ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 853 ยอมรับ
บทที่ 853 ยอมรับ
“ข้า…” หลินหลางก้มหน้าลงเล็กน้อย นางไม่รู้จะอธิบายอย่างไร
หลินหลางไม่เคยโกหกผู้ใด ยิ่งกับท่านพี่เสี่ยวเคอที่รักและห่วงใยนางด้วยแล้ว
ท่านพี่เสี่ยวเคอเติบโตมาพร้อมกับนาง ตั้งแต่นางยังเด็ก ทุกครั้งที่นางทำผิด นางไม่อาจปิดบังท่านพี่เสี่ยวเคอได้
สถานการณ์เช่นนี้ หากนางอธิบายไม่แนบเนียน ย่อมถูกเปิดโปง
แต่สิ่งที่นางกังวลไม่ใช่การถูกตำหนิ นางกังวลเรื่องจ้าวอู่เจียง
“ข้าสังเกตเจ้ามานานแล้ว หลินหลาง” หลินเสี่ยวเคอขมวดคิ้วด้วยความโกรธ
“เจ้าเผลอมองจ้าวอู่เจียงอยู่หลายครั้ง เขาเป็นผู้ใดกันแน่ มีความสัมพันธ์เช่นไรกับเจ้า?
หรือว่าเขาคือชายใจร้ายผู้นั้น!”
“พี่หญิง ข้า…” หลินหลางขมวดคิ้วแน่น
“ใช่แล้ว” จ้าวอู่เจียงตอบรับเสียงทุ้ม เขาไม่อาจทนเห็นหลินหลางเป็นเช่นนี้ ไม่อาจทนเห็นหลินหลางต้องแบกรับคำตำหนิของหลินเสี่ยวเคอเพียงผู้เดียวได้
เขาไม่อาจนิ่งเฉย และยิ่งไม่อาจทนเห็นสตรีของตนถูกหยามเหยียดโดยไม่ทำสิ่งใด
จ้าวอู่เจียงยอมรับออกมาตรง ๆ
หลินหลางสบตาเขา แววตาสั่นไหว ม่านน้ำตาเอ่อคลอเบ้า นางจ้องมองจ้าวอู่เจียง ก่อนจะหันไปอธิบายกับหลินเสี่ยวเคออย่างร้อนรน
“ไม่ใช่อย่างนั้น ท่านพี่ ไม่ต้องฟังเขา…”
จ้าวอู่เจียงพลันโอบหลินหลางมากอดแนบกายราวกับจะผสานเป็นหนึ่งเดียว เขาจ้องมองหลินเสี่ยวเคอที่ยังคงมีแววตาดุดัน
“ข้าคือบุรุษใจทรามที่เจ้าเอ่ยถึง ข้าคือบุรุษที่หลินหลางยอมสละแก่นปีศาจให้”
หลินเสี่ยวเคอชะงักไปครู่หนึ่ง แววตาเย็นเยียบดังน้ำแข็ง พลันนางก็ทุบโต๊ะเสียงดัง
“เจ้าถึงกล้ายอมรับแล้วหรือ? แล้วก่อนหน้านี้ตอนหลินหลางบาดเจ็บปางตาย เจ้าไปอยู่ที่ใด?”
“ตอนนางถูกจองจำอยู่ในคุกใต้น้ำ เจ้าอยู่แห่งหนใด?”
“ข้ามาหาไม่ได้” จ้าวอู่เจียงเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ หลินหลางกอดเขา น้ำตาไหลริน
หลินเสี่ยวเคอโกรธาจนแทบคลั่ง
“เจ้ามาไม่ได้? เจ้าตายแล้วหรือถึงมาไม่ได้?! เจ้าจะอ้างสิ่งใด!”
