ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 450 เด็กสาวผู้มีน้ำใจ
บทที่ 450 เด็กสาวผู้มีน้ำใจ
เปลวไฟส่งเสียงปะทุตัวดังเปรี๊ยะปร๊ะอยู่ในถ้ำ
จ้าวอู่เจียงค่อย ๆ ฝังเข็มลงไปกลางหว่างคิ้วของเด็กสาว และบิดหัวเข็มเล็กน้อยเพื่อให้นางตื่นขึ้นมา
ไม่นานหลังจากนั้น แพขนตาของเด็กสาวก็สั่นไหว นางลืมตาขึ้นมาอย่างช้า ๆ
ดวงตากลมโตเป็นประกายสดใส
เมื่อเด็กสาวฟื้นขึ้นมา สิ่งที่นางเห็นคือมีบุรุษแปลกหน้ากำลังจ้องมองอยู่ สัญชาตญาณเตือนให้นางรีบตรวจสอบเสื้อผ้าของตนเอง ในเวลาเดียวกันนี้ ไฟราคะในร่างของนางก็ลุกโชนขึ้นมาอีกครั้งเมื่อกลับมาได้สติ สองแก้มกลายเป็นสีชมพูแดงคล้ายท้องฟ้ายามตะวันตกดิน
บุรุษที่อยู่เบื้องหน้านางคนนี้มีคิ้วคมเข้มและดวงตาอบอุ่นอ่อนโยน เขาให้ความรู้สึกสง่างามและสูงส่ง ทำให้เด็กสาวอดจ้องมองอีกครั้งไม่ได้ ก่อนที่นางจะรีบถอนสายตากลับมา ระบายลมหายใจร้อนอุ่น
เด็กสาวกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ก็ต้องประหลาดใจเมื่อพบว่าบุรุษผู้สง่างามท่านนี้ สามารถกล่าวภาษาของนางได้ด้วยสำเนียงที่แปลกแปร่งไปเล็กน้อย
“อาการของเจ้าไม่ค่อยสู้ดี ข้าไม่ชำนาญพื้นที่ที่นี้ จึงจำเป็นต้องให้เจ้าช่วยหาสถานที่ซึ่งมีสมุนไพรสำหรับรักษาอาการของเจ้า”
“แต่ก็มีอีกทางเลือกหนึ่ง เจ้าติดตามข้าข้ามชายแดนต้าเซี่ยตรงนั้นไป แล้วข้าจะรักษาอาการให้เจ้าเอง”
หมาป่าหิมะเสี่ยวไป๋ก็เห็นเช่นกันว่าเจ้านายของมันฟื้นขึ้นมาแล้ว มันลุกขึ้นยืน รีบวิ่งเข้ามา โซเซอยู่เล็กน้อย เสี่ยวไป๋ส่งเสียงร้องคราง ต้องการจะใช้หัวที่มีขนปุกปุยของมันเข้าไปคลอเคลียกับผู้เป็นเจ้านาย แต่ก็กลัวว่านางจะอ่อนแอมากเกินไป
เมื่อเด็กสาวเห็นเจ้าหมาป่าหิมะกำลังวิ่งเข้ามาหา สายตาของนางก็เห็นผ้าพันแผลที่อยู่บนร่างกายของเสี่ยวไป๋ เด็กสาวรู้ทันทีว่าบุรุษที่อยู่ตรงหน้านางคนนี้เป็นผู้รักษาอาการบาดเจ็บให้ นางลูบหัวเสี่ยวไป๋เบา ๆ และหันมาสอบถามจ้าวอู่เจียงด้วยเสียงทุ้มต่ำว่า
“ข้าจะอยู่รอดได้อีกนานเพียงใด ถ้าไม่ได้รับการรักษา?”
