ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 559 การโจมตี
บทที่ 559 การโจมตี
ฝูงชนหวาดกลัวเมื่อมองเห็นใบหน้าของเทพเจ้าที่ปรากฏบนท้องฟ้า ต่างพากันกราบไหว้ร้องเรียกว่าสวรรค์เปิดเนตร เทพเจ้าแสดงปาฏิหาริย์
จากนั้นพวกเขาจับจ้องมองไปยังจ้าวอู่เจียง ชายผู้ถูกกล่าวหาว่าเป็นต้นเหตุของภัยพิบัติ
เพียงแค่ตัดเนื้อของจ้าวอู่เจียงสักชิ้น พวกเขาก็จะได้รับความคุ้มครองไปตลอดชีวิต
“คำพูดลวงโลก! เทพเจ้าอันใดไร้สาระ!” หลี่ฉวนจวินระเบิดพลังปราณกระบี่มหาศาลพุ่งขึ้นฟ้าด้วยความโกรธ ร่างของเขาพุ่งตรงไปยังท้องฟ้าด้วยพลังทำลายล้าง
ฝูงชนรอบข้างต่างส่งเสียงร้องตกใจ
ร่างของหลี่ฉวนจวินบินขึ้นไปเข้าสู่ก้อนเมฆและทันใดนั้นท้องนภายิ่งมืดครึ้มฟ้าแลบคำรามดังสนั่น
ภายใต้ฝนห่าใหญ่ฝูงชนจำนวนมากจับจ้องไปที่จ้าวอู่เจียงมองดูเขาลอยอยู่ในอากาศ แม้พวกเขาจะไม่กล้ากระทำการใด ๆ แต่คำพูดของหนี่ผูซานั้นเหมือนเสียงฟ้าคำรามที่ก้องอยู่ในใจของทุกผู้คน
เพียงแค่ตัดเนื้อของจ้าวอู่เจียงสักชิ้น พวกเขาก็จะได้รับการคุ้มครองไปตลอดชีวิต
เพียงแค่ตัดเนื้อของจ้าวอู่เจียงสักชิ้น พวกเขาก็จะได้รับการคุ้มครองไปตลอดชีวิต
เพียงแค่ตัดเนื้อของจ้าวอู่เจียงสักชิ้น พวกเขาก็จะได้รับการคุ้มครองไปตลอดชีวิต!
…
ฝูงชนหอบหายใจหนักขึ้นดวงตาเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน
“แม้คนตายไปแล้ว ข้าก็ยังสามารถนำกลับเข้าสู่วัฏจักรแห่งการเกิดใหม่ได้” เทพเจ้าของชาวโพ้นทะเลผู้มีหมอกดำปกคลุมทั่วร่างพูดด้วยเสียงแหบพร่า “คิดถึงครอบครัวของพวกเจ้าเถิด เพียงแค่ตัดเนื้อของจ้าวอู่เจียงสักชิ้น ข้าก็จะคืนชีวิตให้กับภรรยาและบุตรของพวกเจ้า”
ฝูงชนรอบข้างตัวสั่นเทา เมื่อเทพเจ้าอีกคนหนึ่งที่ดูไม่ธรรมดากล่าวคำพูดคล้าย ๆ กัน หัวใจของพวกเขาต่างตกอยู่ในความลังเล
ทุกคนย่อมกลัวว่าจ้าวอู่เจียงจะสังหารตน แต่พวกเขาเองก็อยากมีชีวิตที่ดีขึ้นและอยากให้ครอบครัวกลับมามีชีวิตอีกครั้ง
บางคนไม่สามารถทนได้และหาข้ออ้างให้ตัวเองเช่น จ้าวอู่เจียงคือผู้กระทำผิด
พวกเขาไม่ต้องการคำอธิบายใด ๆ อีกต่อไป แค่ต้องการเหตุผลมารองรับการกระทำของตนเองเท่านั้น
เมื่อจิตใจของพวกเขาถูกคำพูดของหนี่ผูซากระตุ้นเร้า ทุกคนก็ยิ่งหอบหายใจหนักขึ้นและดวงตาก็แดงก่ำยิ่งกว่าเดิม
