ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 50 เริ่มต้นฝึกวิชาบู๊
บทที่ 50 เริ่มต้นฝึกวิชาบู๊
ตำหนักหย่างซิน ห้องบรรทมของฮ่องเต้อันเงียบสงบ
จ้าวอู่เจียงยังคงนั่งขัดสมาธิ พลิกคัมภีร์ทองคำไร้พ่ายทีละหน้า ดวงตาจ้องมองเนื้อหาในตำราอย่างมุ่งมั่น
ฮ่องเต้หญิงนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม่ไกลนัก ในมือของนางก็กำลังพลิกตำราโบราณอยู่เช่นกัน แต่บางครั้งก็จะแอบชำเลืองมองไปยังขันทีหนุ่ม แล้วก็หัวเราะในลำคอออกมาเบา ๆ บัดนี้ ความโกรธแค้นในใจเบาบางลงมากแล้ว แม้ยามนึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้จะยังคงอับอายไม่หายก็ตาม
จ้าวอู่เจียงจดจ่ออยู่กับเนื้อหาในตำรา สลับกับขยับมือไม้ตามเนื้อหา
‘ขั้นแรกของการฝึกฝน ต้องเปิดจุดลมปราณในร่างกาย เพื่อทำการเชื่อมต่อกับสวรรค์และโลกมนุษย์ และเพื่อดูดซับพลังปราณจากสวรรค์ นี่คือก้าวแรกในการฝึกวิชาบู๊ ขั้นตอนนี้เรียกว่า การเปิดจุดลมปราณ
จุดลมปราณในร่างกายมีอยู่ทั้งหมด 36 จุด ผู้คนธรรมดาใช้เวลาในการเปิดจุดลมปราณไม่ต่ำกว่าสิบปี แต่หากเป็นยอดอัจฉริยะอย่างเราผู้เฒ่า ใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งปีก็สามารถเปิดจุดลมปราณได้สำเร็จ และพร้อมสำหรับการฝึกวิชาขั้นที่สองต่อไป’
ตำราเล่มนี้ ระบุตำแหน่งจุดลมปราณตามร่างกายเอาไว้โดยละเอียด จ้าวอู่เจียงไล่เปิดดูทีละหน้าด้วยความร้อนใจ ได้แต่ถามตนเองว่า เขายังจะต้องรอไปถึงเมื่อใด? เขายังจะต้องรอไปอีกกี่ปี? ขันทีหนุ่มหยุดชะงักและถูนิ้วมือของตนเอง พลันเขาก็ดีดนิ้วด้วยความเข้าใจบางอย่าง
เขาไม่จำเป็นต้องเปิดจุดร่างกายตามวิธีที่ตำรานี้ระบุก็ได้
อย่าลืมสิว่าเขาเป็นใคร?
จ้าวอู่เจียงผู้ชำนาญด้านการแพทย์ โดยเฉพาะการฝังเข็มมิใช่หรือ?
