ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 515 ข้าจะไม่เสแสร้งอีกต่อไป
บทที่ 515 ข้าจะไม่เสแสร้งอีกต่อไป
การฆ่าฟันและเสียงตะโกนดังสนั่น ชาวโพ้นทะเลไม่ต่างไปจากหมาบ้า พุ่งเข้ากัดจ้าวอู่เจียง
ศพคนร่วงหล่นดั่งใบไม้ร่วง การฆ่าฟันเหมือนจะหยุดยั้งลงไม่ได้ง่าย ๆ
ตอนชาวโพ้นทะเลยกพลขึ้นเกาะตงจี แม่ทัพของพวกมันออกคำสั่งให้สู้ตาย ถ้าหลบหนีแม้แต่ครึ่งก้าวถือเป็นกบฏทันที มีโทษประหารชีวิตทั้งตระกูล แต่ถ้าพวกมันยอมก้าวออกไปข้างหน้า ต่อให้ตายใต้คมกระบี่ชาวต้าเซี่ย อย่างน้อยก็ยังมีความดีความชอบ
ยามนี้ชุดสีดำของจ้าวอู่เจียงเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเลือด เปียกชุ่มฉ่ำไปทั้งร่างกาย
กระทั่งผ่านไปครึ่งชั่วยาม จ้าวอู่เจียงก็สามารถบุกตะลุยจากฝั่งตะวันออกของเกาะตงจีสู่ใจกลางเกาะได้สำเร็จ ทหารเกือบหมื่นคนตกตายด้วยน้ำมือของเขา ครึ่งหนึ่งของตัวเกาะเต็มไปด้วยศพคนตาย
ต้องไม่ลืมว่าการบุกต้าเซี่ยของชาวโพ้นทะเลคราวไม่ได้มีเพียงนักรบชาวโพ้นทะเลเท่านั้น แต่ยังมีนักรบพเนจรด้วย และยามนี้นักรบพเนจรก็บุกเข้ามาโจมตีจ้าวอู่เจียงอย่างเกรี้ยวกราดต่อเนื่อง พวกมันไม่คิดจะยอมแพ้โดยง่าย
พวกมันไม่คิดเปิดโอกาสให้บุรุษชุดดำชาวต้าเซี่ยได้มีโอกาสพักหายใจ เป้าหมายชัดเจนว่าจะทำให้จ้าวอู่เจียงเหนื่อยล้าทั้งร่างกายและจิตใจ จนความแข็งแกร่งเสื่อมถอย
แต่แล้วพวกมันก็ต้องตกใจสุดขีด
พวกมันไม่คาดคิดว่าบุรุษต้าเซี่ยชุดดำจะมีฝีมือร้ายกาจเพียงนี้ ถึงกับใช้แค่มือเดียวกับกระบี่หนึ่งเล่มฆ่าชาวโพ้นทะเลไปได้นับหมื่นคนแล้ว
แม้หมื่นคนนั้นจะเป็นนายทหารตัวเล็กตัวน้อยเสียส่วนใหญ่ แต่การฆ่าคนจำนวนมหาศาลเช่นนี้ก็ยังเป็นเรื่องน่าพรั่นพรึงนัก
พวกมันถึงกับคิดไม่ตก ข้อมูลที่ได้มาก่อนหน้านี้ผิดพลาดหรือไร? ไหนว่ายอดฝีมือจากยุทธจักรของต้าเซี่ยจะไม่เข้าแทรกแซงศึกคราวนี้เด็กขาดอย่างไรเล่า?
ไฉนจึงมียอดฝีมือปรากฏตัวขึ้นบนเกาะแห่งนี้? เกรงว่าคงไม่มีชาวโพ้นทะเลคนใดจะรับมือกับบุคคลผู้นี้ได้เลย
ยิ่งไปกว่านั้น ถ้าต้าเซี่ยยังมียอดฝีมือระดับเดียวกับชายผู้นี้อยู่อีกมากมาย แล้วพวกมันจะยกทัพบุกยึดเมืองตามแนวชายฝั่งได้สำเร็จหรือ?
แผ่นดินต้าเซี่ยกว้างใหญ่ไพศาล ย่อมมีผู้ฝึกยุทธมากมาย มีผู้บรรลุขั้นพลังสูงส่งไม่น้อย ถ้าคนเหล่านั้นเข้าร่วมสงครามครานี้ เกรงว่าพวกมันคงมีแต่จะพ่ายแพ้กระมัง
ก่อนเปิดฉากการโจมตีคราวนี้ ชาวโพ้นทะเลพิจารณามาเป็นอย่างดีแล้วว่า กองทัพหลักของต้าเซี่ยรักษาการณ์อยู่ทางแดนเหนือและแดนใต้ กองทัพฝั่งตะวันออกไม่แข็งแกร่ง นอกจากนี้พวกมันยังรู้มาว่าบรรดาผู้ฝึกยุทธของต้าเซี่ยถูกขัดขวางไม่ให้เข้ามาช่วยเหลือผู้คน ด้วยเหตุนี้ชาวโพ้นทะเลจึงตัดสินใจเปิดฉากโจมตี
บัดนี้เหมือนข้อมูลที่ได้รับมาเหมือนจะผิดพลาดเสียแล้ว
แม้จะไม่น่าเชื่อเพราะไม่ว่าอย่างไรองค์เทพีแห่งดวงอาทิตย์ของพวกมันก็ไม่มีทางหลอกลวงเด็ดขาด แต่ชาวโพ้นทะเลก็คิดไม่ออกแล้วจริง ๆ ว่าพวกมันมาเจอกับบุรุษชาวต้าเซี่ยคนนี้ได้อย่างไร?
