ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ - เล่มที่ 18 บทที่ 525 เหตุการณ์ไม่คาดฝัน
หลินเมิ้งหยากวาดตามองไปรอบๆ ด้วยความสงสัย ก่อนจะกระตุกยิ้มเย็น
ภายในห้องนี้มีเส้นไหมอาบยาพิษนับจำนวนไม่ถ้วน
โชคดีที่มีระบบเซินหนงร้องเตือนเอาไว้
แม้หลินเมิ้งหยาจะมองไม่เห็นเส้นไหมเหล่านั้นอย่างชัดเจน แต่ระบบเซินหนงแสดงรายชื่อยาที่มีกลิ่นฉุนที่สุดออกมา
เพราะเหตุนี้จึงไม่จำเป็นต้องปล่อยให้ใครเฝ้า
แม้ยาพิษบนเส้นไหมเหล่านั้นจะมิได้ส่งผลร้ายแรง แต่หากโดนที่ผิวหนังแล้วล่ะก็จะบวมแดงจนทนไม่ไหวอย่างแน่นอน
ยิ่งไปกว่านั้น เส้นไหมเหล่านี้จะต้องผูกกับกลไกอะไรบางอย่าง แม้คนจะจับไม่ได้ แต่ก็สามารถตรวจสอบได้ง่าย
สมแล้วที่เป็นหอป๋ายเฉา แม้แต่การป้องกันยังแปลกใหม่เช่นนี้
“ช่วยข้าหาแป้งที ถ้าไม่มีแป้ง ใช้ผงยาแทนก็ได้”
มองท่าทางสงบนิ่งของหลินเมิ้งหยา จั่วชิวอวี้และอวี้อันรีบออกค้นหา
มีเพียงหลงเทียนอวี้ที่ยืนอยู่หน้าประตูเพื่อคุ้มกันหลินเมิ้งหยา
ดวงตาคมกริบมองลึกเข้าไป จากการมองเห็นของเขา เขาพอจะมองออกเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
แต่หลินเมิ้งหยารู้ได้อย่างไร?
เมื่อก่อนหลงเทียนอวี้คิดว่าหลินเมิ้งหยาเป็นคนฉลาดเฉลียวและละเอียดรอบคอบ นางสามารถมองเห็นรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่คนอื่นมองไม่เห็นได้
แต่สุดท้ายนางก็มักหาหลักฐานมายืนยันได้เสมอ
ทว่าตอนนี้ดูเหมือนความสามารถของหลินเมิ้งหยาจะพัฒนาขึ้นไปอีกขั้นแล้ว
หัวใจสั่นไหว ดูเหมือนชายาของเขาจะกุมความลับเอาไว้มากมาย
“เมิ้งหยา ข้ามีบางอย่างอยากถามเจ้ามาโดยตลอด”
หลินเมิ้งหยาเอียงคอมองเขา ดวงตากลมโตเปล่งประกายราวหยดน้ำคู่นั้นกะพริบขึ้นลง
อีกฝ่ายขยับเข้าใกล้นาง ดวงตาสีดำขลับจ้องใบหน้านวลนิ่ง
“ตอนแรกข้าคิดว่าชายาของข้ามีความสามารถในการรักษาคนป่วย แต่คิดไม่ถึงเลยว่าสายตาของเจ้าจะดีกว่าคนทั่วไป ข้ารู้สึกแปลกใจแต่ก็ยินดียิ่ง”
หลงเทียนอวี้เอ่ยเสียงเรียบ แต่หัวใจของหลินเมิ้งหยากลับเต้นระรัว
รีบยับยั้งความกระวนกระวายในหัวใจ ก่อนจะเอ่ยตอบเสียงนิ่ง
“จมูกของหม่อมฉันดีกว่าคนทั่วไปเพคะ บนเส้นไหมเหล่านั้นมียาพิษเคลือบเอาไว้ ยิ่งไปกว่านั้นหอป๋ายเฉายังให้ความสำคัญเรื่องนี้ค่อนข้างมาก เช่นนั้นจะปล่อยปละละเลยได้อย่างไร นอกจากพวกเราแล้วก็ยังมีคนจำนวนไม่น้อยสนใจตำแหน่งนี้”
ทุกคนล้วนรู้ดีว่าประสาทการได้กลิ่นของหลินเมิ้งหยาว่องไวกว่าคนทั่วไป ดังนั้นคำกล่าวอ้างของนางย่อมมีเหตุผล
