ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 2111 นายต่างหากที่เป็นเทพมรรคาสูงสุด
“ทำไมเขาไม่ฆ่าผมตรง ๆ เลยล่ะ?”
จ้าวอู่เจียงขมวดคิ้วดาบ จ้องมองจูกัดเซี่ยวไป๋อย่างเขม็งเกลียว
“เขามอบชีวิตให้แก่สรรพสัตว์ เขามีสิ่งที่ขาดพร่อง!” จูกัดเซี่ยว ไป๋พยายามอธิบาย
“เขามีข้อบกพร่อง เขาเริ่มมีอารมณ์ความรู้สึกแบบสิ่งมีชีวิต อารมณ์เหล่านั้นกำลังส่งผลกระทบต่อเขา ทำให้เขาเริ่มคิดอ่าน เหมือนสิ่งมีชีวิตทั่วไป บางที… เขาอาจต้องการใช้วิธีอื่นในการเติม เต็มข้อบกพร่องของตน แทนที่จะฆ่าลูก ๆ ของเขาให้สิ้นซาก”
จ้าวอู่เจียงถามด้วยความสงสัย
“คุณรู้ได้ชัดเจนขนาดนี้ได้อย่างไร?”
“จ้าวอู่เจียง นายเป็นหมูหรือไง?” จูกัดเซี่ยวไป๋โกรธจนหัวฟัดหัว เหวี่ยง
“ฉันคือจูกัดเซี่ยวไป๋เป็นคนของตระกูลจูกัด ดูแลหอหมื่นสมบัติ รวบรวมข้อมูลในอดีตจนปัจจุบัน แค่ประมวลผลดูก็รู้แล้ว ยิ่งไปกว่า นั้น ในเรื่องนี้มีอาจารย์ใหญ่ของสำนักเติมฟ้าซึ่งก็คือตาเฒ่าสามของ นายคอยช่วยเหลือ!”
“ฉันรู้เรื่องพวกนี้แปลกมากเหรอ? นายจะจมอยู่ในความฝันไป อีกนานแค่ไหน? นายรู้ไหมว่าข้างนอกพลิกฟ้าคว ่าดินไปหมดแล้ว กำลังรอให้นายออกมาเป็นหลักในการจัดการสถานการณ์อยู่นะ?”
“หรือว่าภัยพิบัติที่สังหารทุกคนไม่ได้ กลับจะมาสังหารนาย จ้าว อู่เจียง เป็นคนแรกงั้นเหรอ?”
จ้าวอู่เจียงยิ่งมึนงงมากขึ้น เขามองไปที่จูกัดเซี่ยวไป๋ที่ตะโกนจน เสียงแหบแห้ง แล้วก็หันไปมองจ้าวกระบี่หลี่ฉวนจวินกับตาเฒ่าสามที่
กำลังต่อสู้และด่าทอกัน เขาเริ่มแยกแยะไม่ออกแล้วว่าตนเองกำลังติด อยู่ในความฝันไหนกันแน่
“ระวัง!” จูกัดเซี่ยวไป๋คำรามลั่น พลันก้าวเข้ามาขวางเบื้องหน้า จ้าวอู๋เจียง จ้องเขม็งไปยังห้วงอวกาศที่ไม่ไกลออกไป
ในท้องฟ้าที่จูกัดเซี่ยวไป๋จับจ้องนั้น ร่างของจางมู่โจวปรากฏขึ้น อย่างชัดเจน
จางมู่โจวสวมหมวกกุยเล้ยอยู่บนศีรษะ มือถือไม้ไผ่ท่อนหนึ่ง ดู ราวกับกำลังล่องเรือไปในจักรวาล เพียงชั่วพริบตาก็เข้ามาใกล้
“เขารู้แล้วว่าฉันเห็นทะลุความจริง และยังสังเกตได้ว่านายกำลัง จะตื่นขึ้น เขาอยู่เฉยไม่ได้อีกแล้ว!” จูกัดเซี่ยวไป๋ปกป้องจ้าวอู่เจียงไว้ ข้างหลัง ท่าทางเต็มเปี่ยมไปด้วยความพร้อมที่จะสละชีวิตเพื่อจ้าวอู่ เจียง
“ดีใจนะ ที่เจ้าตระหนักได้ว่า เจ้ากำลังอยู่ท่ามกลางการหลงผิด” จางมู่โจวขยับหมวกกุยเล้ยให้เข้าที่ เหยียบย่างไปบนความว่างเปล่า เข้ามาใกล้ทีละก้าว สีหน้าของเขายังคงเย็นชาเฉยเมยตลอด
“แกหลอกพวกเราไม่ได้!” จูกัดเซี่ยวไป๋ตะโกนด้วยความโกรธ
“การต่อสู้ระหว่างพวกเรากับแกยังไม่จบ! คนย่อมเอาชนะฟ้าได้! ชะตากรรมของพวกเรา พวกเราจะเป็นคนกำหนดเอง!”
