ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 2112 จริงเท็จลวงล่อ ตื่นจากฝันครั้งใหญ่
จ้าวอู่เจียงดวงตาสั่นไหว จิตใจปั่นป่วน นี่คือความจริงหรือ?
“จ้าวอู่เจียง!” จูกัดเซี่ยวไป๋หันกลับมามองไปที่จ้าวอู่เจียงใน ดวงตาเต็มไปด้วยคลื่นน ้าเอ่อท้น เขาพูดเสียงสั่นว่า
“เขากำลังล่อลวงและกัดกร่อนจิตใจนาย อย่าไปเชื่อ! ผมพิสูจน์ ได้ว่าเขากำลังโกหกนาย!”
ขาดคำ จูกัดเซี่ยวไป๋ก็พุ่งตัวเข้าใส่จางมู่โจวอย่างไม่กลัวตาย
จางมู่โจวเหลือบมองจูกัดเซี่ยวไป๋ด้วยสายตาเย็นชา เขาเมินเฉย ต่อการโจมตีนั้นพลางส่ายหน้าถอนหายใจ
“พวกเขาบอกเจ้าว่ามันเป็นความฝัน เพราะต้องการปิดผนึกเจ้า ให้ตายสนิท แต่งแม้แต่เรื่องเหตุผลต่าง ๆ นานาขึ้นมาเพื่อการนี้ ความจริงก็คือตัวตนที่เย็นชาไร้ความรู้สึกของเจ้า กำลังพยายามฆ่า ตัวเจ้าที่มีความรู้สึกนึกคิดทิ้งเสีย”
การโจมตีของจูกัดเซี่ยวไป๋ทะลุผ่านร่างของจางมู่โจวไปโดยไม่ อาจสร้างรอยขีดข่วนได้แม้แต่น้อย แม้เขาจะใช้ร่างจริงพุ่งเข้าสังหาร ก็ยังคงทะลุผ่านร่างของจางมู่โจวไปราวกับอากาศธาตุ
จางมู่โจวไม่สนใจเขาเลยแม้แต่น้อย
ดวงตาของเขาแดงก ่า น ้าตาเต็มใบหน้า
“ฆ่าข้าสิ เทพมรรคา! ฆ่าข้าสิ! เจ้าหลอกเขาไม่ได้หรอก! เจ้า หลอกไม่ได้!”
“ทุกสิ่งทุกอย่างที่เจ้าได้เผชิญมา…” จางมู่โจวจ้องมองไปยังจ้าว อู่เจียง
“โชคลาภวาสนาทั้งหมดของเจ้า เคยคิดบ้างไหมว่ามันมาจากที่
ใด?
“ในตอนนั้นที่ข้ามอบตั๋วเรือให้แก่เจ้า… เจ้าอ้อนวอนข้า ให้ไป ช่วยคนอื่นๆ ให้ไปร่วมต่อต้านเทพมรรคาที่แหลกสลายพร้อมกับ เจ้า?”
“เจ้าเคยคิดไหมว่าทำไมเทพมรรคาถึงแหลกสลาย? และทำไมข้า ถึงไม่ช่วยเจ้า?”
“นั่นเพราะเจ้าคือร่างจำแลงของเทพมรรคา เป็นส่วนหนึ่งที่มี ความรู้สึกนึกคิด เพราะเหตุนี้โชคลาภของเจ้าจึงมากล้น พรสวรรค์ จึงเหนือล ้าผู้อื่น และเพราะเหตุนี้เทพมรรคาที่เจ้าต่อต้านถึงได้แหลก สลาย และเพราะเหตุนี้ข้าจึงช่วยเจ้าไม่ได้…”
“เพราะผู้ที่จะช่วยสรรพชีวิตได้ มีเพียงเจ้าเท่านั้น… เทพมรรคา จ้าวอู่เจียง”
“เจ้าก็ช่วยผู้คนมากมายจริง ๆ และเพราะเหตุนั้นจึงทำให้ร่างจริง ของเจ้าโกรธแค้น!”
“เขายิ่งตัดสินใจอย่างแน่วแน่มากขึ้น ที่จะฆ่านายที่คอย ขัดขวาง!”
“เจ้าต้องตื่นได้แล้ว… อย่าหลงทางอีกต่อไป…”
“ไปแย่งชิงความได้เปรียบ ไปเอาชนะตัวเจ้าที่เย็นชาไร้ความ ปรานี มองชีวิตทุกคนเหมือนหญ้าใต้เท้า!”
“เทพมรรคา!” จูกัดเซี่ยวไป๋มีน ้าตาเป็นสายเลือดไหลอาบแก้ม เขาขว้างลูกเต๋าออกไปอย่างสุดแรงเพื่อเดิมพันด้วยชีวิตกับจางมู่ โจว!
เขาฆ่าจางมู่โจวไม่ได้ แต่ขอเพียงสร้างความเสียหายอย่างหนัก ให้จางมู่โจวได้ บางทีมันอาจจะมอบความหวังที่มากขึ้นให้แก่จ้าวอู่ เจียง
จางมู่โจวผ่านการต่อสู้กับเทพมรรคาที่เย็นชามานานหลายยุค สมัย จิตใจของเขาจึงสงบนิ่งไร้ระลอกคลื่น เขาเอ่ยขึ้นเรียบๆ ว่า
“เจ้าลองมองจูกัดเซี่ยวไป๋ให้ดี ๆ สิ เขามีตัวตนอยู่จริงหรือ?”