อันที่จริงหลงเทียนอวี้เพียงถามเรื่อยเปื่อยเท่านั้น ทว่าหลินเมิ้งหยากลับรู้สึกร้อนตัวเป็นอย่างยิ่ง
บางทีนางก็พึ่งระบบเซินหนงมากเกินไป
ดังนั้นไม่ว่าจะทำอะไรนางจึงมักใช้ระบบเซินหนงแก้ไขปัญหาเสมอ โดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่านางทำให้คนอื่นสังเกตเห็นถึงความผิดปกติของตน
คำพูดของหลงเทียนอวี้ในวันนี้เหมือนเครื่องเตือนใจว่าหากนางยังทำเช่นนี้ต่อไป สักวันหนึ่งความลับของนางคงถูกเปิดเผย
หัวใจราวกับถูกคลื่นลูกใหญ่ซัดกระหน่ำ
เมื่อถึงเวลานั้นแม้แต่ตำราชิงเจิงผู่ก็อาจมิได้น่าตกตะลึงมากไปกว่าความลับของนาง
อวี้อันและจั่วชิวอวี้ทำงานอย่างรวดเร็ว ไม่นานพวกเขาก็หาผงยาจนเจอ
ของเหล่านี้ล้วนมีแป้งเป็นส่วนประกอบจำนวนมากเพราะต้องการนำมาทำเป็นยาเม็ด
ภายในห้องเก็บยาจึงมีไม่น้อย ดังนั้นจั่วชิวอวี้จึงนำมันมาวางตรงหน้าหลินเมิ้งหยา
“พวกเจ้าถอยไปก่อน ข้าทำเอง”
หลินเมิ้งหยารับผงยาไป ก่อนจะวางไว้ในมือ
“ฮู่…”
พ่นลมหายใจเบาๆ ไม่นานผงยาเหล่านั้นก็ลอยละล่องออกจากฝ่ามือของนางไป
ขณะเดียวกันเส้นไหมที่อยู่ในความมืดก็ถูกผงยาเหล่านั้นเกาะจนปรากฏออกมาให้เห็นอย่างชัดเจน
หากไม่ใช่เพราะไหวพริบของหลินเมิ้งหยาแล้วล่ะก็ คาดว่าป่านนี้พวกเขาคงถูกจับได้เพราะเส้นไหมเหล่านี้ไปแล้ว
เหตุเพราะเส้นไหมเหล่านี้ถูกโยงสะเปะสะปะเต็มพื้นที่
“ซี้ด โชคดีที่เมื่อครู่พวกเรามิได้บุ่มบ่ามเข้าไป”
จั่วชิวอวี้ตบหน้าอกตัวเอง พวกเขาคิดจะเข้ามาก่อความวุ่นวาย หากมีคนเห็นเข้าคงไม่ดีแน่
“แล้วพวกเราจะเข้าไปอย่างไรหรือพ่ะย่ะค่ะ?”
อวี้อันจ้องตาไม่กะพริบ อย่าว่าแต่ปีนป่ายเข้าไปเลย แม้เขาจะสามารถแปลงกายเป็นงูได้แต่ก็คงถูกพบตัวอยู่ดี
หลินเมิ้งหยาเองก็คิดเห็นเช่นเดียวกัน
ยักไหล่ จากนั้นพวกเขาทั้งสามจึงหันไปมองหลงเทียนอวี้
หัวคิ้วขมวดแน่น หลงเทียนอวี้เงยหน้าขึ้นก่อนจะเอ่ยออกมา
“บางทีอาจผ่านเข้าไปทางหลังคาได้”
หลินเมิ้งหยาส่งสายตาดูแคลนไปให้คนบ้าบิ่นแต่มากฝีมืออย่างเขา
ที่นี่คงมีเพียงเขาแล้วที่สามารถทำได้
แต่หลงเทียนอวี้ไม่รู้เรื่องยาสมุนไพรเลยแม้แต่น้อย ต่อให้เขาเข้าไปได้ก็เปล่าประโยชน์
ดังนั้นสายตาของพวกเขาทั้งสามจึงฉายแววผิดหวัง
“แค่ก แค่ก ความจริงที่นี่มีกลไกอยู่”
กระแอมออกมาเล็กน้อย หลงเทียนอวี้เก็บรอยยิ้มของตนเอง
เมื่อเขาเอ่ยเตือนเช่นนี้ หลินเมิ้งหยาจึงนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้
ใช่แล้ว แม้คนของหอป๋ายเฉาจะไม่ใช่หมอทั้งหมด แต่ถึงกระนั้นพวกเขาก็ไร้ซึ่งวิทยายุทธ์
หรือพวกเขาจะเอากรรไกรมาตัดทุกวัน?
