ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 49 แอบนัดพบ
บทที่ 49 แอบนัดพบ
ยามค่ำคืน
ลึกเข้าไปในที่ทำการโรงหมอหลวง
ภายในห้องของผู้ดูแล มีสมุนไพรกองอยู่เต็มไปหมด กลิ่นของสมุนไพรลอยตลบอยู่ในอากาศ ซุนอี้ขู่ผู้ดูแลโรงหมอหลวงแต่งกายด้วยชุดประจำตำแหน่ง และต้มยาสมุนไพรอยู่ในหม้อ
เสียงเคาะประตูพลันดังขึ้นเบา ๆ
ดังขึ้นเป็นจังหวะ ซึ่งหมายถึงสัญญาณลับ
“เข้ามาได้” ซุนอี้ขู่พูดออกไปด้วยเสียงทุ้มต่ำ
เจ้าหน้าที่ในโรงหมอหลวงผู้หนึ่งเดินเข้ามาอย่างเชื่องช้า โค้งตัวคำนับและรายงานว่า
“คารวะใต้เท้า บัดนี้เรายังไม่พบตัวหวังอวี้ข่าย แต่พบคราบโลหิต… มีความเป็นไปได้ว่าเขาจะ…ตายแล้วขอรับ”
“หวังอวี้ข่ายออกไปจากวังหลวงพร้อมกับจ้าวอู่เจียง ตอนนี้มีแค่เขาที่หายตัวไป ส่วนเจ้าหนุ่มนั่นยังกลับมาอย่างปลอดภัยดี หึหึ สงสัยหวังอวี้ข่ายคงจะคิดอิจฉาจ้าวอู่เจียง จนหาเรื่องเหน็บแนมว่าอีกฝ่ายโลภมากเกินควร ทำให้เขาขุ่นเคือง และนำความตายมาสู่ตน…” ซุนอี้ขู่คาดเดาได้แม่นยำ เขาหยุดชะงักมือที่กำลังใช้พัดกระพือเปลวไฟใต้หม้อต้มยา ดวงตาเป็นประกายระยิบระยับ
“จ้าวอู่เจียงคนนี้ ข้าน้อยเคยเจอมาแล้วสองครั้ง มีความรู้สึกว่า เขาไม่เพียงหิวกระหายในเงินทอง แต่ยังเป็นจิ้งจอกเจ้าเล่ห์ และมีความทะเยอทะยานอย่างยิ่ง…” เจ้าหน้าที่หนุ่มก้มหน้า กล่าวออกมาหลังจากนิ่งไปพักใหญ่ หวังอวี้ข่ายเป็นเสมือนพี่น้องของตน ทั้งสองคนมีความสัมพันธ์อันดีมาโดยตลอด
ซุนอี้ขู่ยิ้มออกมาอย่างเข้มขรึม
“จ้าวอู่เจียงกล้าสังหารหวังอวี้ข่ายเช่นนี้ หมายความว่าเขาไม่เห็นเราอยู่ในสายตา คนผู้นี้ควบคุมยาก เราต้องหาทางกำจัดเขาทิ้งเสีย และหาคนใหม่ที่สามารถควบคุมได้ง่ายมาทดแทน”
“ใต้เท้าช่างมีวิสัยทัศน์กว้างไกล” เจ้าหน้าที่หนุ่มชื่นชม
“มีอีกเรื่องหนึ่งขอรับ บัดนี้ เสนาบดีกรมกลาโหมยินดีร่วมมือกับเราแล้ว”
ซุนอี้ขู่เบิกตาโต ดวงตาเปล่งประกายระยิบระยับ แย้มยิ้มออกมาอย่างมีเลศนัย
“นับเป็นข่าวที่ประเสริฐยิ่ง เร็วเข้า เจ้าช่วยมาดูยาหม้อนี้แทนข้าที… ข้าจะไปพบเขาเป็นการส่วนตัว”
เจ้าหน้าที่หนุ่มรีบรับคำ เฝ้ามองซุนอี้ขู่ก้าวเดินออกไปด้วยความเคารพ
…
เขตเจียงตู่ ย่านตะวันออกเฉียงใต้ จวนที่พักของเสนาบดีกรมกลาโหม
ภายใต้การนำทางของพ่อบ้านตระกูลเฉิน ซุนอี้ขู่ผู้ดูแลโรงหมอหลวงเดินเข้าสู่ห้องหนังสือของท่านเสนาบดีอย่างรวดเร็ว
เมื่อเปิดประตูเข้าไป ก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นสุรารุนแรงเป็นสิ่งแรก
“น้องซุน เชิญนั่งก่อน”
เฉินอันปังเสนาบดีกรมกลาโหมกำลังนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงาน บนโต๊ะเต็มไปด้วยม้วนเอกสารมากมาย หนวดเครา ผมเผ้าเต็มไปด้วยกลิ่นสุรา
ซุนอี้ขู่ขมวดคิ้วพร้อมกับนั่งลงบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามเฉินอันปัง ถามออกไปด้วยความใคร่รู้
“พี่เฉิน เหตุใดท่านถึงตัดสินใจเอาตอนนี้?”
ตนเคยส่งคนมาเจรจากับเฉินอันปังหลายครั้งหลายครา แต่อีกฝ่ายก็ไม่เคยให้คำตอบที่ชัดเจนเลยสักที
เสนาบดีกรมกลาโหมนั่งไถลตัวอยู่บนเก้าอี้ ร่างกายกำยำดูเหนื่อยล้า หอบหายใจอย่างหนักหน่วง ในลมหายใจคลุ้งกลิ่นสุรา พูดด้วยความกลุ้มใจว่า
“วันนี้ตู๋กูอี้เหอไม่ไว้หน้าข้าเพราะขันทีน้อยผู้หนึ่ง!”