“ถูกต้อง” จ้าวอู่เจียงเอ่ยน้ำเสียงราบเรียบ เรียบเฉยจนน่ากลัว
“หากไม่ใช่แก่นปีศาจของหลินหลาง ข้าคงไม่อาจมีชีวิตอยู่ได้จนถึงตอนนี้”
ได้ยินจ้าวอู่เจียงพูดถึงบาดแผลในใจ หลินหลางหลั่งน้ำตาไม่ขาดสาย ใบหน้าแดงเรื่อซบอกจ้าวอู่เจียง ดวงตางดงามแดงก่ำ สะอื้นไห้จนตัวโยน
ได้ยินคำของจ้าวอู่เจียง ความโกรธแค้นของหลินเสี่ยวเคอสั่นไหว ก่อนจะสลายไปอย่างรวดเร็ว นางจ้องใบหน้าเรียบเฉยทว่าจริงจังของจ้าวอู่เจียง ปากอ้า ๆ หุบ ๆ ไม่รู้ว่าควรเอ่ยสิ่งใด
หลินหลางคือญาติผู้น้องของนาง เติบโตมาด้วยกันตั้งแต่ยังเยาว์วัย นางย่อมไม่อยากเห็นน้องเจ็บช้ำ
หนึ่งปีเต็มที่หลินหลางต้องเผชิญกับความทุกข์ทรมานหลังสูญเสียแก่นปีศาจ อาการปางตาย ถูกจองจำอยู่ในคุกใต้น้ำมืดมิดไร้แสงใด ทว่าบุรุษเผ่าพันธุ์มนุษย์ที่หลินหลางทุ่มเททั้งใจและมอบแก่นปีศาจให้กลับไม่เคยปรากฏตัว
นางเคยคิดว่าบุรุษที่หลินหลางพร่ำเพ้อถึงเป็นคนใจร้าย ไร้หัวใจ
แต่บัดนี้นางเข้าใจแล้ว แท้จริงจ้าวอู่เจียงไม่ใช่ไม่อยากมาหา แต่ไม่อาจมาหาได้ต่างหาก
นางถามน้ำเสียงคาดคั้นว่าเขาตายแล้วหรือถึงไม่อาจมาได้
และคำตอบของเขาคือ ‘ใช่’ น้ำเสียงเรียบเฉยที่ตอบกลับทำให้นางพูดไม่ออก
ราวกับมองเห็นเรื่องราวอันน่าสะเทือนใจที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังคำว่า ‘ใช่’ ของเขา
จ้าวอู่เจียงไม่ได้บอกว่าเขาตายอย่างไร และไม่ได้บอกว่าเขามาพบกับหลินหลางในวันนี้ได้อย่างไร
แต่ความเรียบเฉยของเขา และการร่ำไห้สะอึกสะอื้นของหลินหลาง ก็ได้บอกเล่าเรื่องราวทั้งหมดแล้ว
หลินเสี่ยวเคอถอนหายใจ
“เฮ้อ ตอนนี้…ยังไม่ใช่เวลาที่ผู้อาวุโสของตระกูลควรรู้ ข้าจะรักษาความลับให้พวกเจ้าก็แล้วกัน”
กล่าวเช่นนั้น แล้วก็เดินออกจากประตูไปโดยไม่พูดอะไรอีก
สตรีเผ่าจิ้งจอกชิงชิวล้วนชาญฉลาด และมีจิตใจบริสุทธิ์
นางมองเห็นความรักลึกซึ้งของหลินหลาง และมองเห็นความจริงใจของจ้าวอู๋หยาง
นางเลยไม่มีอะไรจะพูดไปกว่านี้แล้ว
จ้าวอู่เจียงกับหลินหลางสวมกอดกันแน่น
“ขออภัย” ทั้งสองคนเอ่ยขึ้นพร้อมกัน
หลินหลางรู้สึกว่าพูดไม่เก่ง ไม่รู้จะบอกหลินเสี่ยวเคออย่างไร และเป็นนางที่ยืนกรานจะมาหาอู่เจียงในยามดึกจนทำให้ตัวตนของเขาถูกเปิดเผย
ส่วนจ้าวอู่เจียงก็รู้สึกว่าตนเองมาช้านัก ทำให้หลินหลางต้องทนทุกข์ทรมานโดยเปล่าประโยชน์
“เจ้าไม่จำเป็นต้องออกมาก็ได้…” หลินหลางเอ่ยน้ำเสียงสั่นเครือ
“เจ้าเด็กโง่เขลา” จ้าวอู่เจียงยิ้มอ่อนโยน
“เจ้าเป็นใครรู้หรือไม่? เจ้าคือสตรีของข้า จ้าวอู่เจียง เจ้าคือภรรยาที่ข้าจะแต่งงานอย่างถูกต้องตามขนบประเพณีในอนาคต ข้าจะปล่อยให้เจ้าแบกรับเรื่องราวทั้งหมดเพียงลำพังได้อย่างไร?”
หลินหลางสะอื้นไห้ น้ำตาไหลอาบแก้ม นางกอดจ้าวอู่เจียงแน่น ไม่อยากปล่อยมือจากเขาสักอึดใจ