ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ - เล่มที่ 18 บทที่ 531 รวมตัวกันในต่างแดน
พูดจบ มือสีขาวเนียนละเอียดคู่นั้นพลันตวัดพลิ้วไหว
ดอกเสาเย่าดอกหนึ่งเบ่งบานอยู่ในมือของเขา
“ข้านำมาให้เจ้า สวยหรือไม่?”
กลิ่นหอมอ่อนๆ ลอยเตะจมูก หลินเมิ้งหยาเบิกตากว้าง ขณะเดียวกันดอกเสาเย่าก็ถูกทัดไว้ที่เส้นผมของนางแล้ว
“เจ้าจิ้งจอกเจ้าเล่ห์! ตกลงเจ้าหายไปอยู่ที่ไหนมา!”
มือทั้งสองข้างคว้าเข้าที่คอเสื้อของเขา ก่อนจะฝังร่างลงในวงแขนซูบผอมของอีกฝ่าย ขมุบขมิบปากส่งเสียงเล็ดรอดออกจากไรฟัน
เจ้าจิ้งจอกบ้านี่หายไปโดยไม่ร่ำลา เขาไม่แม้แต่จะบอกนางว่าเขาหายไปอยู่ที่ไหน
แต่ราวกับว่ามีเขาคอยปกป้องนางอยู่ทุกหนทุกแห่ง เขามิต่างอันใดจากพี่ชายที่แสนดี
แม้นางจะเห็นเขาเป็นพี่ชายเหมือนหลินหนานเซิง แต่ชิงหูอยู่ข้างกายนางทุกคืนวัน เขาปกป้องนางราวกับอัญมณีล้ำค่า
ดังนั้นความรู้สึกเสมือนพี่น้องที่มีให้กับเขาจึงยิ่งลึกซึ้งมากขึ้น
“ชิ ดอกไม้ดอกนี้งดงามเกินไปแล้ว ไม่เหมาะกับเจ้าเด็กน้อยของข้า พอเจ้าใส่แล้วมิต่างอันใดจากพวกแม่สื่อแม่ชักดาษดื่นเหล่านั้น”
ยังคงพูดจาหาสาระมิได้เหมือนเคย หัวใจหลินเมิ้งหยาเปี่ยมโทสะ นางออกแรงหยิกหน้าอกของเขาทีหนึ่ง
“ไอหยา ไอหยา ไอหยา เจ้าเด็กน้อย ข้าไม่น่าถ่อมาหาเจ้าที่นี่เลย ยังพูดกันไม่ถึงสามคำเจ้าก็ทำร้ายข้าเสียแล้ว”
แม้ใบหน้าจะบิดเบี้ยว แต่ชิงหูกลับไม่ดันร่างหลินเมิ้งหยาออก
โอบนางเอาไว้เบาๆ มือหนาลูบเส้นผมสีดำขลับของนาง
ได้รับความอบอุ่นไม่ถึงครึ่งนาที หลินเมิ้งหยาพลันเงยหน้า ก่อนจะขยำคอเสื้อของเขาพร้อมทั้งเค้นถามเสียงเข้ม
“ตกลงเจ้าหายไปอยู่ที่ไหนมา! แม้จะมีชีวิตอยู่ก็ไม่ได้พบหน้า ต่อให้ตายก็คงไม่พบศพ เจ้ารู้หรือไม่ว่าคนที่บ้านเป็นห่วงเจ้ามากขนาดไหน!”
ขนตาเรียวยาวยังคงมีหยดน้ำตาเกาะกุม ทว่าท่าทางกลับเหมือนผีทวงแค้นอย่างไรอย่างนั้น
ชิงหูทำได้เพียงยอมรับความผิด ใบหน้าเปื้อนยิ้มน้อยๆ เขากลัวว่าเจ้าเด็กน้อยในอ้อมกอดจะหยิกเขาซ้ำเป็นหนที่สอง
“ไอหยา ไอหยา ไม่ว่าจะพูดอย่างไรพวกเราก็ได้มารวมตัวกันในต่างแดนแล้ว เหตุใดเจ้าจึงดุร้ายเช่นนี้เล่า เจ้าคิดถึงข้าใช่หรือไม่? พวกสาวใช้ทั้งสี่กับเจ้าสองตัวนั้นก็คิดถึงข้าใช ช่หรือไม่?”
