ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 566 จิตใจมนุษย์ยากแท้หยั่งถึง
บทที่ 566 จิตใจมนุษย์ยากแท้หยั่งถึง
เจ้าสำนักศรัทธาราษฎร จางหลินต้าวผู้เป็นหมอดูเทวดาใช้พลังมหาศาลข้ามผ่านภูเขาและแม่น้ำหมื่นลี้จากที่ตั้งของสำนักศรัทธาษฎรมาถึงซากปรักหักพังของเมืองหลวงเพื่อช่วยชีวิตประมุขสุสานกระบี่หลี่ฉวนจวินได้ทันเวลา
เขาบอกกับหนี่ผูซาและคนอื่น ๆ ว่าเพราะเขาสัญญากับจ้าวอู่เจียงไว้ว่าจะปกป้องหลี่ฉวนจวิน
แต่แท้จริงแล้วไม่ใช่
เขาโกหก
ข้อตกลงของเขากับจ้าวอู่เจียงคือการปกป้องเซวียนหยวนจิ้งและตู๋กูหมิงเยว่เท่านั้น ไม่มีคนอื่นเพิ่มเติม
เหตุผลที่เขามาแทรกแซงในตอนสุดท้ายอาจเป็นเพราะต้องการเดิมพันครั้งสุดท้าย หรืออาจเป็นเพราะความอ่อนโยนในจิตใจก็เป็นได้
จางหลินต้าวใช้ศาสตร์แห่งประตูดวงดาว ‘กระจกบุปผาวารี’ มองดูเหตุการณ์ในซากปรักหักพังของนครหลวง
เขาเห็นแผนการร้ายของหนี่ผูซาและเหล่าเทพเจ้าที่กำลังกระทำต่อจ้าวอู่เจียง
แผนการร้ายนี้เหมือนถูกสร้างขึ้นเพื่อจ้าวอู่เจียงโดยเฉพาะ
แผนการร้ายนี้โจมตีจิตใจของผู้ไม่มีทางเลือก จิตใจที่ดีของคนเหล่านั้นยากจะต้านทานได้จริง ๆ
จ้าวอู่เจียงมีจิตใจที่ดี หยิ่งทะนงในศักดิ์ศรีและไม่คิดยอมแพ้
แต่สุดท้าย จ้าวอู่เจียงก็เลือกที่จะก้มหน้า ไม่ใช่เพื่อเอาตัวรอดแต่เพื่อให้คนบริสุทธิ์ได้มีโอกาสรอดชีวิตมากขึ้น
เมื่อจางหลินต้าวมองดูผ่าน ‘กระจกบุปผาวารี’ จึงได้เห็นว่าจ้าวอู่เจียงช่วยชีวิตคนอื่นอย่างไม่ลังเล เขาเลยเข้าใจในสิ่งที่ไม่เคยเข้าใจมาก่อน
เหตุใดสวรรค์ถึงเลือกมอบพลังโชคชะตาให้กับจ้าวอู่เจียงก่อนที่โลกจะพังทลาย
หนึ่งคือเพราะจ้าวอู่เจียงเป็นความหวังของโลกนี้
สองคือเพราะสวรรค์อาจรู้ล่วงหน้าว่าจ้าวอู่เจียงจะเลือกทำเช่นนี้ สวรรค์จึงต้องการใช้เขาเป็นผู้ที่ส่งมอบความหวังในการอยู่รอดให้กับคนบริสุทธิ์เหล่านั้น
เมื่อจางหลินต้าวเข้าใจสิ่งนี้ เขาก็ถอนหายใจและเลือกจะช่วยประมุขสุสานกระบี่หลี่ฉวนจวิน
นี่คือการเดิมพันครั้งสุดท้ายของเขา เป็นความสงสารและเป็นการแสดงความเคารพต่อจ้าวอู่เจียง
ทุกคนพูดว่าจางหลินต้าวไม่เคยพยากรณ์ผิดพลาด
แต่สุดท้าย เขาเพิ่งจะได้เห็นว่าจ้าวอู่เจียงเป็นคนเช่นไร
ใจคน คาดเดาไม่ได้