จ้าวอู่เจียงกวาดสายตาพิจารณาจูกัดเซี่ยวไป๋ แล้วเขาก็ สังเกตเห็นความผิดปกติเข้าจริงๆ บนมือของจูกัดเซี่ยวไป๋ไม่ได้สวม แหวนหญ้าเอาไว้ มิน่าเล่าก่อนหน้านี้เขาถึงไม่เห็นนิสัยชอบลูบแหวน ของจูกัดเซี่ยวไป๋เลย
“จูกัดเซี่ยวไป๋ แหวนของตุณล่ะ…” จ้าวอู่เจียงพูดด้วยเสียงสั่น
จูกัดเซี่ยวไป๋ที่กำลังคลุ้มคลั่งชะงักไป เขาไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง ขณะมองไปทางจ้าวอู่เจียงพร้อมเสียงสะอื้น
“นายหลงทางไปจริง ๆ แล้วเหรอ? แม้แต่ฉันยังไม่เชื่อ!”
ปราณกระบี่สายหนึ่งโหมซัดสาดเข้ามา หลี่ฉวนจวินเป็นผู้ให้ คำตอบแทนจ้าวอู่เจียง เขาหยุดโจมตีชายชราม่านตาซ้อนไปนาน แล้ว และสะบัดปราณกระบี่เข้าใส่จางมู่โจว ปราณนั้นทะลุผ่านร่าง จางมู่โจวไป และฟาดฟันจนจูกัดเซี่ยวไป๋ถึงกับเซถลา
หลี่ฉวนจวินแผ่ปราณกระบี่ทั่วร่าง บ้าคลั่งไร้ใครเปรียบ
“เลิกเล่นเล่ห์กลตบตาเสียที! จ้าวอู่เจียง ในเมื่อข้ากล้าลงมือกับ พวกมัน เรื่องบัดซบเกี่ยวกับเทพมรรคาที่พวกมันพูดมาก็คือเรื่อง โกหกทั้งนั้น! หากมีเทพมรรคาอยู่จริง คนแรกที่ต้องตายย่อมเป็น ข้าหลี่ฉวนจวิน!”
“สิ่งที่เรียกว่าเทพมรรคา ก็เป็นได้แค่เทพจอมปลอมเหมือนหนี่ผู ซานั่นแหละ
“อาอู่ อย่าหลงทางอีกต่อไปเลย” ผู้อาวุโสตาสองชั้นร่างเข้ามา ประจันหน้ากับคนอื่น ๆ ใบหน้าเต็มไปด้วยความกังวล
“ภัยพิบัติกำลังคิดหาทุกวิถีทางเพื่อหลอกลวงเจ้า ทำให้เจ้ามอง ไม่เห็นตัวเอง! แต่เจ้าต้องตั้งสติให้ดี เจ้าแบกรับความหวังทั้งหมด เอาไว้!”
หลังจากจ้าวอู่เจียงฟังคำพูดของคนเหล่านี้ เขาก็อยากจะหนีไป จากที่นี่เสีย เขาแยกแยะไม่ได้แล้วว่าใครจริงใครเท็จ นอกจากจูกัด เซี่ยวไป๋ที่ดูเหมือนจะปลอมที่สุดแล้ว คำพูดของคนอื่นต่างก็มีเหตุผล และดูเหมือนจะเป็นความจริงไปเสียหมด
แท้จริงแล้ว… เขาหลงทางอยู่ในความฝันแบบไหนกันแน่?
ความสับสนภายในใจทวีความรุนแรงขึ้น ภาพเหตุการณ์และเงา ของทั้งสี่คนตรงหน้าเริ่มพร่ามัวลงเรื่อยๆ ดูเหมือนเขาจะตระหนักถึง บางอย่างได้ จึงสะบัดศีรษะอย่างแรงเพื่อหวังจะเรียกสติของตนเองให้ กลับคืนมา
ชั่วขณะถัดมา เขาก็ตื่นขึ้นจริง ๆ แต่กลับลืมตาขึ้นมา
“อู่เจียง? ในที่สุดก็ฟื้นเสียที!” เงาร่างสาวสวยน่ารักพุ่งเข้ามา กอดเขาแน่น ราวกับว่าไม่อยากจะปล่อยออกแม้แต่วินาทีเดียว
บื้องหน้าของเขาคือสิ่งของเครื่องใช้ที่คุ้นตา จูกัดเซี่ยวไป๋และคน อื่น ๆ ทั้งสี่คนหายลับไปแล้ว และภาพในสมองเกี่ยวกับฉากที่ทั้งสี่
ถกเถียงกันเพื่อไม่ให้เขามัวหลงทางนั้น ก็ดูเหมือนจะค่อย ๆ พร่า เลือนและจางหายไปอย่างไร้ร่องรอยตามการตื่นจากความฝัน
เขา… ตื่นแล้ว…