ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 516 ม่านหมอก
บทที่ 516 ม่านหมอก
จ้าวอู่เจียงมีความแข็งแกร่งอยู่ในระดับใดกันแน่?
ตัวจ้าวอู่เจียงรู้คำตอบนี้อยู่ก่อนแล้ว
ก่อนหน้านี้ชายหนุ่มตวัดกระบี่อย่างต่อเนื่องเหมือนกำลังเปิดฉากโจมตี แต่ขณะเดียวกันเขาก็ระมัดระวังอยู่เสมอ
ระมัดระวังตัวในจุดที่มองไม่เห็น
ตอนเขาขึ้นมาบนเกาะและระเบิดพลังของขอบเขตเทวะเป็นครั้งแรก จ้าวอู่เจียงสังเกตเห็นว่ามีบางอย่างผิดปกติในการเคลื่อนไหวของพลังสายฟ้าบนท้องฟ้า และเขาคาดเดาว่านั่นน่าจะเป็นร่องรอยของหนี่ผูซา
แม้ว่าจะไม่เกิดเหตุร้ายใด ๆ ตามมา แต่จ้าวอู่เจียงก็ยังไม่คลายใจลง
หลังจากเดินทางกลับมาจากดินแดนทุ่งกว้างของชาวโหลวหลาน จ้าวอู่เจียงก็พยายามคาดเดาความจริงที่ซ่อนอยู่เสมอ
ไม่สำคัญว่าหนี่ผูซาต้องการทำสิ่งใด และไม่สำคัญอีกเช่นกันว่าหมอดูเทวดาของสำนักศรัทธาราษฎรต้องการอะไร แต่หมอดูเทวดาคงไม่ยอมให้หนี่ผูซาทำอะไรกับจ้าวอู่เจียงก่อนพวกเขาจะได้พบเจอกันอย่างแน่นอน
แต่เมื่อสักครู่ จ้าวอู่เจียงจงใจปลดปล่อยพลังระดับขอบเขตเทวะออกมากระตุ้นหนี่ผูซา ชายหนุ่มไม่ทราบเลยว่านี่เป็นเรื่องเสียแรงเปล่าหรือไม่
เขาไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นหลังไป ‘กระตุ้น’ หนี่ผูซา แต่ในยามนี้ เขายังไม่อยากเจอกับผู้ไร้เทียมทานเร็วเกินไปนัก
ยามนี้จ้าวอู่เจียงอยากกลับนครหลวงเต็มที เขาอยากไปอยู่ข้างกายฮ่องเต้หญิง ต้องกำจัดคำสาปให้เซวียนหยวนจิ้งเสียก่อน เขาถึงจะพร้อมเผชิญหน้ากับหนี่ผูซา
เมื่อถึงตอนนั้น เขาอาจจะมีโอกาสชนะอยู่บ้างก็เป็นได้
ยิ่งไปกว่านั้น เขากำลังจะเดินทางไปยังสำนักศรัทธาราษฎร
จ้าวอู่เจียงเกิดลางสังหรณ์ว่าเขากำลังจะได้รับรู้ความจริงเกี่ยวกับทุกสิ่ง และอาจได้รู้เรื่องที่เป็นประโยชน์ต่อเขาด้วย
ดังนั้น แม้ตอนนี้จะมีพลังหลั่งไหลเข้าสู่ร่างกายอย่างบ้าคลั่ง แต่จ้าวอู่เจียงก็ยังเผชิญหน้ากับกองทัพชาวโพ้นทะเลอีกหลายพันคนที่เหลืออยู่อย่างระมัดระวัง
จ้าวอู่เจียงใช้กระบี่โจมตี ปลดปล่อยปราณกระบี่ในร่างกายออกไป
ชายหนุ่มฟาดฟันกระบี่ครั้งแล้วครั้งเล่า ฆ่าศัตรูตกตายไปนับไม่ถ้วน
แต่เมื่อเผชิญหน้ากับศัตรูที่ดาหน้าเข้ามาไม่หยุดยั้ง จ้าวอู่เจียงก็เหนื่อยล้าเต็มที
เขาจึงไม่คิดเสแสร้งอีก ตัดสินใจใช้วิชามหาเทพดูดดาว ช่วงชิงพลังวิญญาณและพลังชีวิตของชาวโพ้นทะเลมาเป็นของตนเอง
กองทัพชาวโพ้นทะเลที่วิ่งเข้าหาจ้าวอู่เจียงพากันล้มไปทีละคนสองคน ยามกระแทกพื้นก็แหลกสลายเป็นฝุ่นผง จ้าวอู่เจียงเพียงเหลือบมองชาวโพ้นทะเลเหล่านั้น ท่าทีเหมือนปีศาจร้ายไม่มีผิด
เมื่อเหตุการณ์นี้ดำเนินไปต่อไปไม่หยุด ชาวโพ้นทะเลที้เหลือก็รู้สึกหวาดกลัวจับใจ อยากจะหลบหนีไปโดยเร็ว
