ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 998 วันแรกของการงดเว้นกามา
บทที่ 998 วันแรกของการงดเว้นกามา
พี่น้องทั้งหลาย ใครเข้าใจบ้าง?
วันนี้ข้าได้พบกับหญิงสาวผู้หนึ่ง ทำให้ข้ารู้สึกหวั่นไหวอย่างยิ่ง!
เรื่องราวเป็นดังนี้
หญิงสาวผู้มีกลิ่นกายหอมฟุ้ง รูปร่างอ่อนช้อย ริมฝีปากชุ่มชื้นน่าสัมผัส ใบหน้างดงามเป็นที่สุด นางแกล้งยั่วยวนเขา!
แสงอรุณเริ่มสาดส่อง จ้าวอู่เจียงเงยหน้ามองท้องฟ้า เอวปวด หลังเมื่อย ใบหน้าไร้อารมณ์ ไม่มีความหวังในชีวิต
เพื่อป้องกันไม่ให้กู้เหนียนหยวนลื่นไถลไปด้านหลัง เขาจึงต้องรองรับก้นกลมนุ่มของกู้เหนียนหยวนไว้ตลอด
อีกทั้งยังกังวลว่าหากเขาขยับตัวมากเกินไปอาจจะปลุกกู้เหนียนหยวนที่กำลังหลับสบายให้ตื่นขึ้นมา เขาจึงแทบไม่ได้ขยับตัวเลยตลอดทั้งคืน
บัดนี้ฟ้าสางแล้ว ชายหนุ่มร่างกายแข็งแรงเช่นเขาก็เป็นธรรมชาติที่จะเกิดตื่นตัวยามเช้า!
ทำให้เขาทรมานยิ่งก็หญิงสาวในอ้อมกอดของเขากลิ่นหอมหวาน เนื้อคัวนุ่มนิ่มเพียงใดเล่า เขาทรมานมากนัก
แต่เขาก็ยังฝันทน ไม่ขยับเขยื้อน
แม้พลังของเขาจะยืนอยู่บนจุดสูงสุดของโลก แต่ก็ไม่อาจต้านทานการล่มสลายของโลกหรือการรุกรานจากศัตรูภายนอกได้ เขาทำให้ญาติมิตรและสตรีของเขาต้องกังวลใจมาโดยตลอด
กระทั่งเขาสิ้นใจ
ความกังวลพุ่งสู่แล้วกลายเป็นความเศร้าที่ไม่มีวันสิ้นสุด
แต่ตอนนี้เขากลับมาแล้ว
และกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว กำลังก้าวออกจากความสับสน
คราวนี้เขาจะไม่ปล่อยให้สตรีของเขาต้องกังวล และเจ็บปวด เขาจะปกป้องนางให้ดี
นับจากวันนี้ เขาจะก้าวเข้าสู่ขั้นจักรพรรดิ เขาต้องเดินไปสู่ใจกลางดินแดนศักดิ์สิทธิ์เต๋อเหลียน ค้นหาความจริง ค้นหาเมล็ดดอกบัว สร้างร่างกายของตนเอง และทำให้ตัวเองแข็งแกร่งขึ้น
ตอนนี้เขากำลังปกป้องสตรีของเขา ปกป้องการนอนหลับอย่างสบายใจที่นางไม่ได้สัมผัสมานาน
เขาไม่ได้ตั้งใจจะรังแกนาง
เรื่องราวก็เป็นเช่นนี้
กู้เหนียนหยวนลืมตาง่วงงุน ดวงตาเลือนรางอยู่บ้าง ด้านนอกแสงสว่างเริ่มสาดส่อง แต่ภายในห้องยังคงมืดสลัว
พอนางลืมตาเห็นจ้าวอู่เจียงก็ยิ้มหวานให้ แต่ไม่นานก็ขมวดคิ้ว เอียงศีรษะมองไปด้านหลังอย่างสงสัย
เมื่อความรู้สึกและสายตาสอดคล้อง ใบหน้างามของนางก็แดงระเรื่อขึ้น นางเอ่ยเสียงเง้างอนน่าเอ็นดู ก่อนจะซุกใบหน้าลงในอ้อมอกของจ้าวอู่เจียง ด้วยความเขินอายและหวาดหวั่น
ขอเพียงเป็นจ้าวอู่เจียงทุกอย่างก็ได้ทั้งสิ้น
