ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 927 ทั้งมาและจากไปล้วนเกิดขึ้นยามค่ำคืน
บทที่ 927 ทั้งมาและจากไปล้วนเกิดขึ้นยามค่ำคืน
ยามเช้าตรู่
หลังจากพักผ่อนฟื้นฟูกันมาตลอดทั้งคืน ทุกคนก็เตรียมออกเดินทางต่อไปยังดินแดนเต๋อเหลียนชั้นใน
อีกไม่กี่วัน เมล็ดบัวตรงกลางจะสุกเต็มที่ วันแห่งการแย่งชิงก็จะมาถึง
ตลอดครึ่งเดือนที่ผ่านมา ผู้คนที่เข้าสู่ดินแดนลับเต๋อเหลียนไม่ได้รีบร้อนอะไร ต่างพากันค้นหาโอกาสในดินแดนเต๋อเหลียนชั้นนอก เพราะเมล็ดบัวยังไม่สุก ต่อให้รีบไปก็ได้แต่รอคอยโดยเปล่าประโยชน์
เมื่อคืน ร่างหลายร่างไม่ทราบว่าด้วยพลังใดบุกทำลายดินแดนลับเต๋อเหลียน ก้าวเข้าสู่ชั้นที่เก้าของดินแดนเต๋อเหลียน
มีทั้งหญิงสาวแบกกระบี่ที่ดูสง่างามและชายหนุ่มที่ดูซื่อ ๆ
มีคนมา ก็มีคนไป
อย่างเช่นหลินเสี่ยวเคอที่ใช้เวลาทั้งคืนล่องลอยไป จิตใจของนางล่องลอยเหมือนก้อนเมฆ ราวกับน้ำในบึงยามฤดูใบไม้ร่วงที่เกิดระลอกคลื่น
ดินแดนเต๋อเหลียนชั้นที่สิบหก หลังจากทานอาหารเช้าอย่างเรียบง่าย จ้าวอู่เจียงและพวกค่อย ๆ เดินทางต่อไปยังดินแดนเต๋อเหลียนชั้นใน
“พี่เสี่ยวเคอ เป็นอะไรไปหรือ?” หลินหลางที่มีดวงตาสีน้ำเงินเต็มไปด้วยความสงสัยถามขึ้น
ตั้งแต่เช้าหลินหลางสังเกตเห็นว่าพี่หญิงเสี่ยวเคอของนางเดินเก้ ๆ กัง ๆ เหมือนขาไม่ค่อยมีแรง
ใบหน้าของหลินเสี่ยวเคอแดงระเรื่อขึ้นมาเล็กน้อย นางยิ้มอย่างอ่อนโยนและตอบว่า
“เมื่อคืนดื่มสุราไปนิดหน่อย แล้วก็พักผ่อนไม่พอ”
“ให้พี่อู่หยางช่วยดูสักหน่อยดีหรือไม่?” หลินหลางกล่าวด้วยความเป็นห่วง
“ไม่เป็นไร ๆ หายเองได้ เรารีบเดินทางกันเถอะ” หลินเสี่ยวเคอรีบตอบ นางไม่กล้ามองจ้าวอู่หยางด้วยซ้ำ เพราะกลัวว่าจะเจอสายตาล้อเลียนของเขา
ให้จ้าวอู่หยางมาดู นางคงไม่มีวันลืมท่าเดินแปลก ๆ ในเช้านีที่เป็นผลจากการไปให้เขาดูเมื่อคืนแล้ว
ครึ่งคืนที่ผ่านมา ขาของนางไม่เคยชิดติดกันเลย
“เหมือนพลังฝีมือของเจ้าเพิ่มขึ้นอีกแล้วนะ” ขณะที่หลินหลางสองพี่น้องคุยกัน หลี่ฉวนจวินก็รู้สึกถึงพลังที่แข็งแกร่งขึ้นของจ้าวอู่เจียง จึงเอ่ยชมอย่างจริงใจว่า
“หรือว่าเมื่อคืนเจ้าฝึกหนักอีกแล้ว”
จ้าวอู่เจียงส่ายหน้า ตอบอย่างหน้าตาเฉยว่า
“ต้องขอบคุณที่เจ้าช่วยชี้แนะข้า ปมในใจบางอย่างของข้าถูกปลดออก ทำให้จิตใจโปร่งโล่ง ปราณก็ไหลลื่นโดยไม่ติดขัด พลังฝีมือก็เพิ่มขึ้นตามธรรมชาติ”
