ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 2117 ไก่จิกข้าวเปลือกบนเทือกเขาชิงซาน
จ้าวอู่เจียงรวบตัวเซวียนหยวนจิ้งเข้ามากอด เขาโอบกอดนาง แน่นขึ้นเรื่อย ๆ พลางสูดดมกลิ่นอายจากตัวนางอย่างโหยหา
นี่คือกลิ่นอายแห่งความจริง… ที่เขาไม่ได้สัมผัสมาเนิ่นนาน
“เจ้าเริ่มจะบังอาจขึ้นทุกวันแล้วนะ…” เซวียนหยวนจิ้งกอดตอบ จ้าวอู่เจียงเช่นกัน แม้ด้วยภาระหน้าที่ในฐานะฮ่องเต้หญิงจะทำให้ ปากเก่งเอ่ยคำตำหนิออกมาบ้าง แต่นางก็ไม่ได้ผลักไสแต่อย่างใด
ทั้งคู่สวมกอดกันอยู่นาน จนกระทั่งเซวียนหยวนจิ้งเริ่มได้สติและ พยายามจะขัดขืนตามสัญชาตญาณ
“ปล่อยข้า!”
จ้าวอู่เจียงไม่หวั่นไหว ยังคงกอดแน่นอยู่
“ถ้าเจ้ายังไม่ปล่อยเรา เราจะ…” เซวียนหยวนจิ้งอยากข่มขู่จ้าวอู่ เจียงเพื่อดึงบารมีฮ่องเต้หญิงออกมา แต่นางกลับพบว่าไม่มีสิ่งใดที่
สามารถใช้ข่มขู่เขาได้เลย อีกทั้งนางยังตัดใจไม่ลงที่จะทำตัวเย็นชา ใส่เขาที่เพิ่งจะฟื้นขึ้นมา
นางทำได้เพียงเขินอายจนทำตัวไม่ถูก และเอ่ยตะกุกตะกักว่า
“เราจะ… ไม่สนใจเจ้าอีกแล้ว…”
นางเอ่ยคำขู่ที่ดูไม่มีพิษสงใด ๆ ออกมา พลางซบศีรษะลงบนไหล่ ของจ้าวอู่เจียง
ตัวนางเองก็ไม่รู้ว่าช่วงนี้เกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง ทั้งที่ก่อนหน้านี้
ความสัมพันธ์ระหว่างนางกับจ้าวอู่เจียงเป็นเพียงความรู้สึกดี ๆ ที่เริ่ม ลึกซึ้งขึ้นอย่างสลัวราง ยังไม่ถึงขั้นที่จะเปิดเผยความในใจต่อกัน อย่างหมดเปลือกเช่นนี้
แต่ทว่านางกลับฝันไปตื่นหนึ่งที่ยาวนานนัก ในความฝันนางกับ จ้าวอู่เจียงได้ผ่านพ้นความยากลำบากมาด้วยกัน จนทำให้นางตก หลุมรักจ้าวอู่เจียงอย่างหมดใจไปตั้งนานแล้ว
แม้ฝันจะเป็นเพียงความฝัน แต่ความรู้สึกที่เกิดขึ้นนั้นกลับหนัก แน่นยิ่งนัก หนักแน่นจนลมหายใจของนางเริ่มถี่กระชั้น นางไม่อาจ ควบคุมตัวเองได้อีกต่อไป จึงโน้มตัวลงจุมพิตที่ข้างแก้มของจ้าวอู่ เจียงอย่างรวดเร็วทีหนึ่ง
ในชั่วพริบตาต่อมา นางก็ถูกจ้าวอู่เจียงประคองใบหน้าเอาไว้ แล้วมอบจุมพิตที่ลึกซึ้งตอบกลับมา
ทั้งสองจูบกันอย่างดื่มด ่ายิ่งขึ้นเรื่อย ๆ มิใช่เพียงเรื่องกามารมณ์ แต่เป็นเพราะความรักที่เข้าครอบงำอย่างสมบูรณ์
ภายนอกหิมะสีขาวโปรยปรายปกคลุมไปทั่วทุกหย่อมหญ้า แต่ดู เหมือนจะถูกความรักอันรุ่มร้อนนี้แผดเผาจนมลายสิ้น
จ้าวอู่เจียงฟื้นขึ้น จากศพของเซวียนหยวนอวี้เหิงได้ใช้คัมภีร์อ นาตตาปรัชญาอนุมานออกมาเป็นคัมภีร์มหาเทพดูดดาวทำให้พลัง เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล
การตายของเซวียนหยวนอวี้เหิงก็ถูกสรุปเป็นที่เรียบร้อย แพร่กระจายในย่านเจียงตู่และขยายไปสู่ยุทธภพ
กล่าวว่าเซวียนหยวนอวี้เหิงสมคบกับแคว้นหนานเจียงจัดตั้ง กำลัง เลี้ยงทหารส่วนตัว มีใจคิดกบฏมานานแล้ว เมื่อไม่กี่วันก่อน โดยไม่ได้รับการเรียกตัว บุกเข้าวัง ตั้งใจจะปองร้ายฝ่าบาท ถูก ประหารชีวิตหน้าตำหนักหย่างซิน
ราชสำนักและประชาชนสั่นคลอน
จ้าวอู่เจียงและฮ่องเต้หญิงผนึกกำลังกัน เริ่มต้นการกวาดล้าง สถานการณ์อย่างเต็มรูปแบบ ค้นหาหนอนบ่อนไส้ที่ยังหลงเหลืออยู่ ในราชสำนัก และถอนรากถอนโคนพิษร้ายเหล่านั้นออกไปทีละราย
หลังจากกำจัดพิษสงเหล่านี้แล้ว จ้าวอู่เจียงกับหลิวเจ๋อและตู๋กูอี้
เหอ รวมถึงข้าราชการผู้จงรักภักดีคนสำคัญ ได้เสนอแผนการ ให้กับต้าเซี่ย
จะป้องกันการจ้องมองอย่างหิวกระหายจากราชสำนักทางเหนือ เขตทุ่งหญ้าได้อย่างไร? จะปราบปรามแคว้นหนานเจียงได้อย่างไร? จะกวาดล้างประเทศญี่ปุ่นทางตะวันออกได้อย่างไร?