กู้เหนียนหยวนจะเป็นสตรีของจ้าวอู่เจียงตลอดไป แต่นางรอด้วยความเขินอายอยู่พักใหญ่ก็ยังไม่รู้สึกถึงการเคลื่อนไหวต่อไปของจ้าวอู่เจียง นางจึงชะโงกหน้าออกมาอย่างสงสัย เงยหน้าขึ้นเล็กน้อย แล้วเห็นสีหน้าสง่างามของจ้าวอู่เจียง
นางเม้มปากเบา ๆ ในใจเกิดความน้อยใจเล็กน้อย
นางไม่ได้น้อยใจที่จ้าวอู่เจียงมีหญิงงามมากมาย แต่นางน้อยใจที่จ้าวอู่เจียงทะนุถนอมนางและให้เกียรตินาง
จ้าวอู่เจียงกล่าวด้วยสีหน้าดุจพระพุทธรูป ราวกับจะเอ่ยคำว่า…อมิตาภะพุทธะ “สุราและกามาทำให้ร่างกายของข้าอ่อนแอลงแล้ว วันนี้เป็นวันแรกที่ข้าจะงดเว้นกามา”
ไม่ใช่ว่าเขาไม่อยาก แต่เพราะกู้เหนียนหยวนนั่งอยู่บนขาของเขาทั้งคืน ตอนนี้เลยกลายเป็นว่า ขาชาไปหมดแล้ว เขาประคองก้นของกู้เหนียนหยวนไว้ทั้งคืน มือก็เป็นตะคริวไปด้วย ไตอ่อนแรงจากการทำงานหนัก
“แล้วทำไมเจ้าไม่เลิกดื่มสุราเสียเล่า?” กู้เหนียนหยวนผุ้มีใบหน้าที่งดงามและอ่อนโยน บริสุทธิ์และเย้ายวนใจ ยามนี้แก้มแดงระเรื่อ ท่าทางไร้เดียงสา
ช่างหายากนักที่จะพบคนที่เข้าใจกัน!
จ้าวอู่เจียงพยักหน้า กู้เหนียนหยวนเข้าใจเขาจริง ๆ
เมื่อเห็นจ้าวอู่เจียงพยักหน้า กู้เหนียนหยวนก็โอบกอดจ้าวอู่เจียงแล้วพูดอย่างเขินอาย “เหตุใดเจ้ายังไม่ขยับอีกเล่า?”
จ้าวอู่เจียงทำหน้าหงอย ใบหน้าเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง เหมือนว่าเหนียนหยวนก็ไม่ได้เข้าใจเขามากนัก
เขาไม่ขยับ นางก็ไม่ขยับ คนสองคนจะร่วมมือกันเมื่อใด?
“อะวู้ว” (พี่ใหญ่ อาหารเช้าพร้อมแล้ว) เสียงเห่าของเสี่ยวไป๋ดังมาจากนอกประตู ไม่พูดภาษามนุษย์ที่ไม่คล่องแคล่วอีกต่อไป เสี่ยวไป๋ที่เห่าหอนเหมือนหมาป่าช่างคล้ายกับในอดีตเหลือเกิน
เสี่ยวไป๋ที่พูดภาษามนุษย์ได้มีร่างกายใหญ่โตดั่งภูเขา เต็มไปด้วยความน่าเกรงขาม ทำให้จ้าวอู่เจียงรู้สึกแปลก ๆ เสียงของ เสี่ยวไป๋ ทำลายบรรยากาศหวานชื่นระหว่างจ้าวอู่เจียงกับกู้เหนียนหยวน
กู้เหนียนหยวนรีบลุกขึ้นอย่างร้อนรน ใบหน้างามแดงระเรื่อด้วยความอาย จัดแจงผมเผ้าที่ยุ่งเหยิง
จ้าวอู่เจียงก็ลุกขึ้น ร่างกายสั่นเทา รู้สึกราวกับมีมดไต่เต็มตัว โดยเฉพาะที่ขาทั้งสองข้าง เขากระแอมเบา ๆ แล้วกล่าวว่า “ได้”
ด้านนอกประตูเงียบลง คงเป็นเพราะเสี่ยวไป๋ได้รับคำตอบแล้วจึงจากไป
ขณะเดียวกันที่นอกประตู เสี่ยวไป๋ย่องอย่างระมัดระวัง หมาป่าตัวน้อยขี้ขลาดวางอุ้งเท้าบนประตู หรี่ตามองผ่านช่องประตูเข้าไปด้านใน
การตอบสนองของจ้าวอู่เจียงช้าไปหนึ่งลมหายใจ มันรู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง…ข้าต้องดูว่าเกิดอะไรขึ้น