สุดท้ายก็มีคนหนึ่งพุ่งขึ้นไป
หลังจากหนี่ผูซาพูดจบ จ้าวอู่เจียงก็เงียบมาตลอด
เขาไม่อยากอธิบายเพราะรู้ว่าการอธิบายไม่มีประโยชน์
ฝูงชนเหล่านี้ถูกพามาโดยหนี่ผูซา พวกเขาเป็นผู้รอดชีวิตจากภัยพิบัติ เมื่อเผชิญกับความตายความปรารถนาที่จะมีชีวิตยิ่งแรงกล้า
ไม่ว่าจ้าวอู่เจียงจะอธิบายอย่างไรก็ไม่สามารถเอาชนะข้ออ้างและเหตุผลในใจของคนเหล่านี้ได้
ผู้ที่รอดชีวิตมาได้จะไม่ปล่อยโอกาสในการมีชีวิตอยู่หลุดมือไป แม้เส้นทางนั้นจะมีความไม่แน่นอนก็ตาม
จ้าวอู่เจียงสะกิดปลายเท้าลงเบา ๆ แล้วพุ่งขึ้นไปในอากาศ เขาจะไม่ยอมให้ฝูงชนเหล่านี้แตะต้องตัวเป็นอันขาดเพราะหากฝูงชนทำร้าย ชายหนุ่มจะต้องป้องกันตัวและอาจสังหารฝูงชนเหล่านี้โดยไม่รู้ตัว ดังนั้นเพื่อไม่ให้ผู้บริสุทธิ์สูญเสียไปมากกว่านี้เขาจึงต้องหลบหนี
แต่ทันทีที่เขาพุ่งขึ้นไปในอากาศ ชายหนุ่มก็รู้สึกถึงแรงกดดันมหาศาลที่บังคับให้เขาต้องร่วงตกลงมา
สายตาเย็นชามองเห็นว่านี่เป็นฝีมือของเทพเจ้าของชาวโพ้นทะเล ธิดาแห่งพิษหนอนศักดิ์สิทธิ์ของชาวเผ่าเหมี่ยวเจียงและหมาป่าเทพเจ้าจากชาวเผ่าโหลวหลาน
วันนี้ถึงแม้ไม่มีฝูงชนเหล่านี้เทพเจ้าเหล่านี้ก็จะโจมตีเขาอยู่ดี
การมีฝูงชนเหล่านี้ยิ่งช่วยทำให้พวกเขาใช้พลังน้อยลง
จ้าวอู่เจียงตะโกนเสียงดังพลังปราณกระบี่ในร่างกายของเขาพลุ่งพล่านดั่งมังกรวิ่งผ่านแขนขา ชายหนุ่มไม่ยอมให้ธิดาพิษหนอนศักดิ์สิทธิ์และพรรคพวกพันธนาการเขาอย่างแน่นอน
การต่อสู้เริ่มต้นขึ้นทันที
ภายใต้ฝนห่าใหญ่ พลังปราณกระบี่รอบกายจ้าวอู่เจียงแผ่ไปทั่วฟ้า เขาถือกระบี่ยาวสามฉื่อพุ่งโจมตีเทพเจ้าของชาวโพ้นทะเลก่อนเป็นลำดับแรก
เทพเจ้าของชาวโพ้นทะเลที่ห่อหุ้มด้วยหมอกดำหัวเราะเยาะ ก่อนเลี่ยงพลังปราณกระบี่พุ่งเข้าไปในกลุ่มฝูงชนชาวต้าเซี่ย ทหลบพลังปราณกระบี่ได้อย่างคล่องแคล่วว่องไว
เขายืนอยู่ในกลุ่มฝูงชนจ้องมองจ้าวอู่เจียงด้วยความเย็นชา
หนี่ผูซาเคยบอกเขาว่าจ้าวอู่เจียงเป็นคนเมตตาและมีจิตใจดีแต่สิ่งนี้กลับเป็นจุดอ่อนด้วยเช่นกัน
เพียงใช้ผู้บริสุทธิ์เป็นตัวประกันจ้าวอู่เจียงก็จะไม่กล้าทำอะไรแล้ว
และความจริงก็เป็นเช่นนั้น
พลังปราณกระบี่ของจ้าวอู่เจียงไม่ได้พุ่งเป้ามาที่เทพเจ้าของชาวโพ้นทะเลอีกต่อไปแต่หันไปโจมตีใส่ธิดาพิษหนอนศักดิ์สิทธิ์แทน