ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 2123 กาลเวลาล่วงเลยผ่านพ้น เรื่องราวดำเนินถึงบทสรุป
- Home
- ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า
- บทที่ 2123 กาลเวลาล่วงเลยผ่านพ้น เรื่องราวดำเนินถึงบทสรุป
“แล้วหลังจากนั้นล่ะ?”
“หลังจากนั้นอะไร? ไม่ใช่ว่าเจ้ารู้เรื่องหลังจากนั้นแล้วหรือไงล่ะ?”
โต๊ะสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ บนโต๊ะมีหม้อไฟหยินหยาง
ในหม้อมีอาหารทะเลและเนื้อสัตว์มากมาย ยังมีผักสด และยังมี พลูด่างที่ไม่รู้ว่าไปเด็ดมาจากไหน
โต๊ะสี่เหลี่ยม นั่งสามคน คนหนึ่งนั่งเงียบ ๆ อีกสองคนร้อนรนทน ไม่ไหว
“ข้าถามว่า หลังจากนั้นจ้าวอู๋เจียงไปปรากฏตัวในการตัดสินครั้ง สุดท้ายพร้อมกับจางมู่โจวได้อย่างไร!” ศิษย์พี่ศิษย์น้องสองคนที่ร้อน รนยังคงทะเลาะกันอยู่ คนอ้วนตำหนิคนผอมว่าเล่าเรื่องไม่รู้เรื่อง
คนผอมถอนหายใจ เหลือบมองไปทางศิษย์พี่ที่นั่งอ่านหนังสือ อย่างเงียบ ๆ แล้วพูดอย่างหงุดหงิด
“เจ้าไปถามศิษย์พี่สิ หรือไม่ก็ลองใช้สมองคิดดูสิว่า จ้าวอู่เจียง ปรากฏตัวได้ยังไง?”
คนอ้วนยังไม่เข้าใจ ยิ่งงงมากขึ้น
“ไม่ใช่ว่าจ้าวอู่เจียงติดอยู่ในยุคสมัยที่แปดหรือไง? ไม่ใช่ว่าเขา วนเวียนอยู่ในกงล้อสังสารวัฏเพื่อช่วยเซวียนหยวนจิ้งซ ้าแล้วซ ้าเล่า หรอกหรือ?”
“วิญญาณหลักของเซวียนหยวนจิ้ง ไม่ใช่ถูกกำหนดให้เทพ มรรคาเอาไปจัดการกับจ้าวอู่เจียงหรอกเหรอ?”
“เฮ้อ” ชายผอมถอนหายใจอีกครั้ง
“ศิษย์พี่น่ะ ข้ามผ่านทุกห้วงมิติเวลา ในท้ายที่สุดเขาได้ลงมือ ช่วยดวงวิญญาณหลักดวงนั้นของเซวียนหยวนจิ้งเอาไว้ ทำให้จ้าวอู๋ เจียงจบสิ้นการวนเวียน และก้าวขึ้นเรือของจางมู่โจวเพียงลำพัง จึง ได้ไปปรากฏตัวในตอนสุดท้ายอย่างไรเล่า”
ชายอ้วนบ่นอุบอิบ
“พูดให้จบแต่แรกก็สิ้นเรื่อง ชัดเจนแบบนี้ข้าจะได้ไม่เสียเวลาคีบ ผ้าขี้ริ้ววัว ลวกจนหดม้วนหมดแล้วเนี่ย เจ้าคนเฮงซวย”
“เจ้าก็กินไปสิ” ชายผอมอึ้ง กอดอกไว้
“จางมู่โจวกับจ้าวอู๋เจียงยังมาไม่ถึง เจ้าก็เริ่มกินก่อนเสียแล้ว”
ชายที่นั่งอ่านหนังสือมาตลอดเหลือบมองฝนเล็ก ๆ ที่ตกลงมา จากท้องฟ้า
“กินได้แล้ว…”
“เห็นไหม ศิษย์พี่บอกว่ากินได้ก็คือกินได้” ชายอ้วนทำปากย้อย เหมือนเด็กโข่ง ทำหน้าตลกให้ศิษย์พี่รองที่ผอมแห้งของเขา
“ไม่รอพวกเขาแล้วเหรอ?” ชายผอมสงสัย แต่ปล่อยวางอย่าง รวดเร็ว ศิษย์พี่บอกว่ากินได้ ก็กินได้ ต้องมีเหตุผลแน่นอน
และก็เป็นไปตามคาด โทรศัพท์ของเขาสั่นเตือนขึ้นมา พอกดดู เบอร์ก็เห็นว่าเป็นสายจากจางมู่โจว
“ฮัลโหล?” เขารับโทรศัพท์
“อ๊ะ? หลงทางเหรอ? เจ้าล้อเล่นอะไรน่ะ? หลงที่ไหน?
