ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 875 ร่างอมตะและกายหญิงสาว
บทที่ 875 ร่างอมตะและกายหญิงสาว
จ้าวอู่เจียงขมวดคิ้วแน่นขึ้นเรื่อย ๆ เขารู้ดีว่าหยินเถาเอ๋อร์เป็นห่วงเขาอย่างจริงใจ
แต่ความสนใจของเขาถูกกระดูกจอมจักรพรรดิและร่างอมตะที่หยินเถาเอ๋อร์พูดดึงดูดเสียแล้ว
ถึงทั้งสองสิ่งไม่ได้แปลกใหม่แต่อย่างใดก็ตาม
กระดูกจอมจักรพรรดิ ในช่วงที่ราชวงศ์ต้าเซี่ยล่มสลาย โลกแตก หนี่ผูซาและพรรคพวกเคยค้นพบว่าเนื้อและกระดูกของจ้าวู่เจียงคือกระดูกจอมจักรพรรดิและใส่เหมือนแก้วหยกหายาก ซึ่งเรียกว่า กายแก้วจักรพรรดิ
ตอนนั้น หนี่ผูซาและคนอื่น ๆ ต่อสู้กันอย่างรุนแรงเพื่อแย่งชิงกระดูกจอมจักรพรรดิของเขา
ก่อนหน้านี้เขามีความสงสัยอยู่บ้าง หากเป็นกระดูกจอมจักรพรรดิจริง ๆ ทำไมเขาถึงพ่ายแพ้หนี่ผูซาและพรรคพวกได้?
แต่ภายหลังเมื่อเขาได้มาสู่โลกนี้และเข้าสู่เส้นทางการบำเพ็ญเพียร เขาก็ได้รู้ว่า แม้จะมีกระดูกจอมจักรพรรดิ แต่หากไม่สามารถดึงพลังของออกมาใช้ได้ก็ไร้ประโยชน์
กระดูกจอมจักรพรรดิมีพลังของร่างกายระดับจอมจักรพรรดิ แต่ใช่ว่าทุกคนจะใช้พลังได้
และตอนนั้นเขาเป็นเพียงแค่คนนอกที่ไม่คุ้นเคยกับการบำเพ็ญเพียร
ทว่าผู้คนที่กำลังแย่งชิงกระดูกจอมจักรพรรดิในดินแดนเต๋อเหลียนชั้นที่ยี่สิบสองตอนนี้ไม่ได้ต้องการพลังของกายแก้วจอมจักรพรรดิที่เกิดจากกระดูกจอมจักรพรรดิเพียงอย่างเดียว
จุดประสงค์ของพวกเขาคือการใช้กระดูกจอมจักรพรรดิทำความเข้าใจพลังของขอบเขตจอมจักรพรรดิ ซึ่งจะช่วยให้พวกเขาก้าวเข้าสู่ขอบเขตจอมจักรพรรดิได้ในสักวัน
ส่วนร่างอมตะก็ยิ่งไม่แปลกสำหรับเขา
วิชามหาเทพดูดดาวเป็นเคล็ดวิญญาณพื้นฐานของวิชามารกลืนสวรรค์ ส่วนวิชาทองคำไร้พ่ายก็คือเคล็ดวิญญาณพื้นฐานของร่างทองคำอมตะ
เขาไม่คาดคิดเลยว่า วิชาของราชวงศ์เซียนต้าโจวจะเป็นร่างอมตะ
หรือว่าพลังของราชวงศ์เซียนต้าโจวจะแข็งแกร่งจนไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับการคุกคามจากเหล่าผู้มีอำนาจฝ่ายต่าง ๆ ?
เขาถามด้วยความสงสัย
“ร่างอมตะเป็นวิชาที่ตกทอดของราชวงศ์เซียนต้าโจวหรือ?”