“เพียงแต่เจ้ายังไม่ตื่นสมบูรณ์เท่านั้น” จางมู่โจวเผชิญหน้ากับ เสียงตะโกนของจูกัดเซี่ยวไป๋และสายตาจับจ้องของจ้าวอู่เจียงยังคงไร้ อารมณ์ใด ๆ บนใบหน้า ทั่วกายเต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งความผ่าน พ้นโลก เขาถอนหายใจพูด
“สหายที่เจ้าเชื่อใจคนนี้ สิ่งที่เขาพูดดูเหมือนจะถูก มีเหตุมีผล รองรับไปเสียหมด แต่นั่นก็เป็นเพียงโวหารที่ปั้นแต่งขึ้นตามจิตใต้ สำนึกของนายเท่านั้น”
“เทพมรรคาได้จุติเป็นร่างมนุษย์จริง เดินท่ามกลางโลกมนุษย์อัน กว้างใหญ่ แต่เทพมรรคาไม่ใช่ข้าแต่เป็นเจ้าต่างหาก จ้าวอู่เจียง…”
จ้าวอู๋เจียงจ้องมองจางมู่โจวอย่างเหม่อลอย ในใจราวกับมี สายฟ้าฟาดลงมากลางอก ความเจ็บปวดแล่นพล่านขึ้นสู่สมองอย่าง กะทันหัน พร้อมกับความรู้สึกปวดร้าวลึก ๆ ที่ขั้วหัวใจ
“อย่าเชื่อเขา!” จูกัดเซี่ยวไป๋ตื่นตระหนกอย่างที่สุด ปกป้องจ้าวอู่ เจียงไว้ด้านหลังอย่างแน่นหนา
“มันกำลังล่อลวงนายอีกแล้ว นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาทำแบบนี้!”
“ฟ้าดินเปิดแยกในครั้งแรก…” จางมู่โจวพูดอย่างเอื่อยเฉื่อย
“เจ้าสร้างสรรพสิ่งมีชีวิตในโลกขึ้นมา…แต่ก็เพราะเหตุนี้ เจ้าจึง สูญเสียบางสิ่งบางอย่างไป หากมองปริมาณรวมของสรรพสิ่งในโลก ว่าเป็นหนึ่งที่คงที่”
“เมื่อสรรพสิ่งมีชีวิตยิ่งเจริญเติบโตมากเท่าไหร่ ความสมบูรณ์ แบบหนึ่งเดียวของเจ้า ก็จะถูกพวกเขาแย่งชิงไปมากขึ้นเท่านั้น ฝ่าย หนึ่งลดลงอีกฝ่ายก็เพิ่มขึ้น…”
“เจ้ามีอารมณ์ความรู้สึกจริง ๆ เจ้าทั้งกลัวว่าพวกเขาจะแข็งแกร่ง ขึ้นเรื่อย ๆ จนนำไปสู่การทำลายล้างตัวเจ้าเอง แต่ก็ไม่อาจทำใจลง มือกวาดล้างพวกเขาได้!”
