ข้านี่แหละ แม่ของตัวร้าย - บทที่ 2: เด็กน้อยผู้น่าสงสาร
“เจ้าเด็กสารเลวนี่! พูดไม่รู้เรื่องสินะ!” จูอวิ้นเงื้อมือ
ขึ้นสูงหมายจะตบสั่งสอนเจ้าเด็กไม่มีพ่อตรงหน้า ทว่าร่างกาย
กลับถูกบางอย่างพุ่งเข้ามากระแทกอย่างแรง
พลั่ก!
“ว้าย!” จูอวิ้นกรีดร้องด้วยความตกใจ
“อย่าทำลูกข้านะ!” เฉินรั่วซีใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดที่มี ตรง
เข้ามาผลักร่างของหญิงวัยกลางคนร่างท้วมออก กันไม่ให้อีกฝ่าย
ลงไม้ลงมือทำร้ายบุตรชายของตน
“นี่เจ้า!/ท่านแม่” จูอวิ้นและเฉินเฮ่าหลงเอ่ยขึ้นพร้อมกัน
ทว่าหนึ่งคนเอ่ยขึ้นด้วยโทสะ หากแต่อีกคนเอ่ยขึ้นด้วยความดีใจ
เฉินเฮ่าหลงนํ้าตาคลอ เดิมทีท่านแม่ฟื้นขึ้นมาแล้วครั้ง
หนึ่ง ก่อนนางสลบไปอีกครั้ง เขากำลังจะไปขอให้คนที่เรือนใหญ่
ช่วย แม้จะต้องเสี่ยงกับการถูกทุบตีเขาก็ไม่กลัว ขอเพียงคน
เหล่านั้นยอมไปตามหมอมารักษาท่านแม่ ต่อให้ถูกตีเขาก็ยอม
เฉินรั่วซีก้มลงมองเด็กชายที่ใบหน้าสกปรกมอมแมม
มองมายังตนด้วยดวงตาที่เปี่ยมไปด้วยความรัก เฉินรั่วซีไม่เคย
คิดมาก่อนว่าตนจะมีความสำคัญกับใครคนหนึ่งมากถึงเพียงนี้
16 | ข้านี่แหละ แม่ของตัวร้าย
ไม่ว่าวันหน้าเด็กตรงหน้าจะเป็นคนเลวร้ายแค่ไหน ทว่า
เขาในตอนนี้คือผู้บริสุทธิ์คนหนึ่งเท่านั้น และนางจะไม่ยอมให้มี
ใครมารังแกเขาอย่างแน่นอน
“อย่าเข้ามานะ หากเจ้ากล้าทำร้ายข้าและลูกข้า พรุ่งนี้ข้า
จะไปร้องเรียน ป่าวประกาศให้คนรู้กันโดยทั่วว่าเฉินฮูหยินรังแก
ลูกเลี้ยง ให้นางใช้ชีวิตอย่างขัดสนอยู่ท้ายจวน ในขณะที่ตนเอง
เสวยสุขบนกองเงินกองทอง แม้มารดาข้าจะตายจากไปแล้ว แต่ก็
ยังพอมีคนรู้จักนางอยู่บ้าง หากเจ้าไม่เชื่อ ก็ลองรังแกพวกเราแม่
ลูกดูได้เลย ข้าจะได้มีหลักฐานไปประจานนายของเจ้า!” เฉินรั่วซี
เอ่ยด้วยท่าทางขึงขัง แน่นอนว่านางเป็นนักแสดงเจ้าบทบาท
ถึงแม้ตอนนี้จะรู้สึกวิงเวียนศีรษะจนแทบจะพยุงกายยืนไม่ไหว
แต่ก็ยังต้องฝืนข่มขู่สตรีตรงหน้า
จูอวิ้นชะงักไป ท่าทางของเฉินรั่วซีดูเอาจริง ปกติไม่ว่า
ใครจะรังแกบุตรชายของนางอย่างไร นางก็หาได้สนใจไม่ ขอเพียง
ไม่ถึงขั้นทำให้เขาบาดเจ็บปางตาย นางก็มักจะมองไปที่บุตรชาย
