ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 540 ร่างกายที่แข็งแรง
บทที่ 540 ร่างกายที่แข็งแรง
ทหารชาวต้าเซี่ยใช้ดาบฟันหนวดปลาหมึกมรณะที่พุ่งตัวออกมาจากม่านหมอกเลือด กำแพงเมืองตกอยู่ภายใต้ความโกลาหล
นี่เปิดโอกาสให้ทหารของแคว้นหนานเจียงได้บุกโจมตี พวกมันพากันปีนไต่กำแพงเมืองขึ้นมามากขึ้นเรื่อย ๆ
เมื่อเห็นว่าศัตรูกำลังปีนกำแพงเมืองขึ้นมา เหล่าทหารกล้าผู้รักษากำแพงเมืองก็พยายามหยุดยั้งด้วยชีวิต
ในขณะนี้ บังเกิดเสียงคำรามดังขึ้นจากกำแพงเมือง แล้วรัศมีสีทองคำก็ระเบิดวูบ คลื่นพลังทองคำกระจายตัวเป็นวงกว้าง ชาวเผ่าเหมี่ยวเจียงที่ปีนกำแพงเมืองขึ้นมาถูกคลื่นสีทองคำเหล่านี้กระแทกอย่างแรงส่งผลให้ร่วงหล่นลงไป ร่างกายกระแทกพื้นดินระเบิดเป็นกองเลือด
แล้วคนผู้หนึ่งก็ก้าวเดินออกมาจากคลื่นพลังทองคำ เขาสวมใส่ชุดเกราะเต็มรูปแบบดวงตาเป็นประกายสีทองคำเรืองรองราวกับเป็นประกายแห่งความโกรธแค้น
บุคคลผู้นี้ย่อมต้องเป็นแม่ทัพมหาขุนพลเซียวหยวนซาน
พลังที่เซียวหยวนซานเพิ่งแสดงออกไปเมื่อสักครู่นั้น ก็คือความแข็งแกร่งของวิชาทองคำไร้พ่าย
พิจารณาดูจากความแข็งแกร่งของมวลพลังแล้ว เซียวหยวนซานสามารถบรรลุขอบเขตวิชาทองคำไร้พ่ายในระดับสูงได้เป็นที่เรียบร้อย แต่ไม่ทราบเลยว่าถ้านำมาเทียบกับจ้าวอู่เจียงหรือคนเฝ้าสุสานกู้ชางเทียนนั้นจะเป็นอย่างไร
ไม่มีผู้ใดรู้ว่าท่านแม่ทัพมหาขุนพลผู้นี้มีพลังอยู่ในขอบเขตใด
นั่นเป็นเพราะว่าเซียวหยวนซานอยู่ประจำการรักษาชายแดนใต้มาหลายปี ไม่มีผู้ใดทราบถึงข้อมูลขั้นพลังของเขา เคยมีแต่คนบอกว่าเซียวหยวนซานสามารถเอาชนะบุรุษไร้หน้าได้สำเร็จมาแล้ว
เซียวหยวนซานไม่ได้ให้คำอธิบายใด ๆ
เซียวหยวนซานเคยทำการต่อสู้กับบุรุษไร้หน้าเซวียนหยวนอวี้เหิงจริง ๆ แต่ครั้งนั้น เขาไม่ได้ใช้พลังทั้งหมด ด้วยนึกเสียดายฝีมือของบุรุษไร้หน้า เขาจึงได้ไว้ชีวิตบุรุษไร้หน้าในวันนั้นเอาไว้
เซียวหยวนซานยังคงฝึกฝนวิชาทองคำไร้พ่ายในระดับสูงได้อย่างต่อเนื่อง เขากลายเป็นชนชั้นยอดฝีมือเร้นกาย เขาถึงกับกำลังจะบรรลุขอบเขตเทวะได้สำเร็จแล้วด้วยซ้ำ
มิฉะนั้นแล้ว แม่ทัพจ้าวที่อยู่ห่างออกไปทางตอนเหนือจะถูกผู้คนของแคว้นหนานเจียงวางยาพิษได้อย่างไร ทั้ง ๆ ที่เซียวหยวนซานประจำการอยู่ชายแดนใต้ที่เมืองเทียนหนานมาอย่างยาวนานหลายสิบปี แต่กลับไม่เคยถูกพวกมันวางยาพิษเลยแม้แต่ครั้งเดียว?
