ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 541 วิกฤตชายแดนใต้
บทที่ 541 วิกฤตชายแดนใต้
โลหิตไหลทะลักออกมาจากปากและจมูกของเซียวหยวนซานอย่างต่อเนื่อง เมื่อบรรดาทหารที่อยู่โดยรอบเห็นเช่นนี้ บางคนก็ล่าถอยออกไปด้วยความหวาดกลัว บางคนก็คำรามออกมาว่า “ปล่อยตัวท่านแม่ทัพเดี๋ยวนี้นะ!” ด้วยความโกรธแค้น พร้อมกันนั้นก็ควงดาบในมือโจมตีใส่เด็กหญิง
แต่ผู้คนเหล่านั้นไม่ว่าจะต้องการหลบหนีหรือร้องตะโกนหรือควงดาบก็ตาม ร่างของทุกคนต่างระเบิดกระจายเป็นม่านหมอกเลือด
เพียงพริบตา กำแพงเมืองเทียนหนานก็ปกคลุมไปด้วยม่านหมอกเลือด
เซียวหยวนซานมีดวงตาโปนถลนแทบจะหลุดออกมาจากเบ้า เขาส่งเสียงร้องโหยหวนอย่างน่าเวทนา ลำคอถูกบีบด้วยมือที่มองไม่เห็น ได้แต่ส่งเสียงร้องฟังไม่ได้ศัพท์ เซียวหยวนซานอยากจะต่อสู้กับเด็กหญิงผู้มีรอยยิ้มไร้เดียงสาเบื้องหน้าคนนี้ แต่เขาก็ไม่สามารถใช้งานพลังของตนเองได้เลยสักนิด
“ท่านไม่พอใจกับข้อเสนอของข้าหรือ?” เด็กหญิงทำปากยื่น เอียงศีรษะ พูดด้วยความไม่เข้าใจ
เซียวหยวนซานจ้องมองเด็กหญิง พยายามตะโกนสาปแช่งแต่เมื่อลูกกระเดือกของเขาขยับขึ้น เสียงกระดูกลำคอของเขาก็หักดังกร๊อบ
ศีรษะของเซียวหยวนซานห้อยพับลงแล้วท่านแม่ทัพมหาขุนพลผู้อยู่ปกป้องชายแดนใต้มาเป็นเวลาหลายสิบปีก็เสียชีวิตลงเช่นนั้น
เซียวหยวนซานปฏิเสธที่จะหลับตา ดวงตาของเขาเบิกกว้างจ้องมองท้องฟ้าราวกับต้องการตั้งคำถามต่อสวรรค์
เด็กหญิงโยนศพของเซียวหยวนซานทิ้งไปอย่างหมดความสนใจ แมงมุมเขียวสองตัวมีขนาดเท่ากับกำปั้นเด็กทารกไต่ออกมาจากแขนเสื้อของนาง แล้วพวกมันก็กระโดดเกาะลงไปบนศพของเซียวหยวนซานก่อนจะเริ่มกัด
หลังจากนั้น เด็กหญิงก็กระโดดไปมา
ตู้ม!
นางกระโดดข้ามกำแพงเมืองและทิ้งตัวลงไปในเมืองเทียนหนาน พื้นหินใต้ฝ่าเท้าเล็ก ๆ ของนางเกิดรอยแตกร้าวขึ้นมาทันที
กลุ่มทหารรักษาการบริเวณนั้นต่างวิ่งหนีไปคนละทิศคนละทางด้วยความแตกตื่นตกใจ
เด็กหญิงยืนมองกลุ่มคนที่วิ่งหนีไปพร้อมกับส่งเสียงร้องด้วยความหวาดกลัว แทนที่จะไล่ตาม นางกลับระเบิดเสียงหัวเราะออกมา
เด็กหญิงแค่รู้สึกชอบวิธีที่คนพวกนี้วิ่งหนีนางไปด้วยความหวาดกลัว เพราะมันทำให้นางรู้สึกตลก
ในวันนี้ เมืองเทียนหนาซึ่งเป็นหมุดหมายสำคัญทางชายแดนใต้ของแคว้นต้าเซี่ยได้ถูกทำลายลงแล้ว ทหารหลายหมื่นนายต้องเสียชีวิต พวกเขาต่างถูกฝังร่วมกับเป็ดไก่และสัตว์เลี้ยงภายในตัวเมืองทางทิศใต้ของชายแดนต้าเซี่ยแห่งนั้น
บนกำแพงเมืองเปียกชุ่มไปด้วยคราบเลือด ทุกหนแห่งไม่มีบริเวณใดไร้คราบเลือด
