ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 471 ไม่สนใจ
บทที่ 471 ไม่สนใจ
องค์หญิงน้อยกู่หลีเขอลี่เผ่าอวี้จางเพียงเหลือบมองกงปู้หนีหม่าอย่างเย็นชาด้วยสีหน้ารังเกียจ
ส่วนเหล่านักรบเผ่าอวี้จางก็ยังคงเงียบ ทว่าเตรียมพร้อมอยู่เสมอ ตั้งแต่ได้รู้เรื่องจากองค์หญิงพวกเขาก็โกรธเกรี้ยวนัก และตอนนี้พวกเขาก็รู้ดีว่า โอกาสเดียวในการรอดชีวิต มีแต่ต้องฝ่าด่านสังหารนี้ไปให้ได้เท่านั้น
อาถู่ปู้ชักดาบโค้ง จ้องมองกงปู้หนีหม่าด้วยแววตาวาววับ เขาไม่คิดเลยว่า องค์ชายแห่งเผ่าจินจางจะมาที่นี่เพื่อสังหารคนอวี้จางด้วยตนเอง
เดิมทีเขาตั้งใจว่าหากสู้ไม่ได้ก็จะยอมจำนน แต่เมื่อได้ยินคำพูดขององค์ชายแห่งจินจาง หัวใจของอาถู่ปู้ก็เต้นแรงขึ้น
“ข้าไม่เห็นด้วย” จ้าวอู่เจียงตอบกลับคำขอร้องของทาหนามู่ซัวแห่งเผ่าอวี้จาง ด้วยรอยยิ้มจาง ๆ และแววตาที่ลึกล้ำดั่งรัตติกาล
ทาหนามู่ซัวอ้าปากค้าง ไม่รู้ว่าจะพูดอย่างไรต่อไป
ตอนนั้นเอง… “พวกเจ้าคงไม่ได้คิดจะต่อต้านกระมัง?” องค์ชายกงปู้หนีหม่าแห่งเผ่าจินจางกล่าวเยาะหยัด ก่อนจะชี้ไปยังนักรบสวรรค์ข้างกาย
“คนผู้นี้คือนักรบสวรรค์แห่งเผ่าจินจาง นามว่า จาซีผู่ปู้ พวกเจ้าคิดหรือว่าจะสามารถต่อกรได้?!”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ เหล่านักรบเผ่าอวี้จางต่างสิ้นหวังในทันที หากเป็นเพียงนักรบผู้ยิ่งใหญ่ ฝั่งพวกเขายังมีทาหนามู่ซัวกับจ้าวอู่เจียงที่พอต่อกรได้
แต่นี่ต้องเผชิญหน้ากับนักรบสวรรค์ การดิ้นรนต่อสู้ของพวกเขาย่อมไร้ความหมาย ยังไม่ต้องพูดถึงที่ควันสัญญาณถูกจุดมาพักใหญ่แล้ว คาดว่านักรบคนอื่น ๆ ของเผ่าจินจางคงจะมารวมตัวกันในไม่ช้า
ยามนี้ร่างกายของทาหนามู่ซัวสั่นเทิ้ม เขาไม่คิดว่าองค์ชายเผ่าจินจางจะพานักรบสวรรค์มาด้วย ดวงตาเขาสั่นไหว เขาเอ่ยกับจ้าวอู่เจียงอีกครั้งด้วยเสียงแผ่วเบา
“ท่านจงพาองค์หญิงหนีไปเถิด หากไปถึงเมืองจูเป่ยได้ องค์หญิงก็จะปลอดภัย ข้าจะสู้ตาย เปิดทางให้พวกท่านเอง”
องค์หญิงน้อยพลันกำชายเสื้อของจ้าวอู่เจียงแน่น เม้มริมฝีปาก หน้านิ่วคิ้วขมวด
ตอนนั้นเอง เจ้าหมาป่าหิมะเสี่ยวไป๋ก็หอนบอกให้ทุกคนว่าอย่าได้ตื่นตระหนก เพราะจ้าวอู่เจียงอยู่ที่นี่แล้ว
ทว่ายกเว้นจ้าวอู่เจียงกับเสี่ยวหง ก็ไม่มีใครฟังภาษามันออกเลย
“ไม่ได้” จ้าวอู่เจียงยังคงยิ้มอ่อนโยน ขณะตอบทาหนามู่ซัวอย่างจริงจัง
ก่อนชายหนุ่มจะแตะบ่าองค์หญิงน้อยเบา ๆ ปลอบโยนว่าไม่เป็นไร
แต่การกระทำนี้ของจ้าวอู่เจียงกลับทำให้ทาหนามู่ซัวถึงกับสิ้นหวัง เขาเป็นนักรบผู้กล้าหาญแห่งเผ่าอวี้จาง ถึงตัวจะตาย แต่อย่างน้อยก็อยากปกป้ององค์หญิงไว้ให้ได้
เขาถึงกับยอมวางศักดิ์ศรี ขอร้องจ้าวอู่เจียง ชาวต่างถิ่นผู้นี้
แต่จ้าวอู่เจียงกลับไม่ตอบรับ ทั้ง ๆ ที่ด้านหน้ามีนักรบสวรรค์รออยู่… ความสิ้นหวังในดวงใจของทาหนามู่ซัวยิ่งทวีคูณ แต่ไม่นานเลือดในกายก็พลุ่งพล่านขึ้นราวกับพบทางรอด เขากำดาบแน่น ตัดสินใจอย่างแน่วแน่ เขาจะสู้ตาย!
