ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 859 เตาหลอมกระบี่
บทที่ 859 เตาหลอมกระบี่
“รับไว้เถอะ”
จ้าวอู่เจียงส่งกระบี่ล้ำค่าให้จ้าวชีหลาง เหตุผลที่เขาทำเช่นนี้ เพราะจ้าวชีหลางน่าจะลูกคนที่เจ็ดของจ้าวฝูกุ่ย หัวหน้าหมู่บ้านตระกูลจ้าวที่เก็บเขามาเลี้ยงตอนเขาเพิ่งมาถึงโลกนี้ หัวหน้าหมู่บ้านดูแลเขาอย่างดี ทำให้จ้าวอู่เจียงซาบซึ้งใจตลอดมา
คำพูดที่เขาบอกให้จ้าวชีหลางกลับไปเยี่ยมบ้านบ่อย ๆ ไม่เพียงบอกกับจ้าวชีหลาง แต่ยังเป็นการบอกตัวเองด้วย
ตอนนี้เขายังกลับไปไม่ได้ เพราะยังมีหลายเรื่องที่ต้องทำ
อันดับแรก เขาต้องหาทางคว้าโอกาสในแดนลับเต๋อเหลียนให้มากขึ้น เก็บเกี่ยวเมล็ดบัวเพื่อสร้างร่างกาย เมื่อเขามีร่างกายเป็นของตัวเอง พลังย่อมพุ่งทะยาน
นอกจากนี้ เขายังต้องตามหาตู๋กูหมิงเยว่และลูกสาว จ้าวเหนียนเซี่ย และต้องฝึกฝนให้แข็งแกร่งขึ้น เพื่อที่จะมีพลังมากพอในการล้างแค้นหนี่ผูซา
มือกระบี่ในชุดนักพรต จ้าวชีหลาง จ้องมองบุรุษในชุดคลุมดำอย่างลึกซึ้ง เขาไม่เข้าใจว่าทำไมบุรุษคลุมดำถึงได้มอบกระบี่ล้ำค่าให้เขา แต่ในดวงตาของชายคนนี้ เขาเห็นถึงความจริงใจ
เขาเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยอมรับกระบี่มาท่ามกลางสายตาอิจฉาของผู้คนรอบข้าง
จ้าวชีหลางก้มตัวคำนับต่ำแล้วกล่าว
“ขอบคุณท่านผู้มีพระคุณ”
จ้าวอู่เจียงส่ายหัวยิ้ม ๆ ก่อนจะถอนหายใจเบา ๆ
“ตอนนี้ระดับพลังของเจ้ายังเป็นเพียงระดับต้นของการหลอมรวมจิตวิญญาณ อีกทั้งเจ้ายังไม่มีไพ่ตายมากพอ ไม่ควรอยู่ที่นี่ ข้าแนะนำให้เจ้าไปหาที่ซ่อนตัวในแดนลับเต๋อเหลียนเพื่อฝึกฝนจนถึงเวลาที่แดนลับเปิดอีกครั้งเถิด แล้วค่อยออกไป”
“ท่านผู้มีพระคุณ ข้า…” จ้าวชีหลางไตร่ตรองอย่างจริงจัง แต่ยังไม่แน่ใจว่าจะตัดสินใจอย่างไร
“ข้าชื่อจ้าวอู่หยาง เหมือนกับเจ้า ข้าก็แซ่จ้าว” จ้าวอู่เจียงตบบ่าจ้าวชีหลางอย่างจริงจัง พร้อมกล่าวเตือน “ไม่ว่าเจ้าจะทำสิ่งใด สิ่งที่สำคัญที่สุดคือต้องรู้จักตัวเอง รู้ว่าตอนนี้มีพลังเท่าไร และตัดสินใจให้ถูกต้อง อย่าดื้อรั้นหรือทุ่มสุดตัวโดยไม่จำเป็น”
จ้าวชีหลางพยักหน้าช้า ๆ เขาเข้าใจว่าคำพูดของจ้าวอู่หยางมาจากความหวังดี
“ไปเถอะ” จ้าวอู่เจียงยกมือขึ้น พลันเกิดสายลม ฟ้าร้องครืน จ้าวอู่เจียงวาดยันต์ แล้วส่งไปยังแขนของจ้าวชีหลาง
“เดี๋ยวก่อน ท่านพี่อู่หยาง” จ้าวชีหลางกล่าวด้วยสายตาจริงจัง เขาล้วงบางอย่างออกมา แล้วส่งให้
“นี่คือกระบวนท่าดาบที่ข้าได้มาโดยบังเอิญ น่าเสียดายที่ข้าไม่สามารถดึงพลังสูงสุดของวิชานี้ออกมาได้ หวังว่าพวกท่านจะรับไว้ แม้ไม่อาจแสดงความขอบคุณของข้าได้มากพอ แต่ตอนนี้สิ่งที่ข้าจะมอบให้ได้ก็มีเพียงวิชาดาบนี้เท่านั้น”
จ้าวอู่เจียงพยักหน้า แล้วรับหยกมา จากนั้นก็ใช้ยันต์ส่งจ้าวชีหลางไป
เขาร่องรอยตัวตนของจ้าวชีหลาง หวังให้จ้าวชีหลางได้พบที่สงบเหมาะกับการฝึกฝนจนกว่าแดนลับเต๋อเหลียนจะเปิดอีกครั้ง
ขณะเดียวกัน เขาหวังว่าหลังจากจ้าวชีหลางออกจากแดนลับจะช่วยไปดูแลผู้คนที่หมู่บ้านตระกูลจ้าว
หลังจากจ้าวชีหลางหายตัวไป จ้าวอู่เจียงก็ยื่นหยกให้หลี่ฉวนจวิน
ตอนนี้หลี่ฉวนจวินต้องการพลังมากกว่าเขา ก่อนหน้านี้เขาก็เห็นจ้าวชีหลางใช้กระบวนท่ากระบี่นี้ หากไม่ใช่ว่าขั้นพลังของจ้าวชีหลางต่างจากศิษย์ของสำนักกระบี่ซ่อนเร้นมากเกินไป ด้วยกระบวนท่านี้ย่อมทำให้จ้าวชีหลางแข็งแกร่งกว่าศิษย์ของสำนักกระบี่ซ่อนเร้นแน่นอน
กระบวนท่านี้ไม่ธรรมดาเลย
หลี่ฉวนจวินไม่ได้เกรงใจ แล้วรับรับหยกไป ข้อมูลของกระบวนท่ากระบี่ถูกส่งเข้าไปในจิตใจของเขา เขาค่อย ๆ พยักหน้าอย่างช้า ๆ
จ้าวอู่เจียงกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ก่อนจะเหาะไปที่โรงตีดาบซึ่งอยู่หลังลาน
เตาหลอมกระบี่ของโรงตีเหล็กคือทางเข้าสู่ถ้ำกระบี่
“ข้าจะไปสำรวจทางข้างหน้าก่อน” หลี่ฉวนจวินรีบบินตามมา เขามองเปลวไฟที่ลุกโชติช่วงอยู่ในเตาหลอมกระบี่ ก่อนจะก้าวเท้าเข้าไป
จ้าวอู่เจียงสำรวจโรงตีเหล็ก เขาไม่รู้ว่าทำไม แต่รู้สึกเหมือนเคยมาเยือนสถานที่แห่งนี้มาก่อน
ความรู้สึกนี้ไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับเขา ตั้งแต่ก้าวเข้ามาในแดนลับเต๋อเหลียน สถานที่หลายแห่งให้ความรู้สึกคลุมเครือและคุ้นเคย