ขันทีหนุ่มรีบลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว ถอดเสื้อผ้าออก เผยร่างกายกำยำปรากฏสู่สายตา
ฮ่องเต้หญิงตกตะลึง จ้องชายหนุ่มโดยไม่รู้ตัว
“พระองค์กำลังมองอะไร คิดฉวยโอกาสจากกระหม่อมหรือ?” จ้าวอู่เจียงหัวเราะในลำคอ “หน้าอกของกระหม่อมไม่ได้ขาว และไม่ได้ใหญ่เหมือนของพระองค์ ไม่ต้องแอบดูหรอกพ่ะย่ะค่ะ”
“จ้าวอู่เจียง เจ้า!” เซวียนหยวนจิ้งกำมัดแน่น ใบหน้างดงามบิดเบี้ยวด้วยความเดือดดาล นางแค่นหัวเราะอย่างเจ็บใจ ก่อนจะหันหน้าหนีไป พร้อมกับบ่นพึมพำในลำคอ
“ผู้ใดอยากดูกัน…”
จ้าวอู่เจียงสะบัดมือ เรียกเข็มเงินสี่เล่มออกมา ก่อนจะเริ่มปักเข็มลงไปตามจุดลมปราณบนร่างกายทีละเล่ม
ในไม่ช้า ร่างกายของเขาก็เต็มไปด้วยเข็มแหลม
เมื่อปักเข็มลงบนร่างกายท่อนบนครบทุกตำแหน่งแล้ว… จ้าวอู่เจียงก็เริ่มถอดกางเกงออก
“เจ้าคิดจะทำอะไร? ถอดเสื้อผ้าต่อหน้าข้า เจ้ายังมีความละอายเหลืออยู่หรือไม่” ฮ่องเต้หญิงปิดตำรา และพูดด้วยน้ำเสียงขุ่นเคือง
“พระองค์จะโวยวายไปไย พระองค์ก็เคยเห็นของกระหม่อมมาหมดแล้ว… เหตุใดจึงต้องทำตัวเป็นสตรีด้วย…” จ้าวอู่เจียงไม่รั้งรอ เริ่มต้นฝังเข็มลงไปตามตำแหน่งจุดลมปราณท่อนล่างทันที
ฮ่องเต้หญิงริมฝีปากสั่นระริก นางขยับเก้าอี้ออกห่างจากอีกฝ่าย
จ้าวอู่เจียงรู้สึกได้ถึงความเจ็บปวดที่แล่นพล่านไปทั่วร่าง เขาระบายลมหายใจออกมายาวและแรง ค่อย ๆ ทำการกดเข็มให้ฝังลงไปลึกขึ้นพลางบิดช้า ๆ
“เซวียนหยวนจิ้ง ท่านรีบหาที่กำบังไว้ก่อนเถิด!”
ครึ่งชั่วยามให้หลัง มวลพลังในร่างกายของจ้าวอู่เจียงก็ไหลเวียนอย่างบ้าคลั่ง
ฟึบ! ฟึบ! ฟึบ! ฟึบ!
เข็มเงินที่ปักอยู่บนร่างกายถูกมวลพลังซัดกระเด็นออกไปจากผิวหนัง เข็มแหลมเหล่านั้นพุ่งไปคนละทิศคนละทาง พวกมันปักลงตามโต๊ะ เก้าอี้ ขื่อ หลังคา และเสาไม้ภายในห้อง ปลายเข็มยังคงสั่นไหวไม่หยุด
เมื่อสัมผัสได้ถึงคลื่นพลังปั่นป่วนในอากาศ… เซวียนหยวนจิ้งซึ่งกำลังซ่อนตัวอยู่หลังเสาไม้ต้นหนึ่งพร้อมกับตำราโบราณในมือ ก็ต้องเบิกตาโตด้วยความตกตะลึง
จ้าวอู่เจียงรู้สึกเหมือนร่างกายของตนกำลังพร่ามัว ผิวกายสัมผัสสายลมพัดผ่าน รู้สึกได้ถึงลมหายใจของฮ่องเต้หญิงที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกล ชายหนุ่มรู้แล้วว่าขั้นตอนแรกในการเปิดจุดลมปราณสำหรับฝึกเคล็ดวิชาทองคำไร้พ่ายสำเร็จแล้ว และเขาใช้เวลาเพียงครึ่งชั่วยามเท่านั้น!