ช่วงตอนนั้นเอง เสี่ยวหงก็พาจ้าวอู่เจียงก้าวเดินไปข้างหน้าช้า ๆ ชายหนุ่มพลันปลดน้ำเต้าจากเอว ยกกระดกดื่มสุราท่ามกลางสายลมและหิมะ ก่อนจะผ่อนลมหายใจเบา ๆ จัดหมวกไม้ไผ่สาน จากนั้นก็กำมือขวาแล้วร่ายรำดัชนี วาดอักขระบนหิมะ
หมาป่าหิมะเสี่ยวไป๋ตาเบิกโต ก่อนหน้านี้มันเคยมีวาสนาได้เห็นพลังของจ้าวอู่เจียงมาแล้ว…
มันจึงรีบพากู่หลีเขอลี่ถอยหลัง พร้อมกับส่งเสียงร้องเตือนคนอื่น ๆ “โฮ่ง ๆๆ (พวกเจ้าถอยไปเร็ว) โฮ่ง ๆๆ (จ้าวอู่เจียงจะลงมือแล้ว)”
ทาหนามู่ซัวเกิดความสงสัยว่าจ้าวอู่เจียงจะทำอะไรกันแน่? ด้วยตอนนี้เขาเห็นเพียงว่า อีกฝ่ายกำลังวาดภาพหรือวาดอักขระอะไรบางอย่างบนหิมะเท่านั้น
ช่วงเวลาเดียวกันนี้ ดวงตาสีฟ้าขององค์หญิงน้อยสั่นไหว นางรู้สึกว่าหิมะบนพื้นปั่นป่วนขึ้นเล็กน้อย และเหมือนนางจะเคยรู้สึกถึงพลังแปลกประหลาดนี้จากที่ใดมาก่อนด้วย
“โอ้! เจ้าคงไม่คิดว่า เจ้าเพียงคนเดียวจะรับมือกับนักรบจากเผ่าจินจางทั้งหมดได้กระมัง?” องค์ชายเผ่าจินจางเอ่ยเยาะหยันเมื่อเห็นจ้าวอู่เจียงไม่สนใจผู้ใด ทั้งยังเดินตรงเข้ามาด้วยท่าทางสบาย ๆ
“ข้าเคยได้ยินว่าชาวต้าเซี่ยไม่รู้ฟ้าสูงแผ่นดินต่ำ เห็นทีจะเป็นเช่นนั้นจริง ๆ”
ทว่าทันทีที่กงปู้หนีหม่าเอ่ยจบ นักรบสวรรค์ที่อยู่ข้าง ๆ ก็สะดุ้งตกใจ นักรบสวรรค์จับจ้องบุรุษต้าเซี่ยที่ขี่ม้าเข้ามา มือขวาของชายผู้นั้นมีพลังบางอย่างกำลังโคจรอยู่ และด้วยสัญชาตญาณ เขารู้สึกว่าคนต้าเซี่ยผู้นี้อันตรายนัก ตอนนี้ราวกับเขากำลังเผชิญหน้ากับบุตรแห่งสวรรค์แห่งเผ่าจินจางอย่างไรอย่างนั้น
เพียงไม่นานเขาก็เห็นบุรุษต้าเซี่ยผู้นั้นเงยหน้าขึ้น เผยดวงตาอ่อนโยนทว่าก็เย็นชาภายใต้หมวกไม้ไผ่สาน และทันใด ดวงตาคู่นั้นก็เหลือบมองเขา!