พวกมันไม่เข้าใจเลยว่าผู้ฝึกยุทธชาวต้าเซี่ยตรงหน้าไม่ถูกสกัดขัดขวางเอาไว้ได้อย่างไร
แน่นอนว่ามีสิ่งที่พวกมันไม่รู้
จ้าวอู่เจียงเจออุปสรรคขัดขวางเช่นกัน แต่เขาแก้ไขได้ด้วยพลังของขอบเขตเทวะ
ชนชั้นยอดฝีมือในยุทธจักรทั่วไปไม่สามารถหยุดยั้งจ้าวอู่เจียงได้
สิ่งสำคัญคือ ผู้ฝึกยุทธ์เหล่านั้นไม่รู้ว่าจ้าวอู่เจียงจะเดินทางมาฉางตงในเขตตะวันออกของต้าเซี่ย และไม่รู้ด้วยว่าจะมาต่อสู้กับกองทัพชาวโพ้นทะเลนับหมื่นคนบนเกาะชายฝั่งเพียงคนเดียวเช่นนี้
สงครามคราวนี้เป็นแผนร้ายของใครบางคน มีคนวางแผน มีคนปฏิบัติตาม แต่ก็ต้องมีคนทำลายแผนการด้วยเช่นกัน
ยามนี้จ้าวอู่เจียงฆ่าคนจนแทบไม่เหลือแรงยกกระบี่แล้ว แม้ชาวโพ้นทะเลจะรู้สึกหวาดกลัวและขวัญผวาจากการเห็นพี่น้องร่วมรบถูกสังหาร จนบางคนถึงกับคิดจะล่าถอย แต่จำนวนของชาวโพ้นทะเลที่ดาหน้าเข้าหาจ้าวอู่เจียงพร้อมอาวุธครบมือก็ยังมีมากมายนัก
จ้าวอู่เจียงปล่อยกระบี่ในมือ สูดหายใจเข้าลึก กวาดสายตามองศัตรูรอบตัว ก่อนจะสั่นศีรษะพลางยกยิ้มเล็กน้อย
“ข้าจะไม่เสแสร้งแล้ว คงได้เวลาแสดงฝีมือสักหน่อยแล้วสิ”
เพียงสิ้นคำ หมอกควันสีดำพลันลอยออกมาจากร่างกายจ้าวอู่เจียง ปกคลุมมือของเขาโดยสมบูรณ์ หลังจากนั้นคลื่นพลังที่รุนแรงก็ไหลทะลักออกมาจากศูนย์กลางร่างกายของชายหนุ่ม
ตอนแรก คลื่นพลังเหล่านี้มีเบาบางไม่ต่างจากเปลวไฟริบหรี่ สามารถสั่นสะเทือนมวลอากาศรอบกายได้เพียงไม่กี่จั้ง ทว่าเพียงไม่นานมันก็ขยายวงกว้างอย่างน่าหวาดกลัว
“วิชามหาเทพดูดดาว!” จ้าวอู่เจียงระเบิดเสียงคำราม ยื่นสองแขนออกไปข้างหน้า ปลายนิ้วเกร็งเล็กน้อย
บรรดาทหารของชาวโพ้นทะเลที่ดาหน้าเข้ามาหาจ้าวอู่เจียงพลันดูแก่ชราขึ้นมาด้วยผิวหนังเหี่ยวย่นลงอย่างชัดเจน ยิ่งก้าวเดินเข้ามาใกล้จ้าวอู่เจียงมากเท่าไหร่ พวกมันก็ยิ่งเหี่ยวแห้งมากเท่านั้น กระทั่งอยู่ห่างจากจ้าวอู่เจียงหกจั้ง พวกมันก็ล้มพับไปกับพื้นในสภาพผมขาวโพลน ผิวหนังเหี่ยวแห้ง และจังหวะที่ร่างกายกระแทกกับพื้นดิน ร่างของพวกมันก็เปลี่ยนเป็นกระดูกขาว แตกกระจาย ลอยหายไปกับสายลม
ตึง ตึง ตึง…
เหล่าทหารชาวโพ้นทะเลล้มลงอย่างต่อเนื่อง บางคนตกตายโดยไม่ทันรู้ตัวเสียด้วยซ้ำ