ด้วยความเฉยชาเสมอ
ทว่าวันนี้เฉินรั่วซีเกิดเพี้ยนอะไรขึ้นมา จึงได้ออกโรง
ปกป้องเด็กชั้นตํ่าที่ไม่รู้ว่าใครเป็นบิดาผู้นี้
ซือเซียน | 17
“เจ้าไม่กล้าหรอก เจ้าอับอายจะตายที่มีมันเป็นลูก” จู
อวิ้นเอ่ยอย่างรู้จักนิสัยของเฉินรั่วซีดี แม้จะไม่เข้าใจว่าเพราะเหตุ
ใดคนที่รักหน้าตาตัวเองอย่างเฉินรั่วซีจึงไม่ยอมกำจัดมารหัวขนนี่
ไปเสีย ยังคงเก็บมันเอาไว้เป็นตราบาปในชีวิตของนาง
แต่ที่ผ่านมาบุตรสาวคนโตของใต้เท้าเฉินก็เอาแต่หมกตัว
อยู่ท้ายจวน ใช้ชีวิตให้ผ่านเลยไปวันๆคล้ายรอคอยความตาย
ภายหลังที่ใต้เท้าเฉินตายจากไป ความเป็นอยู่ของนางกับลูกก็ยิ่ง
ยํ่าแย่ลง เฉินรั่วซีที่ไม่ได้กินดีอยู่ดี ทั้งต้องทนหนาวจึงได้ล้มป่วย
ลงด้วยโรคเก่าที่นางเป็นหลังจากคลอดบุตร
เจ้าเด็กเหลือขอตรงหน้านี้ วิ่งไปอ้อนวอนนายหญิงของ
ตน ทว่าก็ถูกขับไล่ออกมา ผ่านมาหลายวันหว่านเฉียนคิดว่าแม่
ลูกคงกอดคอกันตายไปแล้ว จึงให้ตนแวะมาดู
ไม่คิดว่าเฉินรั่วซีไม่เพียงไม่ตาย แต่ยังลุกขึ้นมาข่มขู่คน
ได้อีกด้วย
“เจ้าจะลองดูก็ได้ สุนัขที่จนตรอกล้วนทำได้ทุกอย่างอยู่
แล้ว” เฉินรั่วซีเอ่ยเสียงตํ่า ความวิงเวียนเหมือนบ้านจะหมุนทำให้
นางต้องจับไหล่ของเด็กชายที่ยืนอยู่ข้างๆตนเอาไว้แน่น เหงื่อซึม
ขึ้นมาตามกรอบหน้างาม แต่ก็ต้องฝืนอดทนอดกลั้นเอาไว้ ในใจ
18 | ข้านี่แหละ แม่ของตัวร้าย
ได้แต่บอกตนเองให้อดทนอีกสักหน่อย ไล่ยัยป้านิสัยไม่ดีคนนี้ไป
แล้วค่อยว่ากันอีกที
“ข้า…” จูอวิ้นกำลังจะเถียง ทว่ากลับต้องชะงักเพราะ
สายตาของเฉินรั่วซี แม้ใบหน้าของเฉินรั่วซีจะซีดเซียว ทว่ากลับ
มองมาที่จูอวิ้นอย่างคนที่สูงชั้นกว่า ซึ่งสิ่งเหล่านี้ติดตัวนางมา
ตั้งแต่กำเนิดแล้ว
“ไปให้พ้น!” นางเอ่ยอย่างเย็นชา
จูอวิ้นพลันขนลุกซู่ไปทั้งร่าง ก่อนจะถอยห่างออกไป
เล็กน้อย นึกหวาดกลัวสายตาของเฉินรั่วซีขึ้นมาอย่างไม่อาจหัก
ห้าม ก่อนหญิงวัยกลางคนจะรีบสับเท้าเดินจากไปเพื่อไปฟ้อง
นายของตน
“ท่านแม่ ท่านเป็นอย่างไรบ้าง” เฉินเฮ่าหลงเอ่ยถาม
มารดาเสียงสั่นเครือ เฉินรั่วซีก้มลงมองเด็กชายผิวขาว หน้าตาน่า
เอ็นดูแม้จะดูซูบผอมไปบ้างเหมือนคนไม่เคยได้กินอิ่มท้อง แต่ก็ดู