“มากสุดคือหนึ่งชั่วยาม” จ้าวอู่เจียงพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
เด็กสาวลุกขึ้นนั่งหน้าตาเคร่งเครียด ไฟราคะลุกโชนอย่างรุนแรง นางพยายามอดทนเอาไว้โดยไม่พูดคำใด เมื่อได้ยินคำตอบของจ้าวอู่เจียง นางก็กอดขาตนเองพลางส่ายหน้าเล็กน้อย
“ในเวลาเพียงชั่วยามเดียว เราไปไม่ถึงสถานที่ที่มียาช่วยข้าได้หรอก”
“ถ้าอย่างนั้นก็ติดตามข้ากลับไปยังแผ่นดินต้าเซี่ย ที่นั่นเจ้าจะได้รับการรักษา” จ้าวอู่เจียงยิ้มอย่างอ่อนโยน
ใบหน้างดงามของเด็กสาวซุกลงไปบนหัวเข่า ผมสีเงินยวงยาวสยายลงมา นางส่ายหน้าอีกครั้ง
นางปรารถนาจะไปยังแผ่นดินต้าเซี่ยมาโดยตลอด แต่บัดนี้กลับไม่สามารถไปที่แผ่นดินต้าเซี่ยได้ นางต้องไปรายงานข่าวที่ได้ทราบมาให้ชาวเผ่าอวี้จางรับรู้ ถ้าเดินทางไปที่เมืองจูเป่ยในแผ่นดินต้าเซี่ย เด็กสาวก็กลัวว่าตนเองอาจจะไม่ได้กลับมายังดินแดนของชาวโหลวหลานในช่วงเวลาสั้น ๆ หรือ…อาจจะยาวนานถึงชั่วชีวิต
จ้าวอู่เจียงขมวดคิ้ว
“ข้ารู้ ยังมีอีกวิธีหนึ่ง”
เด็กสาวยิ้มอย่างไร้เดียงสา ดวงตาเป็นประกายเคร่งเครียดจริงจัง นางจ้องมองจ้าวอู่เจียง กระซิบเสียงแผ่วเบาอย่างอ่อนโยน
“ถ้าข้ายอมเป็นสตรีของท่าน พิษในร่างกายก็จะถูกกำจัดออกไป ตอนที่องค์ชายของชาวเผ่าจินจางวางยาพิษข้า มันได้บอกข้าโดยไม่ปิดบัง”
จ้าวอู่เจียงยกมือขึ้นกุมหน้าผาก เขาติดค้างหนี้รักจากโฉมงามมากมายเกินพอแล้ว แต่ในเมื่อเด็กสาวไม่อยากเดินทางติดตามเขากลับไปที่เมืองจูเป่ย นี่ก็เป็นเพียงทางรอดเดียวเท่านั้น
“ท่านเข้ามาเถอะ” เด็กสาวขมวดคิ้ว ฤทธิ์ของยาพิษในร่างกายปั่นป่วนรุนแรงอย่างบ้าคลั่ง นางทรมานจากความเจ็บปวด แต่ก็จำเป็นต้องทนเอาไว้หากอยากจะมีชีวิตอยู่รอด
นางมีแต่ต้องมีชีวิตต่อไปเท่านั้น ถึงจะนำความลับของชาวเผ่าจินจางไปบอกต่อเผ่าตนเองได้สำเร็จ
เด็กสาวเอียงศีรษะ บิดริมฝีปากเป็นรอยยิ้มฝืดฝืน แววตาไร้เดียงสาเป็นประกายจริงจัง คล้ายกับว่านางกำลังปลอบโยนจ้าวอู่เจียง ในเวลาเดียวกันก็กำลังปลอบโยนตนเองด้วย
“ท่านเป็นคนช่วยชีวิตเสี่ยวไป๋ อีกอย่างท่านก็มีหน้าตาหล่อเหลา ข้าชื่นชอบหน้าตาของท่าน… ถ้าเรื่องนี้ถูกเปิดเผยออกไป ท่านก็จะกลายเป็นบุรุษของกู่หลีเขอลี่ นั่นก็ไม่ใช่เรื่องที่เลวร้ายอันใดหรอกนะ …น่าเสียดายที่ท่านมาจากแผ่นดินต้าเซี่ย พี่น้องของข้าอาจจะไม่ยอมรับในตัวท่าน แต่ข้าก็คิดว่าดีแล้วล่ะ”
ความไร้เดียงสาของเด็กสาวทำให้จ้าวอู่เจียงยิ้มออกมา เขาส่ายหน้าพร้อมกล่าวด้วยความจริงใจว่า
“รอบกายข้ามีสตรีมากเกินไปแล้ว…”
“ถ้าอย่างนั้น…” ดวงตากลมโตของเด็กสาวเบิกกว้าง ก่อนที่จะกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“เช่นนั้นก็ดีแล้ว สำหรับพวกเราลูกหลานชาวเผ่าโหลวหลาน บุรุษย่อมมีสตรีมากมายเป็นธรรมดา หรือท่านคิดว่าข้า กู่หลีเขอลี่ คนนี้ดีไม่พอสำหรับท่าน? เฮอะ! ข้าเป็นถึงองค์หญิงของชาวเผ่าอวี้จางเชียวนะ”
นางเชิดหน้าขึ้นด้วยความภาคภูมิใจและยิ้มอย่างอ่อนหวาน
“เป็นไปได้หรือที่ข้ายังงดงามไม่เพียงพอ?”