“ดังนั้นเจ้าจึงคิดว่า หากเจ้าหลอมรวมเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของ สรรพสิ่งมีชีวิตสามารถเติบโตไปพร้อมกับพวกเขา แล้วสุดท้ายจะไป ถึงจุดสมดุลได้หรือไม่”
“เพียงแต่ว่าสิ่งที่หวังกลับไม่เป็นไปตามนั้น ยุคสมัยแล้วยุคสมัย เล่า เทพมรรคาก็จะทำลายล้างสรรพชีวิตอยู่ร ่าไป เพราะเจ้าคือร่าง มนุษย์ที่เทพมรรคาแปลงกายมา ส่วนร่างจริงนั้นเย็นชาไร้ความรู้สึก และจะลงมือเข่นฆ่าสรรพชีวิตตามสัญชาตญาณ”
“ส่วนเจ้าที่ใช้ชีวิตคลุกคลีอยู่ในโลกมนุษย์ แปดเปื้อนกรรม สัมพันธ์มากมาย สัมผัสถึงอารมณ์ความรู้สึกอันหลากหลายของมวล
มนุษย์ จนทำให้เจ้ายิ่งมายิ่งหลงทางท่ามกลางกระแสโลกีย์อันเชี่ยว กราก!”
“เจ้าลืมแล้วหรือ ว่าตัวเองเป็นใคร!”
“เจ้าคือจ้าวอู่เจียง”
“จ้าว คือการครอบคลุม ปกป้องมวลสรรพชีวิต!”
“อู่ คือความว่างเปล่า เพราะมรรคาของเจ้าให้กำเนิดหนึ่ง หนึ่งให้ กำเนิดสอง นั่นก็คือร่างอวตารนี้ของเจ้ากับตัวเทพมรรคาเอง และ สามก่อเกิดสรรพสิ่ง!”
“เจียง คือมหามรรคาอันไร้เขตแดน เป็นอาณาเขตอันไพศาล ภายใต้เทพมรรคาของเจ้า!”
“นี่คือจ้าวอู่เจียง!”
“เจ้าคิดว่าเจ้าเป็นมนุษย์ เจ้าสร้างเรื่องราวที่มาของตัวเองขึ้นมา เอง!”
“ชีวิตสรรพสัตว์ช่างแสนสั้นและทุกข์ระทม เจ้าจึงจมดิ่งลงไปใน นั้น…เจ้าถือกำเนิดขึ้นมาจากความสงสารสรรพสัตว์ ไม่อาจทนใจที่
จะทำลายล้างพวกเขา”
“แต่ตอนนี้เจ้ากลับลืมสิ้นแล้ว หากเจ้ายังไม่รีบตื่นขึ้นมาอีก ร่าง จริงอันเย็นชาไร้ความรู้สึกของเจ้า ก็จะบดขยี้แม้กระทั่งตัวเจ้าที่เป็น
ความหวังเดียวของมวลสรรพชีวิต ให้มอดไหม้ไปพร้อมกับยุคสมัย นี้!”
“เมื่อนั้น สรรพสัตว์จะต้องเผชิญกับยุคสมัยที่เก้าอันเป็นขุมนรก แห่งความทุกข์ทรมานที่สุด เก้าคือจุดสูงสุด นั่นคือจุดหมาย ปลายทางสุดท้ายของสรรพสัตว์!”
“สูญสิ้นอย่างสมบูรณ์! ร่างแท้ของเจ้าจะกลับมาสมบูรณ์ ครบถ้วน!”
“ดังนั้น เพื่อสรรพสัตว์ทั้งปวง เพื่อทุกคนที่เจ้าใส่ใจในขณะที่หลง ทางอยู่ในโลกมนุษย์…”
“ตื่นขึ้นมาเถิด…”
“เทพมรรคาสูงสุด จ้าวอู่เจียง!”