“หืม? ขันทีน้อย…” ซุนอี้ขู่ยกมือปัดกลิ่นสุราในอากาศให้จางหาย หรี่ตาลงเล็กน้อย หรือจะเป็นจ้าวอู่เจียง?
“ขันทีน้อยผู้นั้นไม่รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำ มันกล้าพูดจาเหลวไหล แล้วข้าก็ไม่สามารถพูดอะไรกับมันได้เลย เพราะอะไรกัน ข้าต่ำต้อยเกินไปอย่างนั้นหรือ ข้าไม่ได้เป็นเสนาบดีกรมกลาโหมหรือไง” เฉินอันปังพูดพร้อมกับทุบโต๊ะด้วยความโกรธแค้น
“ขันทีน้อยผู้นั้นกล่าววาจาเย้ยหยันข้า แต่ตู๋กูอี้เหอก็ยังปกป้องมัน จ้าวอู่เจียงมันมีดีอะไรกัน!”
สุดท้ายก็เป็นจ้าวอู่เจียงจริง ๆ ด้วย… ซุนอี้ขู่หัวเราะเยาะอยู่ในใจ พลางพูดออกมาเบา ๆ ว่า
“จะไปยากเย็นกระไรขอรับ ขอเพียงพี่เฉินออกคำสั่งเท่านั้น แม้แต่หัวของมันก็สามารถหลุดออกจากบ่าได้อย่างง่ายดาย แต่นี่อะไรกัน? ตู๋กูอี้เหอไม่ไว้หน้าพี่เฉินเลยแม้แต่นิดเดียว…”
“ใช่แล้ว ถ้าตู๋กูอี้เหอไม่ได้ไว้หน้าข้า แล้วทำไมข้าต้องไว้หน้าเขาด้วย? เขาก็พึ่งพาไม่ได้เหมือนฮ่องเต้นั่นแหละ!” เฉินอันปังพูดด้วยความเกรี้ยวกราด
“พวกเรามีแต่ต้องพึ่งพาตนเองเท่านั้น!”
“พี่เฉินกล่าวได้ถูกต้องแล้ว พวกเราต้องพึ่งพาตนเอง แต่พี่เฉินไม่ต้องเป็นกังวล ตราบใดที่พวกเราร่วมมือกัน ทุกอย่างต้องประสบผลสำเร็จแน่นอน” ซุนอี้ขู่ดวงตาพราวประกายระยิบระยับ
“เอาอย่างนี้ดีไหมขอรับ ข้าน้อยขอมอบของขวัญให้กับท่าน มันเป็นของขวัญที่จะทำให้พี่เฉินสามารถบดขยี้จ้าวอู่เจียงได้อย่างสาแก่ใจยิ่ง!”
“อะไรหรือ?” เฉินอันปังเลิกคิ้วเข้มของตนขึ้นสูง
ซุนอี้ขู่ยกมือป้องปากกระซิบ
“จ้าวอู่เจียงเป็นหัวหน้าขันที แต่กลับยักยอกสมุนไพรที่โรงหมอหลวงของเราบ่อยครั้ง ที่ผ่านมาข้าแกล้งทำเป็นหูหนวกตาบอด แต่บัดนี้เพื่อเป็นการแสดงความจริงใจต่อพี่เฉิน ข้านำความลับนี้มาบอกเป็นของกำนัล เพียงเท่านี้ท่านก็สามารถเล่นงานเขาได้!”
“เจ้าพูดจริงหรือ” เฉินอันปังจ้องมองผู้ดูแลโรงหมอหลวงด้วยความเหลือเชื่อ หัวหน้าขันทีแอบยักยอกสมุนไพรหลวงไปขายอย่างนั้นหรือ ตราบใดที่เขาเอาเรื่องนี้ไปกราบทูลฮ่องเต้ ชีวิตจ้าวอู่เจียงก็ต้องจบสิ้นอย่างแน่นอน
“จริงสิขอรับ! ในห้องพักของจ้าวอู่เจียงยังมีเงินที่ได้จากการยักยอกขายสมุนไพรหลวงเก็บเอาไว้อีกมากมาย เรื่องนี้ต้องเป็นความจริงอย่างแน่นอน”
ซุนอี้ขู่แสยะยิ้ม เขาไม่ได้บอกเฉินอันปังเกี่ยวกับกู่พิษแห่งโหลวหลาน ในความคิดเห็นของซุนอี้ขู่ เสนาบดีกรมกลาโหมมีบุคลิกก้าวร้าว เหมาะสำหรับการใช้กำลังเท่านั้น ไม่ควรมีส่วนร่วมในการวางแผนเด็ดขาด
“ฮ่า ๆๆๆ ประเสริฐแท้! ข้าจะทำให้จ้าวอู่เจียงต้องตายโดยไร้แผ่นดินกลบฝัง ข้าจะทำให้ขันทีน้อยอย่างมันได้รู้ว่า อย่าได้บังอาจมามีเรื่องกับข้า!” เฉินอันปังหัวเราะออกมาเสียงดัง พร้อมกับตบโต๊ะด้วยความชอบใจ
“เรื่องนี้เดี๋ยวข้าจัดการเอง!”
เฉินอันปังตั้งใจจะนำเรื่องนี้ไปกราบทูลฮ่องเต้ คาดหมายว่า ฮ่องเต้ต้องไม่ไว้ชีวิตจ้าวอู่เจียงอย่างแน่นอน! เฉินอันปังหัวเราะเยาะด้วยความสะใจเป็นอย่างยิ่ง