ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 560 การสลายพลัง
บทที่ 560 การสลายพลัง
จ้าวอู่เจียงยกกระบี่แทงเข้าใส่มู่เชียนเชียน
มู่เชียนเชียนไม่ได้หลบหนีเข้าไปในกลุ่มฝูงชนชาวต้าเซี่ยอย่างเทพเจ้าของชาวโพ้นทะเล นางใช้มือตบสายฝนกลางอากาศ ทันใดนั้นสายฝนกลายเป็นสีสันสดใสพุ่งเข้าใส่พลังปราณกระบี่ของจ้าวอู่เจียง
จ้าวอู่เจียงกระจายพลังปราณกระบี่ไปทั่วฟ้า เมื่อสายฝนหยุดชะงัก พลังปราณกระบี่ทั้งหมดกลับมารวมกัน เขาแทงกระบี่ทะลุผ่านม่านฝนสีสันสดใสปล่อยให้พิษในฝนนั้นกัดกร่อนพลังปราณกระบี่และพุ่งตรงเข้าใส่มู่เชียนเชียน
มู่เชียนเชียนหมุนร่างบางของนางผ้าเช็ดหน้าสีน้ำเงินม่วงปรากฏในมือ เมื่อผ้าเช็ดหน้าเผชิญฝนห่าใหญ่มันก็ขยายตัวอย่างรวดเร็ว กลายเป็นผืนผ้าที่ดูเหมือนจะปกคลุมท้องฟ้าได้ม้วนพันรอบพลังปราณกระบี่ของจ้าวอู่เจียงทั้งหมด
นางยืนอยู่หลังผืนผ้านั้นเท้าเหยียบย่ำสายฝนกลางอากาศ มือสองข้างกอดอก ใบหน้าเย็นชา แววตาเคร่งขรึมและพูดด้วยน้ำเสียงมุ่งมั่น
“จ้าวอู่เจียงแบ่งพลังโชคชะตาของเจ้ามาซะโดยดี แล้วข้าจะปล่อยให้เจ้าหนีไป! หาไม่แล้ว เมื่อโลกใบนี้ล่มสลาย เจ้าจะไม่อาจต้านทานพวกเราได้แม้แต่คนเดียว!”
“มู่เชียนเชียน เจ้าสังหารผู้คนมากมาย บัดนี้กลับทำตัวเป็นคนดีหรือ!” เทพเจ้าของชาวโพ้นทะเลตะโกนออกมา
“แม้เจ้าไม่ทำร้ายชายผู้นั้น ข้าก็จะฆ่าเขาเอง!”
“จ้าวอู่เจียง ข้าไม่ต้องการอันใดมากมาย เพียงให้ประชาชนของข้าได้รับพลังโชคชะตาจากเลือดและเนื้อของเจ้า แม้เพียงคนละหยดก็พอ”
หมาป่าเทพเจ้าที่อยู่ในอ้อมแขนของราชาเผ่าจินจางพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ถึงอย่างไรวันนี้เจ้าก็ไม่มีทางรอด! ไม่มีประโยชน์ที่จะดิ้นรน แต่ข้าสัญญา หากเจ้าคิดจะให้จางหลินต้าวพาคนเหล่านั้นออกไป ข้าจะช่วยปกป้องพวกเขาในยามคับขันสักครั้งหนึ่ง! หากเจ้าไม่เชื่อ ข้าก็สาบานต่อฟ้าดินได้!”
ลูกสุนัขขาวมีสีหน้าเคร่งเครียด คำพูดของมันมีทั้งความจริงใจที่หวังว่าประชาชนจะได้รับพลังโชคชะตาเพื่อความอยู่รอดและความสงสารจ้าวอู่เจียงที่กำลังดิ้นรน พร้อมกับความหวังที่จะทำลายจิตใจของจ้าวอู่เจียงลงไปในเวลาเดียวกัน
ไม่ว่าจะเป็นหนี่ผูซาเทพเจ้าของชาวโพ้นทะเลหรือธิดาพิษหนอนศักดิ์สิทธิ์หรือหมาป่าเทพเจ้า ทุกคนไม่ต้องการสู้กับจ้าวอู่เจียงในช่วงสุดท้ายเพราะมันจะเพิ่มความเสี่ยงโดยไม่จำเป็น
พวกเขาต้องการเลือดเนื้อของจ้าวอู่เจียงที่มีพลังโชคชะตาแต่ไม่ต้องการบาดเจ็บ
เมื่อโลกใบนี้ล่มสลายลงไป พวกเขาถึงจะฆ่าจ้าวอู่เจียงได้
แต่จ้าวอู่เจียงเองก็รู้เรื่องนี้ดีเช่นกัน เขาต้องการใช้โอกาสที่คนเหล่านี้ยังไม่สามารถใช้พลังได้ทั้งหมดต่อสู้กับพวกเขาให้ได้มากที่สุด
สายตาของจ้าวอู่เจียงสั่นไหวข้อเสนอของหมาป่าเทพเจ้าทำให้เขาอยากจะยอมรับ
เขารู้ดีว่าตนเองกำลังดิ้นรนอย่างไร้ผล
แต่ก็จะไม่ยอมแพ้ ไม่ยอมให้ชีวิตสิ้นสุดเพียงเท่านี้
จ้าวอู่เจียงไม่ต้องการยอมจำนนเขาต้องการต่อสู้จนตาย หากต้องตาย ก็ต้องการตายอย่างผู้ยืนหยัดอย่างกล้าหาญ
ชายหนุ่มรู้ดีว่าผู้บุกรุกเหล่านี้ไม่ว่าจะแสดงความจริงใจหรือไม่ แต่เป้าหมายของทุกคนก็คือการทำลายจิตใจของเขาอยู่ดี
เขาก้มมองลงไปเห็นฝูงชนชาวต้าเซี่ยจำนวนมาก คนเหล่านี้รอดชีวิตจากภัยพิบัติ บางคนปลอดภัยดี บางคนมีบาดแผลหรือแขนขาดขาขาด
ใบหน้าของคนเหล่านี้มีทั้งความเฉยชา ความปรารถนาที่จะมีชีวิตรอด และความหวาดกลัวต่อเขา
เทพเจ้าของชาวโพ้นทะเลหัวเราะเยาะพลางยกมือขึ้นหมอกดำล้อมรอบตัวเขานั้นมีผู้คนออกมา ทั้งชาวต้าเซี่ยและชาวโพ้นทะเลล้วนแต่เป็นผู้มีพลังแข็งแกร่งทั้งสิ้น
เมื่อยอดฝีมือหล่านี้ปรากฏตัวก็ล้อมรอบฝูงชนชาวต้าเซี่ยที่อยู่ในนครหลวงโดยทันที
เทพเจ้าของชาวโพ้นทะเลในหมอกดำพูดเสียงดัง
“จ้าวอู่เจียง เจ้าเลือกได้ว่าจะสู้ต่อไปหรือล่าถอย! แต่ทุกครั้งที่เจ้าหายใจ ข้าจะสังหารชาวต้าเซี่ยสิบคน!”
ฝูงชนแตกตื่นและทันใดนั้นก็มีคนสิบคนระเบิดเป็นม่านหมอกเลือด เลือดสาดกระจายไปทั่ว
ฝูงชนยิ่งตื่นตระหนกส่งเสียงร้องด้วยความหวาดกลัว
เทพเจ้าของชาวโพ้นทะเลพูดเสียงเย็นชาต่อไปว่า
“หากเจ้าไม่ยอมช่วยคนเหล่านั้น ข้าก็จะฆ่าพวกเขาเอง!”