แต่เมื่อจ้าวอู่เจียงดูดพลังจากผู้อื่นเข้าไปเสริมความแข็งแกร่งให้แก่ตนเองแล้ว เขาก็เคลื่อนไหว ชายหนุ่มเคลื่อนไหวรวดเร็วจนเห็นเป็นเพียงแสงสีดำพุ่งผ่านเข้าไปในกลุ่มทหารชาวโพ้นทะเล
ไม่ว่าลำแสงสีดำเคลื่อนผ่านที่ใด ร่างมนุษย์ก็พลันแตกกระจายกลายเป็นฝุ่น
เหล่านักรบพเนจรเห็นเช่นนี้ก็รีบพากันหลบหนี แต่ไม่ว่าพวกเขาจะเคลื่อนไหวได้รวดเร็วเพียงใด ก็ยังไม่ว่องไวไปกว่าจ้าวอู่เจียง ตอนนั้นเอง ม่านหมอกสีดำก็เข้าปกคลุมอากาศ กลืนกินชีวิตของทุกคน
ไม่ว่าจะเป็นเสียงร่ำร้องขอความเมตตาหรือเสียงตะโกนสาปแช่งต่างก็หายไปพร้อมกับการดูดพลังครั้งนี้
เดิมทีชาวโพ้นทะเลเปลี่ยนเกาะตงจีให้กลายเป็นดินแดนแห่งความตาย และบีดนี้ จ้าวอู่เจียงได้เปลี่ยนที่นี่ให้เป็นดินแดนแห่งการล้างแค้นเรียบร้อยแล้ว
…
ฝั่งตะวันออกของแคว้นต้าเซี่ย ณ เมืองอวิ๋นซุย
สำนักศรัทธาราษฎร
สายลำธารที่ไหลผ่านด้านข้างกระท่อมไม้หลังยอดเขาหลักของสำนักศรัทธาราษฎรไม่เคยกลายเป็นน้ำแข็ง
หมอดูเทวดาผู้เป็นเจ้าสำนักและหยางเมียวเจิ้นผู้ดำรงตำแหน่งธิดาเทพนั่งอยู่บนหินก้อนใหญ่ริมลำธาร
“เจ้าจำสิ่งที่อาจารย์พูดเอาไว้ได้หรือไม่?” จางหลินต้าวในชุดเสื้อคลุมนักพรตเก่าขาดถามขึ้น เส้นผมของเขาที่เดิมทีครึ่งดำครึ่งขาวยามนี้กลายเป็นสีขาวทั้งศีรษะแล้ว
เพียงในระยะเวลาเพียงสั้น ๆ เขาเหมือนแก่ชรานับสิบปี
บางทีอาจเป็นเพราะความเหนื่อยล้าจากการพยายามชักใยเรื่องราวมากมาย หรือบางทีอาจเป็นด้วยรู้ว่าจุดจบของโลกใบนี้กำลังจะมาถึง จางหลินต้าวถอนหายใจด้วยความรู้สึกโล่งอกอย่างที่ไม่ควรเป็น
หยางเมียวเจิ้นผู้งดงามก้มหน้าลง ดวงตาหยาดเยิ้มมีแววหมองเศร้าอย่างประหลาด
“ศิษย์เข้าใจแล้วเจ้าค่ะท่านอาจารย์ เพียงแต่…ไม่ทราบว่าท่านอาจารย์จะสามารถ…”
“ไม่ได้” จางหลินต้าวส่ายหน้า…
“ศิษย์ได้กล่าวคำสาบานว่าจะเป็นคู่กับเขาไปแล้ว…” หยางเมียวเจิ้นเม้มริมฝีปากอิ่มแดงของตนเอง ดวงตาเป็นประกายด้วยหยดน้ำตา
จางหลินต้าวนั่งอยู่ทิศใต้ หันหน้าไปทางทิศเหนือ สายตาจ้องมองไปยังทิศตะวันออกเฉียงเหนือ
“เจ้าเด็กโง่ อาจารย์บอกเจ้าแล้ว ยามมีวาสนาก็ตักตวงความสุขให้พอ คนเรามีเวรกรรมเป็นของตนเอง เจ้าช่วยเขาไม่ได้หรอก”
“ศิษย์อยากถามสักหน่อย…ไม่ทราบว่าคำสาบานของคู่รักนักพรตเป็นความจริงหรือไม่?” หยางเมียวเจิ้นจ้องมองจางหลินต้าวผู้เป็นอาจารย์ ก่อนหน้านี้ตอนได้รู้ความจริงแล้ว นางก็กินไม่ได้นอนไม่หลับ ยิ่งคิดถึงอดีตมากเพียงใด ก็ยิ่งรู้สึกลำบากใจมากเท่านั้น
“เจ้าฟังอาจารย์ให้ดี” จางหลินต้าวยิ้มออกมาเล็กน้อย
“ถ้าเจ้าคิดว่าเป็นความจริง ก็เป็นความจริง ถ้าเจ้าคิดว่าเป็นคำโกหก ก็คือคำโกหก แต่ไม่สำคัญหรอกว่าจะเป็นอย่างไร ด้วยว่าวันหนึ่งเจ้าก็ต้องกลับมาทำตามแผนการที่อาจารย์วางเอาไว้ คำสาบานไม่มีทางเหนียวรั้งเจ้าได้อย่างแน่นอน”