ฝ่ายชาวเผ่าเหมี่ยวเจียงก็ต้องสูญเสียไม่น้อยเช่นกัน ทว่าบรรดาผู้คนที่ยังรอดชีวิตอยู่ก็ยังบุกโจมตีไม่หยุด พวกมันยังคงพยายามเดินทัพขึ้นเหนือ เพื่อบุกยึดครองเมืองตามรายทางให้ได้มากที่สุด
ในระหว่างการฆ่าฟันตามรายทางนี้เอง เด็กหญิงตัวน้อยผู้คึกคักแจ่มใสมากที่สุด นางกระโดดโลดเต้น ยิ้มแย้มอย่างมีความสุขทุกครั้งที่เห็นเลือด
ไม่ว่าคนตายจะเป็นบุรุษหรือสตรี แก่ชราหรือเยาว์วัย เป็นมนุษย์หรือเป็นสัตว์ มีชีวิตหรือตายแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างที่ขวางทางนางจะต้องถูกกำจัดไปให้หมดสิ้น
…
เมื่อเทียบกับวิกฤตการณ์ทางชายแดนใต้ สถานการณ์ในเมืองจูเป่ยทางชายแดนเหนือนั้นดีมากกว่ากันหลายเท่า
แม้ว่ากองทัพของชาวเผ่าโหลวหลานจะพยายามบุกมาโจมตีหลายครั้ง แต่พวกมันก็ดูเหมือนจะไม่ได้ต้องการโจมตีเต็มกำลัง นี่เป็นเพียงการโจมตีเพื่อวัดความแข็งแกร่งเท่านั้น
บางครั้งทหารของทั้งสองฝ่ายจะยืนเผชิญหน้ากันอยู่นอกระยะการโจมตี ชาวเผ่าโหลวหลานจะส่งคนที่พอพูดภาษาต้าเซี่ยได้ออกมาตะโกนด่าทหารบนกำแพงเมืองจูเป่ย
ทหารของเมืองจูเป่ยก็อยู่เฉยไม่ได้เช่นกัน แม้ว่าภาษาของชาวเผ่าโหลวหลานจะเข้าใจได้ยาก แต่พวกเขาก็พอจะรู้จักคำด่าอยู่บ้าง ถึงจะไม่เข้าใจว่ามันหมายความว่าอย่างไร แต่บรรดาทหารเมืองจูเป่ยก็รู้ว่านั่นคงไม่ใช่คำที่มีความหมายดีแน่ ๆ
ถึงกระนั้นก็แทบไม่มีการหลั่งเลือดเกิดขึ้นเลย
กลุ่มทหารผู้ปกป้องเมืองจูเป่ยต่างก็ไม่ทราบว่าชาวเผ่าโหลวหลานกำลังคิดจะทำอะไรกันแน่ พวกมันทำท่าพร้อมโจมตีเต็มกำลัง ดาบถูกลับจนพร้อมใช้งาน ลูกธนูถูกประทับพร้อมยิง แต่สุดท้าย พวกมันกลับยืนอยู่นอกระยะโจมตีแล้วเอาแต่ด่าพวกเขาเนี่ยนะ?
แม้ว่าแทบจะไม่มีการบาดเจ็บล้มตายเกิดขึ้น แต่ทหารของเมืองจูเป่ยก็รู้สึกกดดันเป็นอย่างยิ่ง จะมีผู้ใดบ้างยินดีให้ผู้อื่นมายืนด่าตนเองอยู่หน้าบ้านตามอำเภอใจเช่นนี้?
พวกเขาอยากจะเปิดประตูเมืองออกไปต่อสู้ แต่ก็ถูกสั่งห้ามเอาไว้โดยท่านแม่ทัพตู๋กู
ฝ่ายกองทัพโหลวหลานก็รู้สึกหงุดหงิดใจไม่แพ้กัน
พวกมันอุตส่าห์เดินทางมาถึงหน้าประตูเมืองจูเป่ยแล้ว แต่ก็ทำได้เพียงเฝ้ามองเท่านั้นหรือ?
นักรบแห่งเขตทุ่งหญ้าอย่างพวกมันไม่กลัวตาย ขอแค่ท่านราชากับบุตรีแห่งสวรรค์ออกคำสั่งมาเท่านั้นก็พอ!
แต่คำสั่งที่พวกมันได้รับมาคือให้รอคอย
พวกมันจึงไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น
ให้รอคอยฤดูใบไม้ผลิหรือ? ฤดูใบไม้ผลิก็มาถึงแล้ว
ให้รอคอยหมาป่าเทพเจ้าฟื้นขึ้นมาหรือ? หมาป่าเทพเจ้าก็ฝืนขึ้นมาแล้ว
ถ้าอย่างนั้นยังจะต้องรอคอยอะไรอีก?
หรือว่าต้องรอคอยให้โลกใบนี้ล่มสลายลงไปเสียก่อน?