“โอ้โอ้ เราจะกินก่อนใช่ไหม? ได้ได้…”
“อ๋อ อืมอืม”
“จางมู่โจวพูดอะไรนะ? หลงทางเหรอ?” ชายอ้วนถามอย่างสงสัย
“ใช่” คนผอมคีบเนื้อท้องวัวขึ้นมาด้วยตะเกียบ จุ่มลงในน ้าซุปสี แดงแกว่งขึ้นลงเจ็ดแปดครั้ง จากนั้นยัดเข้าปาก แล้วถอนหายใจ
“เห็นโมเมนต์ของจางมู่โจวแล้วใช่ไหม? เขาตกปลาได้ตัวหนึ่ง หนักตั้งยี่สิบสามชั่ง!”
“ที่จริงมากินหม้อไฟ ก็แค่ครึ่งชั่วโมงเอง แต่นิสัยของนักตก ปลาน่ะ…”
“เฮ้อ ยังไงเขาก็หลงทางแล้ว ตราบใดที่มันยังไม่ได้ลากปลาตัว นั้นเดินอวดจนทั่วเมือง มันไม่มีทางโผล่หัวมาที่นี่หรอก”
“โอ้…” อ้วนพยักหน้า
“เข้าใจได้… ในเมื่อเขาไม่มา พวกเราก็กินให้เยอะหน่อย…เดี๋ยว นะ ใครโทรมาอีกเนี่ย?”
“เอ๋? จ้าวอู่เจียง?”
“ฮัลโหล? จ้าวอู่เจียง ได้ยิน ๆ พูดมาเลย”
“ไม่มาแล้วเหรอ? อ๋อ? ไม่ต้องอธิบายหรอก ฉันบอกว่าไม่ต้อง อธิบายไง!”
“เจ้าจะมาอธิบายอะไรกับฉันคนโสดเฒ่าคนนี้?”
“แค่นี้แหละ แค่นี้นะ…”
คราวนี้ผอมหันไปมองคนอ้วน
คนอ้วนพูดอย่างหงุดหงิด
“เขาบอกว่าต้องส่งการบ้าน”
“ก็ไม่นานเท่าไหร่นี่ เราคอยเขาอีกสักครึ่งชั่วโมง…” คนผอม สงสัย แล้วก็นึกขึ้นได้ทันที
“ช่างเถอะ อย่างเขาน่ะนะ ถ้าเริ่มส่งการบ้านกันเมื่อไหร่ พวกเรา คงต้องนัดกันพรุ่งนี้แล้วล่ะ…”
……
“ต้องวันนี้แหละ!”
ในเมืองเล็ก ๆ ที่ฝนพรำ ภายในห้องเล็ก ๆ จ้าวอู่เจียงนั่งตัวตรง บนเก้าอี้ตัวเล็ก ทำหน้านิ่ง ประกาศกฎใหม่อีกครั้ง
“กฎต้องเปลี่ยน!”
เซวียนหยวนจิ้งและหลินหลางยืนอยู่ มองลงมาที่จ้าวอู่เจียงจากที่
สูง ทำท่าทางแบบว่า พูดไปเถอะ ยังไงเราก็ไม่ฟัง สาวงามคนอื่น ๆ ก็ ล้อมอยู่รอบ ๆ ราวกับกำลังร่วมกันสอบสวนอาชญากรจ้าวอู่เจียง
“ไม่ใช่ว่าพวกเจ้าบอกให้ส่งการบ้านปุ๊บ ข้าต้องส่งปั๊บเสียเมื่อไร” จ้าวอู่เจียงไม่พอใจ
“พวกเจ้ามีกันตั้งกี่คน? แล้วข้ามีแค่กี่คนกันเชียว?”
“เซวียนหยวนจิ้ง หลินหลาง ตู๋กูหมิงเยว่ ซูฮัวอี กู้เหนียนหยวน หลี่ชานซี ลู่เสี่ยวจิ่น…บลา ๆ ๆ …ยังต้องอ่านชื่อต่ออีกไหม?”
“แล้วข้าล่ะ? จ้าวอู่เจียง แล้วก็จ้าวอู่เจียง?”
“หมดแล้ว!” จ้าวอู่เจียงกางมือ
“ไม่เหลือแม้แต่หยดเดียว!”
สาวงามทั้งหลายล้อมเข้ามาอีกครั้ง ภูเขาลูกแล้วลูกเล่า เคลื่อนไหว ความรู้สึกกดดันเต็มที่
จ้าวอู่เจียงกระแอมเบา ๆ เกาหัว
“จริง ๆ แล้ว…จะให้ข้าตัดสินใจอะไรที่มันฝืนต่อสุขภาพเอวตัวเอง หน่อย ก็ไม่ใช่ว่าจะทำไม่ได้…”
“เมื่อเร็ว ๆ นี้ ข้ารู้จักนักเขียนมือใหม่คนหนึ่ง ชื่อเย่สิงซูเซิง (บัณฑิตท่องราตรี)…”
“ผู้หญิงเหรอ?” เซวียนหยวนจิ้งขมวดคิ้ว
“อย่าขัดจังหวะ” จ้าวอู่เจียงทำหน้าจริงจัง แสดงความเป็นประมุข ตระกูลที่มีไม่มากนัก
“ข้าชอบอ่านนิยายที่ซูเซิงเขียนมาก…”
“ตอนนี้ตามอ่านจนใกล้จะจบแล้ว”
“ฉันคิดว่า ตามอ่านมาตั้งนานขนาดนี้ ก็น่าจะโดเนทให้สัก หน่อย หรือไม่ก็ช่วยโหวตให้คะแนน…เพียงแต่ว่า ช่วงนี้ข้ากระเป๋า แห้งไปหน่อย”
“ดังนั้นข้าจึงตัดสินใจ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ใครที่อยากให้ข้าส่ง การบ้าน ต้องประมูลข้า! ใครให้ราคาสูงสุดคนนั้นได้ไป!”
