงเป็นยอดฝีมือระดับ ขอบเขตดาราใหญ่ที่มีผลแห่งมรรคาสองหรือสามลูก และเป็นกลุ่ม คนที่แข็งแกร่งที่สุดของมรรคาตะวันออกในตอนนี้
เขานั่งลงตามมารยาท พลันมีต้นอ่อนงอกออกมาจากดินเบื้อง ล่าง และเติบโตเป็นพุ่มดอกไม้ในชั่วพริบตาเพื่อรองรับตัวเขาไว้
“พวกคุณพูดมาได้เลย” น ้าเสียงของเขายังคงเย็นชาเหมือนเดิม
คนทั้งสิบคนที่อยู่ในที่นี้ไม่มีใครโง่ มีคำพูดตั้งมากมายที่ไม่ จำเป็นต้องเอ่ยปากถาม
“งั้นก็ได้…” เซวียนหยวนเฉียนพยักหน้า
“เข้ามาเถอะ…”
จ้าวอู่เจียงขมวดคิ้ว ยังมีคนอื่นอีกเหรอ?
ภายในลานบ้าน พื้นที่จุดหนึ่งถูกกรีดแยกออกจนมองเห็นได้ ด้วยตาเปล่า ดูเหมือนว่าจะมีใครบางคนผลักมิติให้เปิดออกแล้วก้าว เข้ามา
ชั่วขณะถัดมา ร่างสองร่างเดินทางจากมิติอีกแห่งมาถึงที่นี่
พอจ้าวอู่เจียงเห็นคนที่มาถึง รังสีฆ่าฟันก็พลุ่งพล่านขึ้นมาทันที
แขกผู้มาใหม่ทั้งสองคน คนหนึ่งรูปร่างกำยำล ่าสัน ที่เอวเหน็บ มีดฆ่าหมูเอาไว้ ส่วนอีกคนมีทรวดทรงอ้อนแอ้นสวมชุดคลุมสีแดง
สองคนนี้คือชายกำยำถือมีดชำแหละหมูและหงหลวน หนึ่งใน ตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดเหตุการณ์พลิกผันในตอนนั้น
“ผู้น้อยหลินสุ่ยเซิง…” ชายกำยำถือมีดชำแหละหมู พอเห็นจ้าวอู่ เจียงก็รีบก้มหัวลงทันทีพร้อมกับประสานมือคารวะ
“ผู้น้อย…” หงหลวนสัมผัสได้ถึงเจตนาฆ่าของจ้าวอู่เจียง ถึงแม้ จะมีผู้อาวุโสหลายคนอยู่ในที่นี้ แต่เธอก็กลัวว่าจ้าวอู่เจียงจะลงมือ ขึ้นมาจริง ๆ เธอจึงก้มหัวลงเช่นกัน
“หงหลวน… ขอคารวะท่านจ้าวอู่เจียง”
สีหน้าของจ้าวอู่เจียงมืดมนลงถึงขีดสุด ที่แท้เหตุการณ์พลิกผัน ในปีนั้นไม่ใช่เรื่องบังเอิญเลยสักนิด แต่มันคือการวางแผนเอาไว้ ล่วงหน้าอย่างยาวนาน ทุกอย่างมันพุ่งเป้ามาที่เขาโดยเฉพาะ
แต่ทำไม?
ทำไมถึงต้องมุ่งเป้ามาที่เขา?