ไม่เพียงยุ่งยาก ซ้ำยังดูไม่ใกล้ความจริงเลยแม้แต่น้อย
“เมิ้งหยา จมูกของเจ้าดีที่สุด เช่นนั้นเจ้าบอกข้าได้หรือไม่ว่าขอบประตูทั้งซ้ายและขวาไม่มีพิษใช่หรือไม่?”
หลงเทียนอวี้เพ่งสมาธิเข้าไปภายใน หลินเมิ้งหยาพยักหน้าลง จากนั้นระบบเซินหนงจึงเริ่มทำงาน แม้ว่าภายนอกนางจะแสดงท่าทางเหมือนคนกำลังสูดอากาศเพื่อดมกลิ่น
สุดท้ายนางจึงได้ผลสรุปออกมา มองไปยังจุดที่หลินเมิ้งหยาชี้ แต่หลงเทียนอวี้กลับไม่ขยับ
“เป็นอะไรไป? มีปัญหาตรงไหนหรือเพคะ?”
หลินเมิ้งหยาหันไปมองหลงเทียนอวี้ การวิเคราะห์ของนางไม่มีวันผิดพลาด
เหตุที่หลงเทียนอวี้สงสัยเช่นนี้จะต้องเป็นเพราะเขามองบางอย่างที่ประตูออกอย่างแน่นอน
“ทั้งสองจุดนี้จะต้องมีบางส่วนที่เป็นของจริงและของปลอม มิเช่นนั้นคนที่ฉลาดจะต้องรู้ได้อย่างแน่นอนว่าเส้นไหมเหล่านี้มีกลไกบางอย่างควบคุมเอาไว้ ข้าคิดว่าหากพวกเราทำผิดพลาด บางทีอาจจะต้องเจอเข้ากับปัญหาใหญ่”
หลงเทียนอวี้เงียบไปอยู่นานก่อนจะยื่นมือของตัวเองออกไป
สุดท้ายเขาเลือกทางฝั่งซ้ายมือ
ลูกคลำกำแพงช้าๆ ก่อนที่นิ้วมือจะสัมผัสได้กับอะไรบางอย่าง
กดลงอย่างไม่ลังเล คนที่เหลือทั้งสามเบิ่งตาโตมองด้วยความหวัง
เวลาผ่านไปราวสามวินาที แต่หลินเมิ้งหยารู้สึกว่ามันช่างนานเหลือเกิน
นางจ้องเข้าไปโดยไม่กระพริบตา แต่ทว่าไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น
หรือจะทำผิด?
“หลบเร็ว!”
ลางสังหรณ์ร้องเตือนหลงเทียนอวี้ ทว่ายังไม่ทันที่พวกเขาจะตั้งตัวทัน พื้นก็เกิดเสียงดังตึง
หลินเมิ้งหยารู้สึกได้ว่าพื้นดินกำลังสั่นไหว หลังจากนั้นราวกับร่างกายไร้แรงโน้มถ่วง พวกเขาตกลงไปยังด้านล่าง
“ตึง” เสียงดังขึ้น หลินเมิ้งหยารู้สึกว่าก้นใกล้จะหักเต็มที
ความเจ็บปวดเกือบทำให้น้ำตาของนางไหลพราก
แต่เมื่อได้ยินเสียงของคนอื่นๆ ร่วงลงพื้น คาดว่าพวกเขาเองก็คงรู้สึกไม่ต่างกับนาง
หลินเมิ้งหยาเลิกสนใจบั้นท้ายของตัวเอง นางรีบร้องเรียกคนอื่นๆ
“เป็นอย่างไรบ้าง สบายดีหรือไม่?”