ออกว่าเป็นเด็กหน้าตาดีมาก ในความทรงจำขาดๆเกินๆของเฉิน
รั่วซีคนเก่า ไม่มีเรื่องของบิดาของเด็กคนนี้แม้แต่น้อย มีเพียง
ความคั่งแค้นที่นางมีต่ออดีตคนรักอย่างอู๋เสียนและศัตรูหัวใจ
ซือเซียน | 19
อย่างซู่จินเซียง รวมถึงแม่เลี้ยงตัวร้ายกับบุตรสาวของนางเท่านั้น
ที่พอจะจดจำได้อย่างเลือนรางก็มีแค่…
ปานแดงลักษณะคล้ายรูปดอกบัวที่หัวไหล่ซ้ายของคนผู้
นั้น
แต่นั่นก็หาได้สลักสำคัญไม่ ในเมื่อเจ้าของร่างไม่
อยากจะจดจำ เฉินรั่วซีก็ไม่อยากจะจำเช่นกัน เพราะในสายตา
ของนาง บุรุษนั้นหาดีไม่ได้สักคน
เฉินรั่วซีใช้มือลูบผมเด็กชายตรงหน้าอย่างอ่อนโยน เฉิน
เฮ่าหลงนิ่งอึ้งไป ก่อนนํ้าตาจะคลอดวงตาทั้งสองข้าง
เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่มารดาอ่อนโยนกับเขาเช่นนี้
“ทะ…ท่านแม่ ฮึกๆท่านแม่” เด็กน้อยโผเข้ามากอด
มารดาของตนเอาไว้แน่น หลายวันมานี้เขาคิดว่ามารดาจะตาย
จากไปจริงๆแล้ว
หัวใจของเฉินรั่วซีพลันหนักอึ้ง
ช่างเป็นเด็กน้อยที่น่าสงสารเสียจริง
“ไม่เป็นไรนะ แม่อยู่นี่แล้ว” เฉินรั่วซีบอกกับเด็กชาย ก่อน
ภาพทุกอย่างจะดับมืดไป เสียงสุดท้ายที่นางได้ยินคือเสียงร้อง
ด้วยความตกใจของบุตรชาย
20 | ข้านี่แหละ แม่ของตัวร้าย
“ท่านแม่ ท่านแม่ขอรับ ท่านแม่อย่าทิ้งข้าไปไหนนะขอรับ
ฮึกๆ”
น่าสงสารจัง
สวรรค์ เช่นนั้นหากเขาไม่มีใคร ก็ให้ข้าอยู่ต่อเถอะ ให้ข้า
อยู่ดูแลเขาต่อไป เฉินรั่วซีวอนขอต่อสวรรค์ เป็นครั้งแรกที่มีคน
ต้องการนางมากถึงเพียงนี้
ต้องการความรักจากนางมากถึงเพียงนี้
เช่นนั้นนางก็อยาก…
อยากจะมีชีวิตอยู่ต่อไป
อยู่เพื่อเป็นมารดาที่ดีให้กับเขา
“นางกล้าพูดเช่นนั้นจริงๆหรือ?” หว่านเฉียนเอ่ยถาม
คนสนิทด้วยนํ้าเสียงไม่อยากจะเชื่อนัก
จูอวิ้นที่รีบกลับมาฟ้องผู้เป็นนายพยักหน้ายืนยัน ในขณะ
ที่บุตรสาวคนโตซึ่งเป็นลูกของหว่านเฉียนกับสามีเก่าที่ตายจาก
ไปของตนอย่าง ‘เหยาเหลียนหยาง’ ก็พลันมีสีหน้าไม่พอใจขึ้นมา
ทันที
ซือเซียน | 21
เหยาเหลียนหยางอายุน้อยกว่าเฉินรั่วซีสองปี เพราะอายุ
ที่ห่างกันไม่มาก ทำให้นางมักจะเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับเฉิน
