ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 958 เช่นนั้นเจ้าก็ลองดู
บทที่ 958 เช่นนั้นเจ้าก็ลองดู
หลี่ชางโส่วซวนเซถอยหลัง เขามองร่างงามที่ปกป้องอยู่เบื้องหน้าของจ้าวอู่หยางด้วยความไม่อยากเชื่อ
ดวงตาเย็นชา ใบหน้างดงาม บรรยากาศดุร้ายและน่าเกรงขาม
เขาจำได้
นางคือหลู่เสี่ยวจิ่น สตรีผู้เลอโฉมแห่งตระกูลหลู่
วรยุทธ์ของนางอยู่ในระดับสูงสุดของขั้นก้าวสู่จักรพรรดิ ย่อมสามารถต่อกรกับเขาผู้เป็นจักรพรรดิระดับหนึ่งได้อย่างสูสี อีกทั้งตอนนี้เขาได้รับบาดเจ็บสาหัส
หลี่ชางโส่วหวาดกลัวมาก เขาไม่เคยคิดเลยว่าจะมีคนออกมาช่วยเหลือจ้าวอู่หยางติดต่อกันเช่นนี้
และคนที่ออกมาตอนนี้ยังเป็นหลู่เสี่ยวจิน!
เขาได้ยินมาว่าหลู่เสี่ยวจินเย็นชาและเผด็จกา ยิ่งไปกว่านั้นยังชกต่อยผู้ฝึกวิชาที่เป็นบุรุษมามากมาย
ทว่านางกลับออกมือช่วยเหลือจ้าวอู่หยาง ยอมขัดกับตระกูลหลี่
จ้าวอู่หยางผู้นี้เป็นใครกันแน่ มีสถานะใด?
หลี่ชางเซิงถอยหลังหลายก้าว จิตใจปั่นป่วน
แต่แค่เขาถอยหลังไม่กี่ก้าว ความหนาวเหน็บก็แล่นปราดขึ้นมาในใจ ขนลุกชันในพริบตา
ด้านหลังของเขา กระบี่ยาวเล่มหนึ่งแทงเข้ามา เขาพยายามหลบ แต่ก็ยังหลบไม่ทัน ถูกกระบี่ยาวโจมตีแบบไม่ทันตั้งตัว แทงทะลุกระดูกสะบัก
“อ๊าก!”
กระบี่ยาวกวัดแกว่ง ความเจ็บปวดแผ่ซ่าน เขาส่งเสียงร้องด้วยความทรมาน พยายามใช้พลังขั้นจักรพรรดิผลักกระแทกพลังปราณออกไปสี่ทิศ
แล้วเขาก็พบผู้โจมตี ผู้โจมตีเป็นชายหนุ่มรูปงาม
ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้ม ไม่ทันไรก็พุ่งเข้ามาโจมตีอีกครั้ง หลู่เสี่ยวจินไม่โอกาสก็ออกหมัด
จ้าวอู่หยางปลดปล่อยสายฟ้าจากฝ่ามือ
หลี่ชางโส่วถูกโจมตีจากสามด้าน ร่างกายบาดเจ็บสาหัส เขาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว ความตายของน้องชายเขา หลี่ชางหมิงยังคงชัดเจนติดตา เขาปลดปล่อยพลังทั้งหมด ร้องขอความช่วยเหลือด้วยน้ำเสียงเศร้าโศก “พี่ชางเซิงช่วยข้าด้วย!”