ท่ามกลางความมืด นางยื่นมือออกไป ตอนนี้พื้นด้านบนกลับมาสเชื่อมต่อกันเหมือนเดิมแล้ว
สิ่งแรกที่หลินเมิ้งหยาคิดได้ก็คือ…พวกนางถูกขังแล้ว
“ไม่เป็นไร เจ้ารออยู่ที่นั่นก่อน อย่าขยับ ข้าจะเดินไปหาเจ้า”
ท่ามกลางความมืด เสียงทุ้มต่ำของหลงเทียนอวี้ทำให้จิตใจของนางสงบลง
หลินเมิ้งหยายืนนิ่งอยู่กับที่ ก่อนที่มือหนาที่แสนคุ้นเคยจะยื่นเข้ามาจับมือของนาง นางไม่ลังเลเลยที่จะคว้าแขนของเขาเข้ามากอด
“ข้าอยู่นี่ ไม่ต้องกลัว”
ความรู้สึกหวาดกลัวในหัวใจมลายหายไปในทันที
ทุกที่ที่มีเขาอยู่ นางมักรู้สึกปลอดภัยเสมอ
“แชะ” อยู่ๆ ประกายไฟก็ปรากฏขึ้นท่ามกลางความมืด
เมื่อเปลวไฟหยุดนิ่งแล้ว แสงไฟสะท้อนออกมาเป็นแสงสว่างท่ามกลางความมืดมิด
จั่วชิวอวี้และอวี้อันขยับเข้ามาหาหลินเมิ้งหยา
“ที่นี่คงเป็นคุกของหอป๋ายเฉา”
คำพูดของจั่วชิวอวี้ทำให้หลินเมิ้งหยาพยักหน้าลง
พวกเขาคิดไม่ถึงเลยว่าเพียงแค่กดปุ่มผิดจะต้องเจอกับเรื่องใหญ่ถึงเพียงนี้
หากเป็นเช่นนี้พวกเขาคงเลือกที่จะโหวกเหวกโวยวายอยู่ด้านนอก เพราะอย่างน้อยก็ยังมีโอกาสหนี
“ตอนนี้จะทำอย่างไร? ดูเหมือนพวกเราจะออกไปไม่ได้แล้วพ่ะย่ะค่ะ”
อวี้อันกลืนน้ำลาย สีหน้าเหมือนคนกำลังจะร้องไห้
หลินเมิ้งหยาขยับตัวเข้าหาวงแขนของหลงเทียนอวี้ นางรู้สึกกระสับกระส่ายไม่น้อย
“กลิ่นอะไร?”
กลิ่นบางอย่างลอยเตะจมูก พวกเขาไม่อาจบอกได้ว่ากลิ่นนั้นหอมหรือเหม็นกันแน่
หลินเมิ้งหยามองไฟในมือของอวี้อัน แม้มันจะถูกจุด แต่พวกเขากลับไม่รู้สึกแน่นหน้าอก
นั่นเท่ากับว่าที่นี่มีลมพัดผ่าน เมื่อได้ยินคำพูดของหลินเมิ้งหยา หลงเทียนอวี้และจั่วชิวอวี้เองต่างก็สูดลมหายใจลึกๆ กลิ่นที่ไม่ชัดเจนนี้ส่งความรู้สึกคุ้นเคยอย่างน่าประหลาด
“นี่มัน…น้ำมันของหญ้าเติงหลง”
อวี้อันร้องออกมาด้วยความยินดี
หญ้าเติงหลง? หลินเมิ้งหยาจึงนึกขึ้นมาได้ว่ามันคือพืชที่ค่อนข้างพิเศษ
คุณลักษณะคล้ายกับน้ำมันพืช สามารถสกัดออกมาทำกับข้าวและจุดไฟได้