จ้าวอู่เจียงยังใช้สมองคิด นำความรู้ที่สะสมไว้ออกมา พัฒนาและ ปรับปรุงอาวุธสงครามอย่างดินปืนให้กับต้าเซี่ย
ในสงครามครั้งแล้วครั้งเล่า ราชวงค์ต้าเซี่ยจากที่แพ้และชนะพอ ๆ กัน จนในที่สุดได้รับชัยชนะอย่างยิ่งใหญ่ ปราบแคว้นหนานเจียง
พิชิตดินแดนตะวันตก บังคับให้ราชสำนักเขตทุ่งหญ้ายอมจำนน ทำลายประเทศญี่ปุ่นเล็ก ๆ ทางตะวันออกจนราบคาบ
หลังจากพิชิตเขตทุ่งหญ้าราชสำนักแล้ว ราชสำนักได้ส่งทูตมา เพื่อขอสมรสและสร้างความสัมพันธ์ ผู้ที่จะแต่งงานคือองค์หญิงน้อย กู่หลีเขอลี่แห่งราชสำนักเผ่าอวี้จาง และบุตรีแห่งสวรรค์หลินหลาง พร้อมทั้งยินดีที่จะถวายเครื่องบรรณาการให้ต้าเซี่ยทุกปี แสดงถึง ความจริงใจอย่างเต็มที่
ในฐานะ ‘ตัวแทนบนแท่นบรรทม’ ที่คอยจัดการดูแลฝ่ายใน ให้กับฮ่องเต้หญิงเซวียนหยวนจิ้ง จ้าวอู่เจียงจึงได้ประทานความโปรด ปรานให้บุตรีแห่งสวรรค์หลินหลางได้อย่างราบรื่น และหลังจากได้ พิสูจน์ศึกษาดูอย่างถ่องแท้ หลินหลางไม่ใช่ร่างจิ้งจอกในความฝัน ของเขา แต่เป็นนารีพิฆาตอย่างแท้จริง
ต่อมา ตู๋กูหมิงเยว่ได้ให้กำเนิดบุตรสาว ตั้งชื่อว่าเซวียนหยวน เนี่ยน ชื่อเล่นว่าเสี่ยวเนี่ยน ชื่อตัวก็เรียกว่าจ้าวเนี่ยนเซี่ย
เพียงแต่คำว่าเนี่ยนของจ้าวเนี่ยนเซี่ยนั้น เป็นเนี่ยนที่แปลว่า ห่วงใย ไม่ใช่เนี่ยนที่แปลว่าคิดถึง
จ้าวอู่เจียงก็ค่อย ๆ ขึ้นสู่ตำแหน่งสูง นั่งในตำแหน่งขุนนางยศมี่ซู เจี้ยนของสำนักเลขาธิการ แม้จะเป็นขุนนางยศมี่ซูเจี้ยน แต่จริง ๆ แล้วเกือบเท่ากับตำแหน่งอัครมหาเสนาบดี ขุนนางทั้งฝ่ายบุ๋นและ ฝ่ายบู๊ต่างเรียกขานว่าใต้เท้าจ้าว มีศิษย์นับไม่ถ้วน
การนั่งในตำแหน่งขุนนางยศมี่ซูเจี้ยนนั้น เป็นตำแหน่งสูงสุดที่
จ้าวอู่เจียงสามารถดำรงตำแหน่งได้อย่างเปิดเผย ต้าเซี่ยยิ่งรุ่งเรืองมั่ง คั่งขึ้นเรื่อย ๆ มุ่งสู่ยุคสันติภาพรุ่งเรือง
จ้าวอู่เจียงก็มักจะท่องเที่ยวในยุทธภพ ขี่ม้าเสี่ยวหงเดินทางไปทั่ว ทุกสารทิศ
วันเวลาก็ผ่านไปอย่างราบรื่นเช่นนี้
จนกระทั่งคืนหนึ่ง เสี่ยวเนี่ยนเซี่ยที่ไร้เดียงสาและร่าเริงได้พลิก พบภาพวาดม้วนหนึ่ง
เนื้อหาบนภาพวาดนั้นคือไก่จิกข้าวเปลือกบนเทือกเขาชิงซาน ของจิตรกรเอกอู๋ต้าวซือ
ภาพลูกไก่จิกข้าวนี้เป็นของแท้ที่จ้าวอู่เจียงเคยเก็บได้โดย บังเอิญ
จ้าวอู่เจียงมองอย่างลวก ๆ แววตาก็สั่นไหวขึ้นมาทันใด
เขาคิดถึงเหตุผลที่ทำให้เขาได้ภาพวาดนี้มาในราคาถูก
เพราะว่า…ภาพวาดจีนของราชวงค์ต้าเซี่ยโดยทั่วไปจะทำโดย ช่างตกแต่งภาพวาด ช่างตกแต่งภาพมีฝีมือชนิดหนึ่งที่สามารถแยก ภาพวาดออกเป็นชิ้น ๆ และลอกออกมาทีละชั้น…