ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 2109 อะไรจริงอะไรปลอม
ในวินาทีที่จ้าวอู๋เจียงเห็นผู้อาวุโสผู้นั้น ภายในหัวของเขาก็พลัน เกิดเสียงอื้ออึงขึ้งมาอย่างไม่อาจควบคุม
ผู้อาวุโสคนนี้มีดวงตาซ้อนสองชั้น ใบหน้าเมตตากรุณา ผมขาว โพลนถักเป็นเปียเล็ก ๆ หลายเส้นปล่อยลงด้านหลัง เสื้อผ้าบนตัวมี รูปแบบโบราณเรียบง่าย เป็นเครื่องแต่งกายที่คล้ายคลึงกับของเผ่า โหย่วอวี๋และเผ่าเซวียนหยวนในอดีต
ผู้อาวุโสคนนี้ก็คือตาเฒ่าสามของเขาจ้าวโส่วผู้ที่ถูกเรียกขานว่า เหยาจ้งหัว
ตาเฒ่าสามมาปรากฏตัวที่นี่ได้อย่างไร?
ไม่ใช่ว่าตาเฒ่าสามนั่งเรือข้ามผ่านแม่น ้าแห่งกาลเวลา มุ่งหน้า ไปยังยุคที่เก้าแล้วหรอกหรือ?
มารับเขากลับบ้านอย่างนั้นหรอ?
นี่… เป็นความฝันจริง ๆ … จ้าวอู่เจียงถอนหายใจในใจ จู่ ๆ ก็มี ความรู้สึกปลดปล่อยขึ้นมา
บางทีเป็นความฝันก็ดีจริง ๆ
อย่างน้อยจิ้งเอ๋อร์กับหลินหลางก็ยังมีความหวังที่จะฟื้นคืนชีพ มากกว่านี้ ฮัวอีกับจูกัดเซี่ยวไป๋ก็ยังไม่แก่ชราตายจากไป…
ผู้อาวุโสดวงตาซ้อนก้าวเข้ามาหาทีละก้าว ใบหน้าเปี่ยมด้วย ความปรานี ทั้งยังแฝงไปด้วยความเวทนาที่ผู้ใหญ่มีต่อลูกหลาน
“เจ้าหลับมานานเกินไปแล้ว… อาอู่… ก้าวออกจากเขตดาวนี้ กลับบ้านเถอะ…”
จ้าวอู่เจียงรู้สึกหัวใจอ่อนลง ก้าวเท้าออกไป กำลังจะเหยียบออก จากขอบอาณาเขตพันดารา ทันใดนั้นถุงเฉียนคุนในอ้อมอกของเขา ก็สั่นขึ้นมาครั้งหนึ่ง เขาขมวดคิ้วดาบ ยกมือขึ้นแตะ
เดิมทีเป็นเพราะจากในถุงเฉียนคุนมีหญ้าศักดิ์สิทธ์กำมือเล็ก ๆ หลุดร่วงออกมา
จ้าวอู่เจียงกำหญ้าศักดิ์สิทธ์ไว้แน่น แววตาวาววับ ฝืนหยุดก้าว เท้ากลับมา สายตาเย็นชามองไปอีกทิศทางหนึ่ง เสียงแหบทุ้มเอ่ยขึ้น
“แล้วท่านล่ะ เป็นใคร?”
ในอีกทิศทางหนึ่ง ปรากฏร่างของผู้อาวุโสอีกผู้หนึ่งสวมชุดผ้า กระสอบหยาบ ๆ เท้าสวมรองเท้าฟาง ในอ้อมอกโอบกอดกระบี่ไม้เล่ม หนึ่งไว้ เส้นผมที่ยุ่งเหยิงปรกปิดหน้าผากและดวงตาของเขา ทว่า ประกายตาที่ลอดออกมายังคงเฉียบคมดุจจะทะลุทะลวงได้ทุกสรรพ สิ่ง
“จ้าวอู่เจียง!” ผู้อาวุโสผู้นี้มีปราณกระบี่ที่บ้าคลั่งไร้เปรียบ นิ้วมือ ที่โอบกระบี่งอลงเล็กน้อยคล้ายกำลังขับเคลื่อนบางอย่าง เขาตวาด ด้วยเสียงอันดังว่า
“เจ้าจะหลับไหลไปถึงเมื่อไหร่กัน? ถ้าเจ้าไม่ตื่นขึ้นมาอีก พวกห นี่ผูซาจะบดขยี้สติสัมปชัญญะของเจ้าจนหมดสิ้น และช่วงชิงทุก อย่างไป!”
จ้าวอู่เจียงรู้สึกได้ว่าอาวุธศักดิ์สิทธิ์เทียนจิงที่ซ่อนอยู่ในร่างกาย กำลังสั่นสะเทือน แววตาเขาเฉียบขึ้น จ้องมองผู้อาวุโสอย่างไม่วางตา เมื่อเห็นใบหน้าชัดเจนแล้ว เขาอดไม่ได้ที่จะตะลึงถอยหลังสองก้าว ผู้ อาวุโสคนนี้…กลับเป็นเจ้าสำนักกระบี่แห่งสุสานกระบี่ราชวงค์ต้า เซี่ยหลี่ฉวนจวิน!
นี่ไม่ใช่หลี่ฉวนจวินในความทรงจำของเขาที่ค่อย ๆ อ่อนเยาว์ลง ตามพลังที่แข็งแกร่งขึ้น แล้วสุดท้ายก็ตายจากไป แต่เป็นเจ้าสำนัก กระบี่ที่ยังคงชราภาพอยู่!
