ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 291 ความผิดปกติของฮ่องเต้หญิง
บทที่ 291 ความผิดปกติของฮ่องเต้หญิง
จ้าวอู่เจียงเห็นด้วยกับคำขอของกู้เหนียนหยวน
พายุลมฝนอันบ้าคลั่งโหมกระหน่ำใส่เนินเขาน้อย เสียงเกลียวคลื่นกระทบชายฝั่งดังขึ้นไม่หยุดยั้ง
แมกไม้สั่นไหวและสะเทือนเลือนลั่น
ผ่านไปอึดใจใหญ่ กู้เหนียนหยวนนอนทาบอยู่บนตัวของจ้าวอู่เจียง สีหน้าปรากฏความมุ่งมั่นและเขินอายในเวลาเดียวกัน สองแขนคล้องอยู่รอบลำคอของชายหนุ่ม นางไม่ได้พูดอะไรออกมา เพียงแต่หน้าแดงไม่หาย
กระบี่ของจ้าวอู่เจียงแข็งตัวมากขึ้นและมากขึ้น เขายิ้มอย่างชั่วร้าย ปรับอาวุธให้ได้มุมเหมาะสม ก่อนจะเสียบเข้าไปในซอกหินแคบของเนินเขา
อีกหนึ่งชั่วยามผ่านไป แสงตะวันบนฟากฟ้าเริ่มจางหาย เย็นย่ำแล้ว พระอาทิตย์กำลังจะตกดิน
ยามนี้ ใบหน้างดงามของกู้เหนียนหยวนสดใสดังดวงตะวัน นางกัดริมฝีปากแน่น ดวงตาคู่งามหลุบต่ำอย่างขวยเขิน พลันนางโน้มใบหน้าเข้าไป กระซิบสอบถามข้างหูจ้าวอู่เจียง
“คืนนี้ท่านไม่กลับได้หรือไม่?”
จ้าวอู่เจียงไม่ได้ตอบคำใด
เมื่อหญิงสาวเห็นเช่นนั้น ดวงตาก็ฉายแววผิดหวังขึ้นมาทันที นางแนบใบหน้าลงบนหน้าอกของจ้าวอู่เจียงพลางกล่าวว่า
“ถ้าอย่างนั้นก็ขออีกสักครั้งหนึ่งเถิด…”
จ้าวอู่เจียงแย้มยิ้มออกมาเล็กน้อย ก่อนจะหันจ้องมองนาง
กู้เหนียนหยวนหน้าบึ้งคล้ายกำลังจะร้องไห้ แล้วนางก็พูดขึ้นเสียงดังว่า
“ข้าจะทำเอง!”
จ้าวอู่เจียงพยักหน้ายินยอมอย่างช่วยไม่ได้
หญิงสาวยิ้มออกมาด้วยความดีใจ ก่อนจะลุกขึ้นนั่ง
หลังจากนั้นไม่กี่อึดใจ ลมหายใจของนางก็หอบกระชั้นอย่างรุนแรง…มากขึ้นและมากขึ้น
ครู่ต่อมานางพลันหยุดเคลื่อนไหว แล้วจึงกล่าวออดอ้อนด้วยความเหนื่อยล้าและน้ำเสียงเย้ายวนว่า
“ท่านช่วยข้าหน่อยได้หรือไม่?”
นางกล่าวอย่างรู้ใจจ้าวอู่เจียง นางควบขี่เขามาได้พักใหญ่แล้ว และไม่ทราบเลยว่าชายหนุ่มจะชอบความนุ่มนิ่มของตรหรือไม่ สู้ให้เขาจัดการเองดีกว่า
และนี่ก็เป็นสิ่งที่จ้าวอู่เจียงต้องการจริง ๆ หลังจากฝึกฝนวิชาทองคำไร้พ่าย ร่างกายของเขาก็มีความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้นอย่างทวีคูณ ชายหนุ่มพลิกตัวกู้เหนียนหยวนกลับลงมาและเริ่มทำการพุ่งชนไม่ต่างจากกระทิงหนุ่ม
…
ดวงดาวแย้มกายปรากฏบนม่านฟ้าแล้ว
เมื่อจ้าวอู่เจียงกลับมาถึงตำหนักหย่างซิน เซวียนหยวนจิ้งก็ยื่นป้ายไม้แผ่นหนึ่งที่มีพู่ห้อยติดอยู่ด้านล่างให้เขา พร้อมพูดด้วยความเหนื่อยใจว่า
“หลิวเจ๋อเริ่มถามแล้วว่าข้าไม่ชอบหลานสาวทั้งสองของเขาหรือ เหตุไฉนตู๋กูหมิงเยว่จึงได้ตั้งครรภ์แต่เพียงผู้เดียว ในขณะที่หลิวเหม่ยเอ๋อร์กับหลิวชิงชิงยังคงเงียบงันไร้วี่แวว ข้าไม่รู้จะอธิบายอย่างไร เอาเป็นว่าในช่วงสองวันนี้ เจ้าก็ดูแลพวกนางหน่อยแล้วกัน อย่างน้อยก็อย่าทำให้พวกนางรู้สึกข้องใจอีก”
“กระหม่อมทำให้พวกนางข้องใจเมื่อใดกัน? ฝ่าบาทไม่ได้ยินเสียงครวญครางของพวกนางหรือพ่ะย่ะค่ะ แม้แต่ฝ่าบาทเองก็ยังทนฟังแทบไม่ไหวด้วยซ้ำมิใช่หรือ?” จ้าวอู่เจียงถามกลับด้วยความเหนื่อยล้า
“ก็เจ้าไม่ยอมเสียบ… เข้าไปสักที แล้วจะให้ข้าทำอย่างไร?”
