ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 2121 เขาหวาดเกรง
“ไม่…ไม่!”
จ้าวอู่เจียงอยากจะกอดจิ้งเอ๋อร์ไว้แน่น แต่ร่างที่เขากอดกลับค่อย ๆ แตกเป็นเสี่ยง ๆ เขากอดลมว่างเปล่า ราตรีกาลพังทลาย กลายเป็น จักรวาลอันมืดมิด เขานั่งทรุดตัวลงกลางดวงดาว
ในที่สุดเทพมรรคาก็ไม่อาจใช้เซวียนหยวนจิ้งกักขังเขาได้สำเร็จ ความรักคือพันธนาการ แต่ความรักก็สามารถทำลายพันธนาการได้ เช่นกัน
เทพมรรคาคาดการณ์ถึงความหนักแน่นในรักของจ้าวอู่เจียงไว้ แล้ว แต่กลับคาดไม่ถึงว่าเซวียนหยวนจิ้งจะยินยอมสลายดวง วิญญาณของตนเองเพื่อให้จ้าวอู่เจียงหลุดพ้น
เหมือนกับที่เทพมรรคาไม่เคยคิดมาก่อนว่าเขาเพื่อเพิ่มความ สงสัยของจ้าวอู่เจียงต่อโลก ด้วยฝีมือหนึ่ง การนำเสี่ยวหงมาต่อหน้า จ้าวอู่เจียง
ทว่าเสี่ยวหงจะไม่มีวันยอมให้เจ้านายของมันหลงทาง มันอาศัย สัญชาตญาณคอยเตือนสติจ้าวอู่เจียงอยู่หลายครั้ง ทำให้เขาตื่นรู้ได้ เร็วขึ้นและไม่หลงทางไปโดยง่าย
เหตุใดเทพมรรคาต้องหวาดเกรงจ้าวอู่เจียง และต้องกักขังเขาจน ตัวตาย?
เพราะเหมือนกับที่เขาก่อนหน้านี้สร้างจางมู่โจวขึ้นมาหลอกจ้าว อู่เจียงดังที่บอก เทพมรรคามีข้อบกพร่อง มีความรู้สึก ความรู้สึกทำ ให้เทพมรรคาไม่อยากฆ่าประชาชนโดยตรง!
การปรากฏขึ้นของอารมณ์ความรู้สึกนี้ ขัดแย้งกับตัวตนดั้งเดิม ของเขาอย่างสิ้นเชิง!
เขาหวาดเกรงอารมณ์ความรู้สึกที่เหล่าสรรพชีวิตซึ่งเขาสร้าง ขึ้นมานั้นครอบครองอยู่!
เขาไม่หวาดเกรงสิ่งมีชีวิตที่เด็ดขาดเหี้ยมโหดหรือไร้เยื่อใย เพราะสิ่งมีชีวิตจำพวกนั้นก็แค่เหมือนกับเขา และผู้ที่เหมือนเขาย่อม ต้องดับสูญ เขาจะไปหวาดเกรงได้อย่างไร?
แต่ผู้ที่ไม่เหมือนเขา ผู้ที่สวนทางกับเขา และผู้ที่โอบกอดอารมณ์ ความรู้สึกอันเข้มข้นหลากสีสันเอาไว้ต่างหาก คือสิ่งที่เขาหวาดกลัว!
ตอนนี้ ในวินาทีที่จ้าวอู่เจียงหลุดพ้นจากกับดัก เทพมรรคาลงมา ปรากฏ ลงมือโจมตีจ้าวอู่เจียงอีกครั้ง!
ในเมื่อจ้าวอู่เจียงไม่ได้กลายเป็นผู้หลงทางในดินแดนมายา และ ไม่ได้กลายเป็นผู้ที่ยอมจำนน เช่นนั้น… จ้าวอู่เจียงก็จงไปตายเสีย!
แรงกดดันอันมหาศาลม้วนตัวหลั่งไหล จักรวาลเริ่มสั่นไหว กลิ่น อายอันบ้าคลั่งโถมลงมาอย่างรุนแรงประดุจคลื่นยักษ์ในมหาสมุทรที่
โกรธเกรี้ยว เข้ากดทับและสยบจ้าวอู่เจียงในทันที
จ้าวอู่เจียงตื่นขึ้นมาอย่างสมบูรณ์และหลุดพ้นจากกับดัก แต่ ยังคงไม่สามารถพาจิ้งเอ๋อร์ไปด้วยได้ จิตแห่งเต๋าของเขาแทบจะแตก สลาย ใบหน้าอาบไปด้วยน ้าตา แต่ในขณะนี้เขากลับหัวเราะออกมา
เขาหัวเราะเสียงดังลั่น หัวเราะจนตัวงอ หัวเราะจนแทบจะหายใจ ไม่ทัน เสียงหัวเราะข้ามผ่านกฎเกณฑ์และดังก้องไปทั่วพื้นที่แห่งนี้
และวิธีการทำลายล้างสรรพชีวิตของเทพมรรคากลับไม่สามารถ ทำลายจ้าวอู่เจียงได้
เพียงชั่วพริบตา ไม้ไผ่ลำหนึ่งก็ปรากฏขึ้นปกป้องเบื้องหน้าจ้าวอู่ เจียง เงาร่างของจางมู่โจวสำแดงผล ใช้ไม้พลองข้างเดียวค ้ายัน สวรรค์สีครามชั่วนิรันดร์ และเหวี่ยงแรงกดดันอันมหาศาลนั้นกลับไป ในคราเดียว