หลี่ชางเซิงกำลังกดข่มจีปอฉาง จีปอฉางใช้ร่างอมตะทำให้แข็งแกร่งราวกับก้อนหิน ทุกครั้งที่โจมตีก็สามารถต้านทานการโจมตีของเขาได้
หลี่ชางเซิงโกรธมาก กำลังจะเค้นพลังทั้งหมดออกมา แต่ก็ได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือจากหลี่ชางโส่วเสียก่อน
เขาเหลือบมองก็เห็นว่าพี่น้องตระกูลหลู่ร่วมมือกับจ้าวอู่หยาง กำลังใช้กระบวนท่าสังหารโจมตีหลี่ชางโส่ว
หัวใจของเขาสั่นสะท้าน ภายใต้สายตาของผู้คนมากมาย เขาปรากฏตัวออกมาแล้วจึงเป็นไปไม่ได้ที่จะไม่สนใจชีวิตของหลี่ชางโสว่
เขาสบถด้วยความโกรธ ในใจหวังว่าจีปอฉางจะฉวยโอกาสนี้โจมตีเขาอย่างสุดกำลัง ด้วยวิธีก็จะกลายเป็นเขา ‘ถูกบังคับ’ ให้ต้องรับมือกับโจมตีถึงตายของจีปอฉาง ไม่อาจปลีกตัวไปช่วยเหลือหลี่ชางโสว่
ทว่าไม่เป็นอย่างหวัง พอจีปอฉางได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือของหลี่ชางโสว่ ดวงตาของเขาก็เปล่งประกาย การต่อต้านไม่เพียงแต่ไม่รุนแรงขึ้น แต่กลับอ่อนแรงลงไปหลายส่วน ราวกับว่าถ้าหลี่ชางเซิงมีพลังเพิ่มขึ้นอีกนิดก็จะสามารถฆ่าเขาได้
เขามองออกถึงสถานการณ์ตรงหน้า
หลี่ชางโสว่กำลังร้องขอความช่วยเหลือ ส่วนหลี่ชางเซิงที่กำลังต่อสู้กับเขาก็ตกอยู่ในสถานะเสียเปรียบ หากเขาจะเดือดดาลและโต้กลับอย่างบ้าคลั่งตอนนี้ หลี่ชางเซิงอาจจะตัดสินใจอย่างเด็ดขาด รับการโจมตีของเขา จนไม่สนใจหลี่ชางโส่ว หากหลี่ชางโส่วเสียชีวิต ความโกรธก็จะยิ่งตกอยู่กับเขาแน่นอน
ถึงตอนนั้น เขาจะต้องเผชิญหน้ากับการไล่ล่าอย่างไม่มีที่สิ้นสุดจากหลี่ชางเซิง
เขาจึงตัดสินใจยอมถอย
หลี่ชางเซิงสบถด่าในใจ พวกเขาล้วนไม่ใช่คนโง่ ทุกคนต่างรู้จักการวางแผนและต่อสู้อย่างแยบยล
เขาตะโกนเสียงดัง หยุดการโจมตีจีปอฉาง แล้วพุ่งไปหาหลี่ชางโส่ว ทุกอย่างเกิดขึ้นในพริบตา ทั้งสองคนต่างก็มีความคิดที่แยบยล
จูกัดเซี่ยวไป๋ที่ซ่อนตัวอยู่ในความมืดถอนหายใจด้วยความโล่งอก ทุกอย่างดำเนินไปตามที่เขาคาดการณ์ไว้
หลี่ชางเซิงเข้าร่วมสนามรบของหลี่ชางโส่ว แม้จะช้าแต่ก็ยังมาทัน
หลี่ชางโส่วต้านทานการโจมตีของจ้าวอู่หยางและอีกสองคนได้อย่างหวุดหวิด เขาบาดเจ็บสาหัสแต่ยังไม่ถึงขั้นเสียชีวิต ได้รับการช่วยเหลือจากหลี่ชางเซิง เขาโล่งอกที่รอดพ้นความตายมาได้ เขาซาบซึ้งในการออกโรงช่วยเหลืออย่างรวดเร็วของพี่ชายนัก
“หลู่เสี่ยวจิน เจ้าจะยอมทำให้ตระกูลหลี่ไม่พอใจเพื่อจ้าวอู่หยางจริง ๆ หรือ?” เปลวไฟวิญญาณของหลี่ชางเซิงลุกโชนอย่างรุนแรง ท่ามกลางสายฝนที่โปรยปรายลงมา อำนาจของเขาแผ่ซ่านไปทั่วทิศ
เคียวสีดำยาวราวเคียวยมทูตปรากฏในมือหลู่เสี่ยวจิน ร่างกายแผ่จิตสังหาร
“พูดมากไปแล้ว ไม่ว่าอย่างไร วันนี้ข้าก็จะพาเขาไป!”
“เจ้าคงไม่คิดว่า เจ้า หลู่เสี่ยวจิน จะเป็นคู่ต่อสู้ของข้าได้กระมัง?” หลี่ชางเซิงแผ่พลังออกมา วรยุทธ์ขั้นจักพรรดิระดับสี่ปรากฏชัดเจน เขาจ้องมองหลู่เสี่ยวจินกับจ้าวอู่หยางที่อยู่เบื้องหลังด้วยสายตาเย็นชา
“ข้าจะจับตัวเขากลับไปตระกูลหลี่ เจ้าห้ามข้าไม่ได้! เจ้าถอยไปเสีย หากยังดื้อดึงมิตรภาพระหว่างสองตระกูลของพวกเราย่อมต้องแตกหักบาดหมาง”
หลู่เสี่ยวจินพูดอย่างเย็นชาและเผด็จการ “เช่นนั้นเจ้าก็ลองดู!”