เซวียนหยวนจิ้งตีหน้าขรึมพลางจ้องมองจ้าวอู่เจียงด้วยดวงตางามสง่า บ่งบอกถึงความสงสัย พลันตอนนี้เมื่อเห็นหน้าเขาแล้วนางก็รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาชอบกล จึงพูดด้วยเสียงทุ้มต่ำว่า
“เช่นนั้นก็ทำให้พวกนางรับไม่ไหวเสีย พวกนางจะได้เลิกมาตอแยข้า”
นี่คิดจะตัดช่องทางกันใช่หรือไม่? …จ้าวอู่เจียงลอบสบถอยู่ในใจ เขากำลังจะอ้าปากโต้แย้ง แต่ก็ไม่รู้จะโต้แย้งอย่างไรดี สุดท้ายก็ทำได้เพียงถอนหายใจ
“จ้าวอู่เจียง หากพวกนางตั้งครรภ์ขึ้นมาจริง ๆ นั่นก็คงไม่ใช่เรื่องเลวร้ายสักเท่าไหร่…” เซวียนหยวนจิ้งถอนหายใจออกมาด้วยความกลุ้มใจ นางไม่รู้จะกล่าวอะไรต่อไป ทว่าน้ำเสียงยามเอื้อนเอ่ยมีความผิดแปลกไปไม่น้อย
จ้าวอู่เจียงเงยหน้ามองความสับสนของฮ่องเต้หญิง และพบว่านางกำลังหลบสายตาเขาอย่างว้าวุ่นใจ เขาจึงถามออกไปด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“มีเรื่องกระไรหรือพ่ะย่ะค่ะ?”
“หา? ไม่มีอะไรหรอก” ฮ่องเต้หญิงจ้องมองเข้าไปในดวงตาเป็นประกายยิ้มแย้มของจ้าวอู่เจียง แต่ประกายตาเช่นนี้ก็ทำให้นางต้องระมัดระวังตัวมากขึ้น พลันฮ่องเต้หญิงเลียนแบบท่าทางเกียจคร้านของชายหนุ่ม ก่อนจะถอนหายใจ
“เฮ้อ! ถ้าตู๋กูหมิงเยว่เป็นเพียงผู้เดียวที่ตั้งครรภ์ พวกขุนนางก็คงแอบเอาเรื่องนี้ไปนินทาข้าอีกใช่หรือไม่? แล้วถ้าหากว่า… ทารกคลอดออกมาเป็นเด็กผู้หญิงอีกเล่า?”
จ้าวอู่เจียงจ้องมองเซวียนหยวนจิ้งโดยไม่พูดคำใด
เซวียนหยวนจิ้งหลบตาเขาและหัวเราะในลำคอ ก่อนจะยกมือขึ้นต่อยไหล่จ้าวอู่เจียงเบา ๆ พร้อมพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำว่า
“ข้าไม่มีทางหลบหนีการถูกตำหนิได้เลยจริง ๆ”
“เกิดกระไรขึ้นกันแน่พ่ะย่ะค่ะ?” ดวงตาของจ้าวอู่เจียงฉายแววกรุ่นโกรธ ทั้งยังถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ข้าเป็นโอรสสวรรค์ ไม่มีใครเข้าใจข้าหรอก!” เซวียนหยวนจิ้งมีสีหน้าเคร่งขรึมขึ้นมาเล็กน้อย และพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“เจ้าได้รับคำสั่งให้ทำอย่างไรก็ทำตามนั้นเถอะ”
“กระหม่อมอยู่ตรงนี้ทั้งคน หากฝ่าบาทมีปัญหาอันใดก็บอกกระหม่อมมาเถอะ พวกเราจะได้ช่วยกันแก้ไข” จ้าวอู่เจียงพูดเบา ๆ เขาเอื้อมมือไปแตะไหล่ของเซวียนหยวนจิ้งพลางแย้มยิ้มอ่อนโยน
เซวียนหยวนจิ้งปัดมือของจ้าวอู่เจียงออก นางพลันเบือนหน้าหนี ไม่กล้ามองเขาตรง ๆ อีกแล้ว