“เป็นไงบ้าง?”
……
“ไม่ค่อยดีเท่าไหร่” เย่สิงซูเซิงถอนหายใจ พูดกับอีกฝั่งของ สายโทรศัพท์
“ใกล้จะจบแล้ว แต่ไม่มีความรู้สึกโล่งใจที่จะจบ กลับรู้สึก…ไม่ สบายใจแบบพูดไม่ออก…อาจจะเป็นความอาลัยอาวรณ์มั้ง?”
“วันเสาร์นัดกินข้าว? ได้…ได้สิ”
หลังเย่สิงซูเซิงวางสายโทรศัพท์ คิ้วก็ยังคงขมวดมุ่นไม่คลาย
บางทีอาจเพราะฝนพรำลงมาจากท้องฟ้า แต่ไม่ได้พกร่ม
กว่าจะวิ่งถึงหน้าประตูบ้าน เสื้อผ้าก็เปียกไปเกินครึ่งแล้ว
ยังไม่ทันเปิดประตูบ้าน ก็ได้ยินเสียงแมวร้อง
ประตูเปิดออก เปิดไฟ ภายในบ้านสว่างไสว ซูเซิงอุ้มแมวขึ้นมา ลูบไล้อย่างแรง แล้วฉีกขนมแมวเลียหนึ่งซอง ป้อนให้แมว ตามด้วย การเทอาหารเม็ด ผสมฟรีซดราย น ้ามันปลา และเจลกำจัดก้อนขน ลงในชาม
ทำทุกอย่างเสร็จแล้ว ซูเซิงถึงได้หาผ้าขนหนูมาเช็ดผมให้แห้ง เสื้อผ้าเปียกก็ปล่อยให้เปียกไป ไม่เป็นไร ยังไงก็ไม่มีใครมาชื่นชม การเปียกปอนยั่วยวน
จนกระทั่งนั่งลงหน้าคอมพิวเตอร์ ซูเซิงถึงรู้สึกสงบลงอย่างมาก บางทีอาจเพราะได้กลับมาสู่สนามรบที่คุ้นเคย
แต่ต่างจากทุกครั้งที่ผ่านมา ครั้งนี้ซูเซิงนั่งอยู่นานมาก ยังไม่รู้ว่า จะจบเรื่องอย่างไร
ลังเล ลังเล ลังเลอีกครั้ง ความหงุดหงิดเริ่มก่อตัวขึ้นในใจ ความ หงุดหงิดที่เกิดจากความอาลัย… อาลัยในตัวละครในหนังสือ อาลัย ในเหล่านักอ่านที่คอยสนับสนุนมาตลอดทาง แม้ในบรรดานักอ่าน เหล่านั้นจะมีคนด่าทออยู่ไม่น้อยก็ตาม
แต่การที่มีคนด่า อย่างน้อยก็ยังเป็นเครื่องปลอบประโลมให้แก่ซู เซิงท่ามกลางการเดินทางเพียงลำพังในยามราตรีที่โดดเดี่ยว เช่นเดียวกับการเดินบนถนนสายเปลี่ยวท่ามกลางค ่าคืนอันยาวนาน
เมื่อโชคดีได้พบเจอวี่แววของผู้คน เจ้าจะไปถือสาหาความได้อย่างไร หากผู้ที่เข้ามานั้นดูไม่เป็นมิตรนัก?
ซูเซิงครุ่นคิดอยู่นาน จึงตัดสินใจเขียนบทสรุปให้แก่เรื่องราวนี้
เสียงถอนหายใจดังขึ้น พร้อมกับเสียงแป้นพิมพ์ที่ขยับเป็นจังหวะ เบา ๆ ซูเซิงเขียนลงในคอมพิวเตอร์ว่า
[หากพวกคุณที่รักไม่ได้พบจ้าวอู่เจียงอีกแล้ว ขอให้พวกคุณ โชคดีในยามเช้า ยามสาย ยามเย็น ขอให้ใจสงบ และขอให้ทุกสรรพ สิ่งราบรื่นเป็นสุข]
[เอาล่ะ รักพวกคุณ…หนังสือเล่มนี้]
[จบบริบูรณ์]