ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 458 โฮ่ง โฮ่ง โฮ่ง
บทที่ 458 โฮ่ง โฮ่ง โฮ่ง
ภายใต้ท้องฟ้าเต็มไปด้วยหิมะและสายลม ทุ่งน้ำแข็งกว้างใหญ่ไพศาล
เจ้าหมาป่าหิมะเสี่ยวไป๋วิ่งเล่นอยู่บนทุ่งน้ำแข็งอย่างมีความสุข
อากาศหนาวเย็นไม่เป็นผลกับมันแม้แต่น้อย แต่เนื่องจากกลัวว่าอาการบาดเจ็บจะกำเริบ เสี่ยวไป๋จึงไม่กล้าวิ่งเร็วมากเกินไป
ส่วนสหายของมันอย่างเจ้าม้าเสี่ยวหงก็เอาแต่ยืนนิ่ง ตากหิมะมาสองชั่วยามแล้ว หิมะยังไม่เบาลงเลย ไม่ทราบเลยว่าเกิดอะไรขึ้นกับเด็กสาวและนายท่านของมันในถ้ำแห่งนั้นบ้าง
เสี่ยวไป๋ก็กำลังคิดสงสัยเช่นกัน
หรือว่าพวกเขากำลังทำการรักษา? แต่ถ้าเป็นเพียงการรักษาจริง ๆ ทำไมเสี่ยวหงกับมันถึงต้องถูกไล่ออกมาอยู่ข้างนอกด้วย?
เมื่อนึกถึงชาวเผ่าอวี้จาง ทุก ๆ ปีในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ทุกสิ่งอย่างจะกลับคืนสู่ความมีชีวิตชีวา เสี่ยวไป๋จะได้เกลือกกลิ้งอยู่บนทุ่งกว้างพร้อมกับฝูงหมาป่าสาว ๆ โดยมีชาวเผ่าอวี้จางยืนมองอยู่ตลอดเวลา มันก็ไม่เห็นว่าตนเองจะต้องไล่พวกมนุษย์ออกไปเลย?
มนุษย์ช่างเป็นสัตว์ที่หน้าไหว้หลังหลอกจริง ๆ เสี่ยวไป๋เดินตากลมอยู่ในม่านหิมะ กองหิมะบนพื้นดินเริ่มทับถมสูงมากขึ้นเรื่อย ๆ
มันส่งเสียงเห่าสองครั้งเป็นการเรียกเสี่ยวหง
ตอนนี้ไม่ทราบเลยว่าเสี่ยวหงวิ่งหายไปที่ใดแล้ว
เมื่อชั่วยามก่อน พวกมันวิ่งเล่นอยู่ด้วยกันจนเบื่อหน่าย แต่ด้วยความที่เสี่ยวไป๋เป็นจ่าฝูงจนเคยชิน มันจึงมีนิสัยผู้นำติดตัวตลอด เสี่ยวไป๋ส่งเสียงเห่าให้เสี่ยวหงออกไปตรวจสอบพื้นที่ทางตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อดูว่ามีการปิดล้อมของชาวเผ่าจินจางบ้างหรือไม่
ในความคิดเห็นของเสี่ยวไป๋ผู้เป็นทายาทของหมาป่าเทพเจ้า มันรู้ดีว่าชาวเผ่าจินจางต้องไม่ส่งคนออกมาตามล่ากู่หลีเขอลี่เพียงเจ็ดคนอย่างแน่นอน พวกมันย่อมมีแผนการสำรอง อย่างเช่นการวางกำลังคนปิดล้อมเส้นทางที่จะใช้เดินทางกลับสู่อาณาเขตของชาวเผ่าอวี้จาง รวมไปถึงเส้นทางที่จะใช้หลบหนีออกนอกเขตทุ่งกว้างอีกด้วย
เพราะว่ามนุษย์เป็นสัตว์ที่เจ้าเล่ห์และร้ายกาจ
ตอนแรกเสี่ยวไป๋ตั้งใจว่าจะกระโดดขี่หลังของเสี่ยวหง ไปสำรวจดูด้วยกัน แต่เสี่ยวหงก็เตะมันลงมานอนจมหิมะเสียก่อน แล้วเจ้าม้าก็วิ่งไปสำรวจตามลำพัง บัดนี้ยังไม่กลับมาเลย
เสี่ยวหงยอมให้มนุษย์ขี่หลังได้ แล้วทำไมถึงจะยอมให้หมาป่าขี่หลังบ้างไม่ได้? เสี่ยวไป๋คิดด้วยความไม่เข้าใจ ขณะนอนมองเสี่ยวหงวิ่งจากไปจนลับสายตา ผ่านมาจนถึงบัดนี้ก็เกือบครบหนึ่งชั่วยามแล้ว เสี่ยวหงยังไม่มีวี่แววว่าจะกลับมา เสี่ยวไป๋จึงเริ่มอดเป็นห่วงไม่ได้ หรือว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับเสี่ยวหง?