รั่วซีอยู่เสมอ แน่นอนว่าเหยาเหลียนหยางมีใบหน้าละม้ายคล้าย
สามีเก่าของหว่านเฉียน ทำให้นางไม่ได้งดงามเฉิดฉันเท่ามารดา
และยิ่งไม่อาจเทียบกับเฉินรั่วซี ที่นับเป็นยอดหญิงงามของเมืองอู่
จงได้
เพียงแต่เพราะหลายปีมานี้ เฉินรั่วซีแทบไม่เคยย่างเท้า
ออกจากจวน อายุอานามของนางก็มากขึ้น ผู้คนในเมืองจึงแทบ
จะหลงลืมไปแล้วว่าในจวนสกุลเฉินเคยมียอดหญิงงามเลื่องชื่อ
อยู่คนหนึ่ง
ปีนี้เหยาเหลียนหยางอายุสิบเก้าแล้ว ทว่าเพราะหน้าตา
ที่ธรรมดา ทำให้ไม่มีบุรุษตระกูลสูงในเมืองมาสู่ขอไปเป็นภรรยา
ส่วนที่มีเข้ามา ก็ไม่อาจสร้างหน้าตาให้กับเฉินฮูหยินได้ นางจึง
ไม่ได้ยอมให้บุตรสาวแต่งงานออกไป ในใจเฝ้าหวังว่าบุตรสาวจะ
พบบุรุษหนุ่มดีๆซึ่งเป็นลูกหลานของผู้มีฐานะสักคน จัดงาน
แต่งงานที่ยิ่งใหญ่
ทว่าเวลาก็ล่วงเลยผ่านมาถึงสิบเก้าหนาวแล้ว สองแม่ลูก
ก็ยังไม่ได้เข้าใกล้เป้าหมายที่ว่า เพราะถึงแม้เหยาเหลียนหยางจะ
22 | ข้านี่แหละ แม่ของตัวร้าย
อาศัยอยู่ในจวนสกุลเฉิน ทว่านางก็ไม่ได้แซ่เฉินและไม่ใช่เชื้อสาย
ของตระกูลเฉินเหมือนกับน้องชายวัยสิบสองขวบอย่าง ‘เฉิน
โหลว’ อยู่ดี เป็นเพียงแค่กาฝากของตระกูลเท่านั้น
บิดาของนางเป็นเพียงแค่ขุนนางขั้นตํ่า ไม่มีคนรู้จักชื่อแซ่
เสียด้วยซํ้า แตกต่างจากเฉินรั่วซี ที่พื้นเพมาจากตระกูลสูงทั้งบิดา
และมารดา ตระกูลของมารดาอีกฝ่าย อดีตบรรพบุรุษเคยมี
ตำแหน่งเป็นถึงท่านโหว*หากไม่เพราะเฉินรั่วซีทำตัวเอง ต่อให้
นางไม่ได้แต่งกับแม่ทัพอู๋ นางก็ยังมีศักดิ์และฐานะที่สูงส่งกว่าตน
อยู่ดี
เพราะความริษยาและชิงชังบุตรสาวของศัตรูหัวใจ หว่าน
เฉียนจึงได้เกลี้ยกล่อมสามีที่ตอนนั้นสุขภาพก็ไม่ค่อยดีเท่าใดนัก
ให้เฉินรั่วซีแต่งงานกับตาแก่บ้าราคะตงฉาง ทว่านางกลับตั้งครรภ์
ขึ้นมาเสียก่อน ทำให้รอดพ้นตัวไป แต่กระนั้น ก็ยังไม่มีใครรู้ว่า
บิดาของลูกในท้องของเฉินรั่วซีเป็นใคร
บางทีอาจเป็นขอทานหรืออันธพาลข้างถนนสักคน หรือ
อาจจะสักหลายๆคน เพราะคุณหนูใหญ่สกุลเฉินที่ผิดหวังใน
ความรัก หายออกจากจวนไปถึงหนึ่งคืนเต็ม
ซือเซียน | 23
ทว่าต่อให้ใต้เท้าเฉินจะเค้นคอถามแค่ไหน เฉินรั่วซีก็บอก
เพียงว่า
‘ข้าจำหน้าเขาไม่ได้!’