“เจ้าลังเลอะไรอยู่?” หลี่ฉวนจวินกำกระบี่ไม้ไว้แน่นแล้ว แต่กระบี่
ไม้ไม่ได้ชี้ไปที่จ้าวอู่เจียงแต่ชี้ไปที่ผู้อาวุโสตาคู่ เขาตะโกนด้วยความ โกรธ
“จ้าวอู่เจียง ตาเฒ่าสามของเจ้าตายไปนานแล้ว!”
“หลายปีมานี้ข้าเป็นคนดูแลเจ้า ส่งอาวุธศักดิ์สิทธิ์และปราณ กระบี่ไปให้นาย นายคือเต้าจื่อของสุสานกระบี่ นายคือผู้แบกรับ โชคชะตาของต้าเซี่ย!”
“พวกหนี่ผูซาต้องการทำลายที่นี่ ใช้เหล่าราษฎรเป็นตัวประกัน! ความโง่เขลาเปี่ยมเมตตาของเจ้า ทำให้เจ้ายอมจำนนถูกจับ แต่พวก มันฆ่าเจ้าไม่ได้!”
“พวกมันกำลังบดทำลายจิตสำนึกของเจ้า ทำให้เจ้าแยกไม่ออก ระหว่างจริงกับปลอม!”
“ถ้าเจ้าไม่ตื่นขึ้นมา หนี่ผูซาจะได้สมปรารถนา! หนี่ผูซาจะถอน รากถอนโคนอย่างแน่นอน จักรพรรดินีเซวียนหยวนจิ้งและบรรดา นางในดวงใจของเจ้า ล้วนต้องตาย!”
จ้าวอู๋เจียงมีสีหน้าเคร่งเครียด เขายังจำได้ชัดเจนว่าตนเองเคย ตายมาแล้วครั้งหนึ่ง ร่างกายแตกสลาย แม้แต่อาวุธศักดิ์สิทธิ์เทียนจิง ก็พังทลายไปนานแล้ว ตอนนี้เขาอยู่ในกายเต๋าบัวเทพ…
ทำไมเมื่อครู่เขาถึงรู้สึกได้ถึงความเคลื่อนไหวของเทียนจิง?
หรือว่าเขายังคงอยู่ในราชวงค์ต้าเซี่ยจริง ๆ และทุกอย่างหลังจาก นั้นเป็นเพียงความฝันก่อนตายของเขา?
“ข้าใช้วิชากระบี่นิทรากักขังหนี่ผูซามาหลายปี แต่กลับถูกมัน บรรลุสัจธรรมแห่งมหาความฝัน และย้อนกลับมาใช้ขังเจ้าไว้ในความ ฝันแทน!” จ้าวกระบี่หลี่ฉวนจวินนอกจากจะโกรธเกรี้ยวแล้วยังมี ความสลดใจแฝงอยู่
“เรื่องนี้ต้องโทษข้า! มันดักจับเจ้าเข้าไปในความฝัน รู้ว่าตาเฒ่า สามของเจ้าจากไปตั้งแต่เนิ่น ๆ รู้ว่าเจ้าจิตใจบริสุทธิ์ โง่เขลาเปี่ยม เมตตาและให้ความสำคัญกับความรู้สึก”
“จึงแปลงกายเป็นตาเฒ่าสามของเจ้าเพื่อล่อลวงหลอกลวงเจ้า ถ้าเจ้าตามไปกับตาเฒ่าสามของเจ้า เมื่อตื่นขึ้นมา เจ้าก็จะกลายเป็น หุ่นเชิดที่ปล่อยให้หนี่ผูซาบงการตามอำเภอใจ!”
“อาอู่ อย่าเชื่อคำพูดของมัน!” ผู้อาวุโสตาคู่สองสะบัดแขนเสื้อ คลุม มีกล้องยาสูบหล่นลงมา ห้อยถุงใส่ยาสูบปักลาย เขายิ้มอย่าง เมตตาต่อจ้าวอู่เจียงพร ่าสอนด้วยน ้าเสียงจริงใจ
“หลี่ฉวนจวินเข้าสู่ทางมารตั้งนานแล้ว เรื่องนี้เจ้าเห็นกับตาเอง! สุดท้ายเขาก็ไม่ได้ตายไป แต่ถูกจิตมารควบคุมอย่างสมบูรณ์ ตกอยู่ ภายใต้การบงการของเทพมรรคา”
“เขาปรากฏตัวขึ้นตอนนี้ เพียงเพราะต้องการให้เจ้าจมดิ่งลงไป อย่างสิ้นเชิง ให้เจ้าติดอยู่ในความฝันของราชวงค์ต้าเซี่ยจนตาย!”
“เจ้าผ่านพ้นความเจ็บปวดในราชวงศ์ต้าเซี่ยมามาก ทว่าการล่ม สลายของราชวงศ์ต้าเซี่ยนั้นได้กลายเป็นความจริงที่เกิดขึ้นไปแล้ว เจ้าต้องก้าวไปข้างหน้า! เจ้าคืออาอู่ เจ้าคือเทพปีศาจ เจ้าไม่ควรมี ชีวิตอยู่กับอดีต!”
“พวกเราทุกคนต่างก็ไม่ปรารถนาจะเห็นเจ้าจมปลักอยู่เช่นนี้”