หยินเถาเอ๋อร์พยักหน้าอย่างว่าง่าย
“อืม แต่ร่างอมตะไม่ใช่ร่างทองคำอมตะ ทั้งสองวิชาแตกต่างกันอยู่พอสมควร”
จ้าวอู่เจียงหรี่ตาลงด้วยความสงสัย
“บรรพบุรุษผู้ก่อตั้งราชวงศ์เซียนต้าโจวเคยมีโชคได้เข้าใจร่างทองคำอมตะ” หยินเถาเอ๋อร์ขยับตัวเบา ๆ พยายามเบียดแนบชิดจ้าวอู่เจียงให้มากขึ้น นางสังเกตเห็นความสงสัยในแววตาของจ้าวอู่เจียงจึงอธิบายว่า
“บรรพบุรุษท่านนั้นเป็นคนอัจฉริยะ ตามคำเล่าขานว่ากันว่า เพียงเขามองครู่เดียวก็สามารถเข้าใจวิชาร่างทองอมตะแล้ว แม้จะคลาดเคลื่อนไปบ้างก็ตาม”
“แต่ก็ยังฝึกฝนได้ พลังของวิชานี้ทรงอานุภาพราวกับวิชาเทพ แม้อาจไม่เทียบเท่า แต่ก็เพียงพอจะทำให้โลกตกตะลึง”
“โดยเฉพาะเมื่อรวมร่างอมตะกับพลังมังกร กล่าวได้ว่า ทุกวิชาไม่สามารถทำคุกคามได้”
“นับพื้นฐานหนึ่งที่ทำให้ราชวงศ์เซียนต้าโจวแข็งแกร่งเช่นนี้”
จ้าวอู่เจียงพยักหน้า เขาตัดสินใจแล้ว เขาจะไปยังดินแดนเต๋อเหลียนชั้นที่ยี่สิบสอง ไม่ใช่เพราะต้องการแย่งชิงกระดูกจอมจักรพรรดิ แต่เขาต้องการติดต่อกับจีปอฉาง และถ้าเป็นไปได้ ก็อยากได้วิธีการฝึกร่างอมตะมา
เขาฝึกวิชาทองคำไร้พ่ายอยู่แล้ว เพียงแต่ในตอนนี้เขายังไม่มีร่างกายที่เป็นเลือดเนื้อ ทำให้ยังไม่สามารถใช้วิชาได้
แต่การเดินทางในดินแดนเต๋อเหลียนเขาจะสร้างร่างกายของตนขึ้นมาอย่างแน่นอน เมื่อถึงตอนนั้น ร่างอมตะจะมีความสำคัญต่อเขาเป็นอย่างยิ่ง
“เจ้ามีสิ่งใดที่ยังไม่เข้าใจก็ถามมาได้นะ” หยินเถาเอ๋อร์ขยับตัวเล็กน้อย น้ำเสียงออดอ้อนเอาใจ
“หากเจ้าไม่ถาม ข้าก็จะเริ่มแล้วนะ”
จ้าวอู่เจียงครุ่นคิดเล็กน้อย
“ทำไม…”
เดิมทีเขาอยากถามว่า ทำไมเขาแทบไม่เห็นคนของราชวงศ์เซียนในระหว่างเดินทางในดินแดนเต๋อเหลียน แต่พอเขากำลังจะถามก็เริ่มเข้าใจคำตอบคร่าว ๆ ก่อนแล้ว
ดินแดนเต๋อเหลียนเป็นดินแดนลับโดยกำเนิด พื้นที่ลับเหล่านี้ล้วนแต่เป็นโลกที่แตกสลายจากกาลเวลาในอดีต
ราชวงศ์เซียนกับราชวงศ์มนุษย์ไม่ต่างกันมาก ในขณะที่ราชสำนักกำลังเจริญรุ่งเรือง สถานการณ์ปกติ พวกเขามักจะหลีกเลี่ยงการเข้าไปเกี่ยวข้องกับสิ่งที่มีความลึกลับและไม่เป็นมงคล
“ทำไมอะไรหรือ?” หยินเถาเอ๋อร์ถามอย่างอาย ๆ นางเงยหน้ามองจ้าวอู่เจียง สายตาหวานซึ้ง พูดออดอ้อน
“อะไรหรือ? ทนไม่ไหวแล้วหรือไร? หรือเจ้ามีอะไรสงสัยก็ถามออกมาเถอะ…จะรีบหน่อยก็ได้”
“ทำไม…ร่างของเจ้าถึงนุ่มนิ่มเช่นนี้?”
จ้าวอู่เจียงยกยิ้มเล็กน้อย หลังถูกกระตุ้นมาหลายครั้ง เขาเหมือนเหล็กกล้าที่ร้อนจนหลอมละลายน้ำแข็งได้
หยินเถาเอ๋อร์พลันตอบรับรุนแรง ร่างกายของนางสั่นสะท้านด้วยความสุขและเคลิบเคลิ้มอย่างยิ่ง ขณะเดียวกันก็มีความเศร้าซ่อนอยู่ในใจ นางเข้าใจดี การตอบรับของบุรุษตรงหน้า ในทางหนึ่งบอกเป็นนัยถึงการตัดสินใจของเขา…ที่จะจากไป หลังจากช่วงเวลานี้สิ้นสุดลง ช่วงเวลาแห่งการจากลาก็จะมาเยือนอีกครั้ง