เขาไม่คิดจะบอกว่าร่างกายเขาพิเศษ สามารถดูดซับพลังหยินและพลังปีศาจเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งของวิญญาณและพลังปีศาจในตัวได้
และบังเอิญว่าพลังหยินของหลินเสี่ยวเคอชุ่มชื้นเต็มเปี่ยม พลังปีศาจยิ่งสมบูรณ์ เขาจึงแข็งแกร่งชั่วข้ามคืน
การฝึกฝนเป็นไปไม่ได้ แค่ต้องพึ่งการดูดกลืนพลังหยินเพื่อรักษาระดับพลังไว้
จ้าวอู่เจียง เซวียนหยวนจิ้ง หลี่ฉวนจวิน หลินหลาง หลินเสี่ยวเคอ รวมทั้งสมาชิกเผ่าจิ้งจอกชิงชิวที่เหลืออีกสามคนเดินหน้าสู่ใจกลางดินแดนลับเต๋อเหลียน
จ้าวอู่เจียงจะช่วยหลินเสี่ยวเคอหาเผ่าจิ้งจอกชิงชิวอีกกลุ่มก่อนจึงจะจากไป
ก่อนจะหากลุ่มเผ่าจิ้งจอกชิงชิวอีกกลุ่มเจอ เขาจะคอยปกป้องหลินเสี่ยวเคอและหลินหลางตลอดเวลา
กลุ่มเผ่าจิ้งจอกชิงชิวอีกกลุ่มหนึ่ง ส่วนใหญ่เคยเป็นสมาชิกสำนักเทพอสูรแห่งเขตแม่น้ำศักดิ์สิทธิ์ทางใต้ ตอนนี้กำลังฝึกฝนอยู่ในแต่ละชั้นของดินแดนเต๋อเหลียน
เพราะการแยกกลุ่มนี้ เผ่าจิ้งจอกชิงชิวจึงไม่ถูกกำจัดจนหมดสิ้นในการวางแผนร้ายของเผ่าหมาป่าสวรรค์ เผ่าพยัคฆ์คำราม และเผ่าอสรพิษเถิง ทั้งยังรักษากำลังได้มากกว่าครึ่ง
เมื่อมาถึงชั้นที่สิบเจ็ดของดินแดนเต๋อเหลียน คนของหอสมบัติหมื่นวัตถุก็ส่งจดหมายลับฉบับหนึ่งมาถึงมือจ้าวอู่เจียง
หลังจากเปิดอ่าน เขาพบว่ามันเป็นจดหมายจากจูกัดเซี่ยวไป๋
เตือนให้เขาระวังองค์ชายสี่แห่งราชวงศ์เซียนต้าโจว จีปอฉาง
บอกว่าจีปอฉางมีแผนการต่อพี่น้องจ้าวอู่หยาง จ้าวอู่เลี่ยง
จดหมายยังระบุรายละเอียดเกี่ยวกับพลังของจีปอฉางโดยคร่าว ๆ รวมถึงกองกำลังทั้งหมดของราชวงศ์เซียนต้าโจวและพันธมิตรในดินแดนลับเต๋อเหลียน
เตือนให้เขาระวัง หากมีปัญหาสามารถเผาจดหมายพื่อนำกำลังคนของหอสมบัติหมื่นวัตถุในแต่ละชั้นมาช่วยได้
หลังจากอ่านจดหมาย จ้าวอู่เจียงขมวดคิ้ว
เขาไม่ได้เห็นแค่ความมักใหญ่ใฝ่สูงของจีปอฉาง แต่ยังเห็นความน่าสงสัยของจูกัดเซี่ยวไป๋ด้วย
เขาไม่เข้าใจ ทำไมจูกัดเซี่ยวไป๋ถึงยอมเปิดเผยข้อมูลนี้ให้เขาทั้งที่ไม่ได้มีความสัมพันธ์กันเลย
ภายในจดหมายยังระบุข้อมูลเกี่ยวกับกองกำลังทั้งหมดของราชวงศ์เซียนต้าโจวในดินแดนลับเต๋อเหลียนอย่างละเอียดด้วย
ไม่อาจกล่าวได้ว่าความช่วยเหลือนี้เล็กน้อย
จูกัดเซี่ยวไป๋ต้องการอะไรกันแน่ หรือว่าสนใจตัวเขาเช่นกัน? จ้าวอู่เจียงอึ้งไปชั่วขณะ แล้วหันไปมองหลินเสี่ยวเคอ
หลินเสี่ยวเคอสัมผัสได้ถึงสายตา นางจึงเผยแววตาสงสัย