เขาไม่สามารถคาดเดาความรักอันลึกซึ้งของหลินหลางจากเผ่าโหลวหลานที่มอบให้จ้าวอู่เจียงในจุมพิตสุดท้าย พร้อมกับพยายามช่วยเหลืออย่างสุดความสามารถ
เขาไม่สามารถคาดเดาว่าธิดาแห่งพิษหนอนศักดิ์สิทธิ์มู่เชียนเชียน ผู้ที่เคยฆ่าคนมากมายจะเลือกช่วยให้จ้าวอู่เจียงได้รับความตายเร็วขึ้นแทนที่จะทรมานต่อไป
เขาไม่สามารถคาดเดาได้ว่ามู่เชียนเชียนจะเลือกแสดงความตั้งใจที่จะฆ่าหนี่ผูซาเพื่อจ้าวอู่เจียง ผู้ที่เคยเป็นศัตรู
เขาไม่สามารถคาดเดาความใจกว้างของจ้าวอู่เจียงที่ยอมเสียสละชีวิตด้วยใจอันอบอุ่นและเมตตา
และไม่สามารถคาดเดาว่าจ้าวอู่เจียงจะไม่มีความทุกข์ ความโกรธ หรือความเกลียดชังเมื่อถูกเฉือนเนื้อแต่กลับมีความสงสารและเสียดาย
เสียดายที่ไม่ใช่เพราะตนเองตกอยู่ในแผนการร้าย แต่เป็นเพราะมีคนรอดชีวิตน้อยเกินไปและตนเองอ่อนแอเกินไปที่จะช่วยคนได้มากกว่านี้
เขาไม่สามารถคาดเดาได้เลยว่าคนธรรมดา ๆ ที่พบกับความเปลี่ยนแปลงของโลกทั้งใบจะยอมเสี่ยงชีวิตเพื่อปกป้องจ้าวอู่เจียงและเลือกไม่เฉือนเนื้อจากร่างเขาเพื่อแลกกับการรอดชีวิตของตนเอง
“เด็กน้อย…เจ้าไม่ควรช่วยเขาเลย” จางหลินต้าวนั่งอยู่บนเบาะรองนั่งในห้องลับพึมพำเบา ๆ
เสียงของเขาแหบพร่าและไม่ชัดเจน
ตะเกียงน้ำมันในมือสั่นไหว ไส้ตะเกียงที่เหลือเพียงเส้นสีดำขนาดเล็กส่องแสงไฟสลัว ๆ เส้นผมของเขากลายเป็นสีขาวมากขึ้นและผิวหนังก็แห้งเหี่ยวมากขึ้นเช่นกัน
เสียงพึมพำของเขาเมื่อสักครู่นี้ ไม่ทราบเลยว่ากล่าวถึงผู้ใดกันแน่
อาจเป็นหลินหลางที่ไม่ควรเสียเวลาช่วยจ้าวอู่เจียงที่ไม่มีทางรอด
อาจเป็นมู่เชียนเชียนที่ไม่ควรช่วยให้จ้าวอู่เจียงตายอย่างสงบด้วยการต้องเผชิญหน้ากับหนี่ผูซา
อาจเป็นชาวบ้านธรรมดาที่ไม่ควรเสี่ยงชีวิตเพื่อปกป้องจ้าวอู่เจียง
อาจเป็นจ้าวอู่เจียงที่ไม่ควรยอมเสียสละชีวิตเพื่อช่วยคนธรรมดาเหล่านั้น
‘เด็กน้อย…เจ้าไม่ควรช่วยเขาเลย’
แต่บางที อาจจะมีแต่เด็กน้อยที่ไม่คิดถึงผลประโยชน์และความเสียหาย ด้วยใจที่บริสุทธิ์ จึงเลือกที่จะช่วยผู้อื่นอย่างแท้จริง
“ฮ่าฮ่าฮ่า…”
จางหลินต้าวระเบิดเสียงหัวเราะ แล้วโลหิตสีแดงก็ไหลออกจากปากและจมูก ดวงตาแก่ชรามีน้ำตาไหลออกมา เขาหัวเราะเสียงดังไม่หยุด
ใจของจางหลินต้าวกำลังพังทลายแต่เขาไม่พยายามรักษา
โลกนี้ไม่ได้มีแต่เรื่องของผลประโยชน์เท่านั้นแต่ยังมีเรื่องของความรู้สึกซึ่งยากจะควบคุมด้วย