หรือว่าเจ้าม้าจะแข็งตายไปแล้ว?
ไม่มีทาง ถึงเจ้าม้านั่นจะไม่ได้ฉลาดเหมือนมัน แต่เสี่ยวไป๋ก็รู้ดีว่าเสี่ยวหงไม่น่าจะอ่อนแอ หรือโง่เขลาถึงเพียงนั้นไม่ใช่หรือ?
เจ้าหมาป่าหิมะเสี่ยวไป๋เปลี่ยนจากส่งเสียงเห่ามาเป็นเสียงหอน หวังว่าเสี่ยวหงจะได้ยินและรีบวิ่งกลับมา ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น มันจะต้องปกป้องเสี่ยวหงให้ได้ ถึงชื่อของเสี่ยวไป๋จะหมายถึงสีขาว แต่มันเป็นหมาป่าตาสีเทาดำ ไม่ได้เป็นหมาป่าขี้ขลาดตาขาวอย่างแน่นอน
ในที่สุดก็ได้ยินเสียงฝีเท้าม้าวิ่งกลับมาบนทุ่งน้ำแข็ง เสี่ยวไป๋จึงทั้งเห่าและหอนต้อนรับด้วยความดีใจ
เมื่อเจ้าของเสียงฝีเท้านั้นปรากฏตัวขึ้น ก็ย่อมต้องเป็นเสี่ยวหง ร่างของเสี่ยวหงดูจะใหญ่โตมากกว่าเดิมสองเท่า ขนสีน้ำตาลแดงของมันปลิวไสวไปตามสายลมและม่านหิมะ
“บรู๊ว โฮ่ง โฮ่ง โฮ่ง (เจ้าลูกเต่า กลับมาได้สักทีนะ)”
“ฮี้! (ข้าเป็นม้าต่างหาก)” เสี่ยวหงร้องตอบกลับโดยไม่หยุดวิ่ง แล้วมันก็วิ่งผ่านเสี่ยวไป๋ไปหน้าตาเฉย
“โฮ่ง! (เฮ้ย!)” หมาป่าหิมะเสี่ยวไป๋ยืนงงอยู่ตรงนั้น มันจ้องมองเสี่ยวหงวิ่งผ่านไปอีกครั้งด้วยความสับสน ยังไม่ทันได้ถามเลยว่าเสี่ยวหงหายหัวไปไหนมาตั้งนาน
จังหวะที่กำลังจะส่งเสียงเห่าถามออกไป เสี่ยวไป๋ก็ได้ยินเสียงลูกธนูพุ่งแหวกสายลมเข้ามา มันสามารถกระโดดหลบได้อย่างว่องไว ตำแหน่งที่มันยืนอยู่เมื่อสักครู่นี้ บัดนี้จึงมีลูกธนูปักอยู่เต็มไปหมด
ปรากฏว่าเสี่ยวหงโดนตามล่าอยู่นี่เอง! เสี่ยวไป๋ส่งเสียงเห่าและตะกุยเท้าวิ่งตามไปอย่างบ้าคลั่ง ลูกธนูถูกยิงไล่ตามหลังมาอีกชุดใหญ่
“บรู๊ววว! (เสี่ยวหง! เจ้าม้าเวร! ตอนวิ่งผ่านไปทำไมไม่บอกกันบ้าง?)”
“ฮี้! (ก็เจ้าไม่ได้ถาม)”
เจ้าหมาป่าหิมะเสี่ยวไป๋ส่งเสียงเห่าหอนพร้อมวิ่งหลบลูกธนูจ้าละหวั่น เสี่ยวหงวิ่งนำหน้าอยู่ไม่ไกล ส่วนด้านหลังเป็นเสียงลูกธนูที่ถูกยิงไล่มา และเสียงเหนี่ยวไกยิงหน้าไม้ปลดปล่อยลูกดอกออกมาอีกชุดใหญ่ก็ดังขึ้น