‘นังลูกสารเลว เพียะ!’ เฉินกังตบหน้าบุตรสาวของตน
ด้วยความโกรธจัด ทว่าต่อให้จะถูกทุบตี เฉินรั่วซีก็ยังยืนกรานคำ
เดิมว่านางจำหน้าบุรุษผู้นั้นไม่ได้ นางแค่ต้องการให้มันทำลาย
ความบริสุทธิ์ของนาง เพราะต่อให้นางจะเป็นหญิงสูงศักดิ์แค่ไหน
สุดท้ายก็ไม่อาจเทียบได้กับหญิงชาวบ้านธรรมดาอยู่ดี เฉก
เช่นเดียวกับมารดาที่พ่ายแพ้ให้กับหว่านเฉียน ที่ไม่มีสิ่งใดเทียบ
กับนางได้
เฉินกังโมโหบุตรสาวจนหน้ามืด ก่อนจะให้คนไล่นางไป
อยู่ท้ายจวน ไม่อนุญาตให้นางกลับมาที่เรือนหลังใหญ่อีก
แต่ถึงอย่างไรบุตรสาวก็คือบุตรสาว ก่อนจะตายสามียัง
ได้เขียนพินัยกรรมยกสมบัติจำนวนหนึ่งในเฉินรั่วซี ทว่าเรื่องนี้
หว่านเฉียนเก็บเป็นความลับ ขอเพียงเฉินรั่วซีกับบุตรชายของมัน
ตาย ทรัพย์สมบัติเหล่านั้นก็จะตกมาเป็นของบุตรชายของตน
ทั้งหมด และกลายมาเป็นของนางอีกด้วย
24 | ข้านี่แหละ แม่ของตัวร้าย
ทว่าต่อให้ตนจะไม่ให้คนนำข้าวสารและอาหารไปให้
สองแม่ลูกนั่นก็ไม่ยอมอดตายไปเสียที ยังคงมีชีวิตอยู่มาอีกได้ตั้ง
สองปีหลังจากที่ใต้เท้าเฉินตายจากไป
เมื่อหลายวันก่อน เจ้าเด็กเหลือขอนั่นมาอ้อนวอนขอให้
ตนส่งหมอไปรักษามารดาของมัน แน่นอนว่าหว่านเฉียนอยากให้
เฉินรั่วซีรีบตายๆไปเสีย นางจึงได้ให้คนตีเจ้าเด็กนั่นและไล่มัน
กลับไป วันนี้หว่านเฉียนให้จูอวิ้นไปดูซํ้าว่าลูกเลี้ยงของตนที่
อาการร่อแร่มาหลายเดือนตายแล้วหรือยัง
แต่ไม่คิดว่านอกจากนางจะยังไม่ตายแล้ว ยังกล้าฝาก
คำพูดมาข่มขู่ตนอีก
“ปล่อยไว้ไม่ได้!” หว่านเฉียนเอ่ยด้วยสีหน้าถมึงทึง
“นั่นสิเจ้าคะ หากปล่อยพวกมันแม่ลูกให้นำเรื่องพวกนี้ไป
ฟ้องที่ศาลต้าหลี่ แล้วมีคนมาตรวจสอบข้อเท็จจริงขึ้นมา พวกเรา
จะไม่แย่หรือเจ้าคะ” เหยาเหลียนหยางเห็นด้วยกับมารดา ที่ไม่
ควรปล่อยสองแม่ลูกคู่นั้นให้ลอยนวล
หว่านเฉียนหันมาสบตากับบุตรสาว ก่อนความคิด
บางอย่างจะผุดขึ้นมาในหัว มุมปากงามหยักโค้งขึ้นในทันที
……………………………………………………………………………………………
ซือเซียน | 25
*โหว: เป็นบรรดาศักดิ์รองจากชั้น ‘กง’ ได้รับยศจากการสืบสกุล หรือได้รับพระราชทาน
จากจักรพรรดิ เนื่องจากมีความดีความชอบ ส่วนบรรดาศักดิ์ชั้นรองจากโหว คือ ‘ป๋อ’
‘จื่อ’ และ ‘หนาน’
26 | ข้านี่แหละ แม่ของตัวร้าย