ความจริงนั้น ชาวเผ่าเหมี่ยวเจียงก็ต้องการจะวางยาพิษฆ่าเขาเช่นกัน แต่ถ้าไม่ใช่ยอดฝีมือขอบเขตเทวะออกมาลงมือด้วยตนเอง หรือเป็นบรรดาเทพเจ้าบรรพบุรุษของชาวเผ่าเหมี่ยวเจียงออกมาจัดการ พวกเขาก็คงไม่มีวันทำได้สำเร็จ
เซียวหยวนซานระเบิดพลังทำลายล้างออกมาจากร่างกายอย่างน่าเกรงขาม ดวงตาจ้องมองกลุ่มศัตรูที่กำลังทำการต่อสู้ในระยะไกล
วันนี้กองทัพของข้าศึกแต่งกายด้วยชุดหลากสีสัน ในกลุ่มนักรบของศัตรูย่อมต้องมีธิดาเทพซูหยานาชี ผู้อาวุโสอีกหลายคน มีแม้กระทั่งเด็กผู้หญิง
เซียวหยวนซานเคยติดต่อกับธิดาเทพและกลุ่มผู้อาวุโสของชาวเผ่าเหมี่ยวเจียงมาก่อน เคยพบเจอตัวจริงกันมาก็หลายครั้ง แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้พบเจอกับเด็กหญิงผู้นั้น ซึ่งกำลังนั่งขี่คอผู้อาวุโสของชาวเผ่าเหมี่ยวเจียงระดับสูงอย่างสบายใจ
เซียวหยวนซานเพียงชำเลืองมองเด็กหญิงแล้วแววตาก็เป็นประกายเคร่งขรึมขึ้น
เขาสัมผัสได้ว่าพลังจากตัวของเด็กหญิงผู้นี้ไม่ต่างไปจากหุบเหวลึกไร้ก้นบึ้ง ยิ่งจ้องมองมากเท่าไหร่ก็ยิ่งรู้สึกน่ากลัวมากเท่านั้น
แต่ในไม่ช้า สิ่งที่น่ากลัวมากกว่านั้นก็อุบัติขึ้น เซียวหยวนซานเห็นเด็กหญิงผู้นั้นโบกมือทักทายและส่งยิ้มให้เขา ช่างเป็นรอยยิ้มที่ไร้เดียงสา แต่ก็น่าขนลุกในเวลาเดียวกัน
อึดใจต่อมา เซียวหยวนซานก็เห็นลำแสงพุ่งวาบ เด็กหญิงมาปรากฏตัวอยู่บนกำแพงเมือง พูดภาษาของชาวต้าเซี่ยด้วยสำเนียงแปลกแปร่ง
“นับเป็นร่างกายที่แข็งแรงยิ่งนัก ขอบเขตพลังก็น่าจะสูงส่งไม่น้อย สมควรเป็นอาหารให้แก่แมงมุมน้อยของข้าเป็นอย่างยิ่ง”
เซียวหยวนซานรู้สึกเหมือนกับว่าตนเองกำลังเผชิญหน้าศัตรูที่ไม่อาจเอาชนะได้ ร่างกายปกคลุมด้วยรัศมีสีทองคำ เขายกฝ่ามือขึ้นและกระแทกออกไปใส่เด็กหญิงสุดแรงเกิด
“เปรี้ยง!”
ทันใดนั้น เซียวหยวนซานก็รู้สึกเหมือนถูกสายฟ้าฟาด ร่างลอยกระเด็นกระแทกกับกำแพงเมืองอย่างแรง โลหิตทะลักออกมาจากปากและจมูก เซียวหยวนซานรู้สึกราวกับว่าร่างกายกำลังแตกหักออกเป็นเสี่ยง ๆ
ทำไมถึงได้แข็งแกร่งขนาดนี้นะ? เซียวหยวนซานไม่อยากเชื่อ พยายามจะลุกขึ้น แต่ก็ลุกไม่ไหว
แต่สุดท้าย เซียวหยวนซานก็สามารถลุกขึ้นยืนได้สำเร็จราวกับว่ามีมือที่มองไม่เห็นกำลังบีบคอและยกตัวให้ลอยขึ้นอย่างช้า ๆ
เด็กหญิงก้าวเดินผ่านอากาศ ยิ้มอย่างไร้เดียงสานางมาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าเซียวหยวนซานก่อนใช้จมูกเล็ก ๆ ของตนเองสูดดมตามร่างกายของเซียวหยวนซาน เพียงพริบตาเดียวเท่านั้นดวงตาของเด็กหญิงก็เป็นประกายแวววาว นางเอียงศีรษะพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า
“เป็นร่างกายที่หาได้ยากยิ่ง น่าเสียดายที่ไร้รสชาติมากเกินไป ไม่สมควรให้ตายเปล่าไปเลยจริง ๆ”
“เอาอย่างนี้ดีไหม ท่านเปลี่ยนมารับใช้ข้า กลายมาเป็นทาสหนอนของข้า แล้วข้าจะไว้ชีวิตท่าน ตกลงไหม?”
“ข้าจะช่วยให้ท่านได้มีความแข็งแกร่งมากกว่านี้อีก”