‘เมื่อเปิดจุดลมปราณเรียบร้อยแล้ว เจ้าก็ต้องปลุกพลังวิญญาณที่ซ่อนตัวอยู่ภายในร่างกาย นี่คือขั้นที่สองและขั้นที่สามสำหรับการฝึกเคล็ดวิชาทองคำไร้พ่าย เรียกว่า การปลุกสามจิต เจ็ดวิญญาณ
สำหรับเจ็ดวิญญาณที่ว่าประกอบไปด้วย
วิญญาณซือโก้ว เพิ่มความตื่นตัวของร่างกาย
วิญญาณโซ่วเฟ่ย ปลดผนึกการควบคุมลมหายใจ
วิญญาณฉูฮุ่ย เสริมสร้างการทำงานของระบบย่อยในร่างกาย ช่วยเหลือขับถ่ายของเสีย ดำรงไว้แต่สิ่งที่มีคุณค่าต่อร่างกาย
วิญญาณทุนเจ๋ย ช่วยขับไล่ลมปราณแปลกปลอมที่ทะลวงเข้าสู่ร่างกาย เพิ่มความสามารถในการป้องกันร่างกาย
วิญญาณฝูสื่อ เพิ่มสมาธิ
วิญญาณเชวี่ยอิน เพิ่มความสามารถในการร่วมรัก เสริมสร้างพลังทางเพศ
วิญญาณเฟยตู๋ หากร่างกายถูกพิษแทรกซึม มวลลมปราณนี้ก็จะกำจัดพิษร้ายออกไป จากนั้นก็จะเปลี่ยนพิษเหล่านั้นให้กลายเป็นพลังงานในร่างกาย
เมื่อสามารถปลดผนึกวิญญาณทั้งเจ็ดได้เรียบร้อย ร่างกายของเจ้าก็จะมีความแข็งแกร่งมากกว่าผู้คนทั่วไป สามารถต้านพิษได้หลายร้อยชนิด แต่นับเป็นเรื่องยากนักที่จะสามารถปลดผนึกปราณเหล่านี้ได้ทั้งหมด แม้แต่เราผู้เฒ่า ผู้เป็นถึงยอดอัจฉริยะ ก็ต้องใช้เวลาถึงหกเดือน กว่าจะสามารถปลุกปราณเหล่านี้ได้ครบถ้วน
ส่วนสามจิต…’
ดวงตาของจ้าวอู่เจียงเป็นประกายระยิบระยับ เขาเปิดอ่านต่อไปเรื่อย ๆ ไม่หยุด ถ้าว่ากันตามข้อมูลในตำราเล่มนี้ เขาต้องเริ่มต้นปลุกเจ็ดวิญญาณให้ได้ก่อน
หนึ่งชั่วยามต่อมา จ้าวอู่เจียงหอบหายใจช้า ๆ เขาสามารถปลุกวิญญาณได้สำเร็จแล้ว
โดยเฉพาะวิญญาณเชวี่ยอิน
เขารู้สึกได้ถึงความแข็งแกร่งของช่วงล่างตนเองที่เพิ่มขึ้น
จังหวะนั้น ประตูห้องก็ถูกเคาะเบา ๆ
“ฝ่าบาทเพคะ?”
น้ำเสียงอ่อนโยนและเร่าร้อนของตู๋กูหมิงเยว่ดังขึ้นจากด้านนอก
ตู๋กูหมิงเยว่ยืนอยู่หน้าประตู ใบหน้าของนางเป็นสีชมพู และริมฝีปากก็เม้มแน่น นางมีความงดงามอย่างหาคำอธิบายไม่ได้ ขณะนี้นางสวมใส่เพียงเสื้อคลุมบางเบาเท่านั้น หาได้มีอย่างอื่นอีกไม่
…
ค่ำคืนนี้ นับจากการเริ่มต้นของราตรีสู่รุ่งอรุณของเช้าวันใหม่ เป็นเวลาถึงสี่ชั่วยามเต็ม ๆ ที่ตู๋กูหมิงเยว่ไม่ได้พักเหนื่อยแม้แต่น้อย หญิงสาวลอยละล่องไปบนปุยเมฆ ได้แต่ส่งเสียงร้องครวญครางจนลำคอแหบแห้ง
ยามรุ่งเช้ามาเยือน นางถึงกับต้องเดินนวดเอว ขณะกลับตำหนักฉีเฟิงของตนเอง ด้วยความอิ่มอกอิ่มใจเป็นอย่างยิ่ง