การกำเนิดขึ้นของยอดฝีมือระดับแถวหน้าแต่ละคน หรือหากจะ พูดให้ชัดเจนคือแม้แต่การกำเนิดของสิ่งมีชีวิตธรรมดา ล้วนเป็นการ แย่งชิงพลังส่วนหนึ่งของเทพมรรคาไปอย่างไม่มีรูปร่าง
สรรพชีวิตถูกลิขิตให้ดับสูญ แต่ทว่าก่อนที่ลมร้อนแห่งความตาย จะพัดผ่านเข้ามา A1 ได้สังหารสิ่งมีชีวิตส่วนใหญ่ไปก่อนแล้ว และ เปลี่ยนพลังของสิ่งมีชีวิตเหล่านั้นให้กลายเป็นเปลวเพลิงแห่งอารย ธรรม เพื่อจุดประกายบนร่างของจ้าวอู่เจียง
เทพมรรคาไม่สามารถเรียกคืนพลังในสิ่งมีชีวิตเหล่านี้ได้ ขณะที่
จ้าวอู่เจียงแข็งแกร่งขึ้นเรื่อย ๆ เทพมรรคากลับอ่อนแอลงมาก ยิ่ง เป็นไปไม่ได้ที่จะฆ่าจ้าวอู่เจียงจากมือของจางมู่โจว
จ้าวอู่เจียงใช้วิชากลืนนภาเบ่งบานไม่หยุด กลืนกินไฟแห่งอารย ธรรมในดวงดาวในจักรวาลอย่างบ้าคลั่ง เขายังคงหัวเราะ
ในปีนั้นเขารู้ดีว่าตนเองไม่มีทางตายด้วยน ้ามือของเทพมรรคา เพียงแต่ A1 ได้นำเอาพลังและความทรงจำไปมากเกินไป ตัวเขาที่
เคยเปี่ยมเมตตาจึงเดินไปตามวิถีของผู้หลงทาง
ตอนนี้สามเทพกลับมารวมกัน เขาจะไม่เกรงกลัวเทพมรรคา แม้แต่น้อย
พลังของเทพมรรคาไม่เพียงพอที่จะฆ่าจ้าวอู่เจียงและจางมู่โจวได้ แล้ว กำลังค่อย ๆ ถอยกลับไป
“เขาอ่อนแอกว่าที่ฉันคิดไว้มาก…” จ้าวอู่เจียงมีน ้าตาในดวงตา พึมพำว่า
“เขากลัวฉันบ้าง…”
“แน่นอนอยู่แล้ว” จางมู่โจวยกมือปรับหมวกกุยเล้ย
“เขาถูกคนกักขังไว้นอกกาลเวลา พลังที่เขาสามารถใช้ลงมือได้ นั้น ไม่สามารถสังหารเจ้าหรือข้าได้หรอก”
จ้าวอู่เจียงนึกถึงที่จูกัดเซี่ยวไป๋เคยบอกเขาไว้ว่า พลังในตั๋วเรือ ของจางมู่โจวมีเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้นที่มาจากตัวจางมู่โจวเอง พลังอื่น ๆ ทั้งหมดมาจากคนอีกคนหนึ่ง
“คนคนนั้น คือข้าใช่หรือไม่?” จ้าวอู่เจียงถามด้วยความหวัง หากเขามีพลังข้ามเวลาได้ตามใจชอบ ก็จะสามารถช่วยชีวิตทุกคน ได้
“ไม่ใช่” จางมู่โจวส่ายหน้า
“เขาและเจ้าต่างมาจากเก้าภัยพิบัติเหมือนกัน แต่เขามีชีวิตอยู่ ในทุกห้วงมิติเวลา เจ้าอาจจะเคยพบเขามาแล้ว แต่เจ้าไม่ใช่เขา”
“ไปกันเถอะ…” จางมู่โจวส่งคำเชิญอีกครั้งต่อจ้าวอู่เจียงที่
แข็งแกร่งขึ้นเรื่อย ๆ
“ขึ้นเรือของข้ามา พวกเราจะมุ่งหน้าสู่เก้าภัยพิบัติ เพื่อไป เผชิญหน้ากับการต่อสู้ครั้งต่อไป”
“เอาตั๋วเรือให้ข้า…” พลังของจ้าวอู่เจียงได้ล ้าเลยไปไกลเกินกว่า ขอบเขตดาราจักรใหญ่แล้ว ไฟแห่งอารยธรรมเต็มเปี่ยมในร่างกาย ของเขา
บนใบหน้าที่แข็งกร้าวของจางมู่โจวแววตาวูบไหว ดูเหมือนเขา จะไม่แปลกใจกับผลลัพธ์นี้เลย
การที่จ้าวอู่เจียงเอ่ยขอตั๋วเรือ ย่อมไม่ใช่เพราะต้องการก้าวเข้าสู่ ภัยพิบัติที่เก้าไปพร้อมกับเขาอย่างแน่นอน แต่เป็นเพราะจ้าวอู่เจียง ต้องการช่วยชีวิตสรรพชีวิตที่เหลืออยู่ต่างหาก
“ไม่ต้องขอบคุณข้าหรอก หากเจ้าอยากจะขอบคุณจริง ๆ ก็จง ไปช่วยเหลือผู้คนที่ต้องการความช่วยเหลือให้มากขึ้น การได้ช่วย พวกเขานั่นแหละคือคำขอบคุณที่ดีที่สุดสำหรับข้า…” จางมู่โจวนึก ถึงคำพูดที่คนผู้นั้นเคยพูดกับเขา ตอนนี้ใช้กับจ้าวอู่เจียงช่าง เหมาะสมยิ่ง
เขายื่นก้อนน ้าใสหลายก้อนให้จ้าวอู่เจียง นี่คือตั๋วเรือ