เมื่อได้เห็นใบหน้าซุกซนระคนเจ้าเล่ห์ของชิงหูอีกครั้ง หลินเมิ้งหยาจ้องเขาด้วยดวงตาคมกริบประหนึ่งใบมีด
ทนมองต่อไปไม่ไหวแล้ว ชิงหูถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะเก็บรอยยิ้มซุกซนของตนเอง
“เจ้าเด็กน้อย เจ้าไม่ควรมาที่นี่เลย เจ้ามิควรแหวกว่ายในน้ำขุ่นแห่งนี้ เชื่อข้าสักครั้ง ตอนนี้เจ้ากับหลงเทียนอวี้จงกลับไปเสียเถิด หากช้ากว่านี้ข้าเกรงว่าแม้แต่เขาเองก็คงไม ม่อาจช่วยเจ้าได้แล้ว”
ชิงหูไม่เคยหลอกลวงนางมาก่อน หลินเมิ้งหยารู้ดี
บางคำถามเขาไม่อาจตอบได้ สุดท้ายแล้วจึงพูดเพียงอ้อมๆ แต่ถึงกระนั้นก็ทำให้นางกังวลใจไม่น้อย
ทว่าในเมื่อเขาเอ่ยเช่นนี้แล้ว เกรงว่าเรื่องที่เกิดขึ้นที่นี่จะต้องร้ายแรงอย่างที่เขาพูด
ถ้าหากแม้แต่หลงเทียนอวี้เองก็ไม่อาจช่วยนางได้ เช่นนั้นจะน่ากลัวมากเพียงใดกันเล่า?
หัวคิ้วขมวดมุ่น มือคลายออกจากคอเสื้อของชิงหู
ชิงหูมิได้สนใจเสื้อผ้าราคาแพงบนร่างกายตนเองเลยแม้แต่น้อย เขาทรุดตัวลงนั่งที่ฝั่งซ้ายมือของนาง ก่อนจะยื่นมือออกไปตรวจอาการที่แขนซ้ายของอีกฝ่ายเบาๆ
“โชคดีที่แขนของเจ้ารักษาหายแล้ว มิเช่นนั้นข้าจะฆ่าเขาอย่างแน่นอน”
ร่องรอยของความอำมหิตวาดผ่านดวงตาของเขา
บังอาจทำร้ายเจ้าเด็กน้อยของเขา เขาไม่มีวันปล่อยคนเหล่านั้นเอาไว้แน่!
หลินเมิ้งหยาจับสังเกตบางอย่างจากน้ำเสียงของชิงหูได้ นางหันหน้าไปมองเขา ก่อนจะพบว่าชิงหูสวมใส่ชุดผ้าไหมหยุนจิน
ผ้าไหมหยุนจินในต้าจิ้นล้วนเป็นของที่ได้รับเป็นเครื่องบรรณาการ
ผ้าหนึ่งผืนมีราคาไม่ต่ำกว่าหนึ่งร้อยตำลึงทอง ยิ่งไปกว่านั้นยังเป็นของที่ใช้ในราชวงศ์ ดังนั้นจึงหาได้ยากยิ่ง
เมื่อได้เห็นสีหน้าตกตะลึงของนาง ใบหน้าของชิงหูเผยความโศกเศร้าออกมา
“เจ้าเด็กน้อย ข้า…ข้ากลับไปเดินบนเส้นทางเก่าแล้ว เจ้า…เจ้าไม่โกรธข้าใช่หรือไม่?”
น้ำเสียงของเขามีความลังเลอยู่หลายส่วน ทว่าสายตายังคงเปี่ยมไปด้วยความน่าเอ็นดูจนผู้อื่นอดนึกสงสารไม่ได้
แต่อยู่ๆ หลินเมิ้งหยาก็มีโทสะขึ้นมา
“ใครกัน! ใครบังคับให้เจ้าต้องทำเช่นนั้น! บังอาจมายุ่งกับคนของข้า! พวกเขาไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วใช่หรือไม่!”
แววตาของชิงหูแฝงไว้ซึ่งความประหลาดใจ ก่อนที่เขาจะยิ้มแกนๆ
เขารู้อยู่แล้วว่าหลินเมิ้งหยาจะต้องไม่รังเกียจเขา
ยื่นมือกดร่างนางให้นั่งลงบนเก้าอี้ มองใบหน้าแดงก่ำเพราะความโมโหของนาง มุมปากหยักยิ้มน้อยๆ
“ไม่มีใครบังคับข้าทั้งนั้น แต่สักวันหนึ่งเจ้าจะต้องต่อสู้กับพวกเขา ฉะนั้นข้าจึงเข้าไปเป็นคนสอดแนมให้เจ้าก่อนอย่างไรเล่า”
หลินเมิ้งหยาระงับโทสะในหัวใจ มองชิงหูในชุดสีแดงดั่งเปลวเพลิง
ไม่ได้เจอกันนาน เขาซูบผอมลงมาก
“ข้าไม่ต้องการให้เจ้าเข้าไปเป็นคนสอดแนม คราวนี้เจ้ากลับไปด้วยกันกับข้าเถิด เสี่ยวอวี้จากไปแล้ว ชั่วชีวิตนี้คงได้เจอกันเพียงไม่กี่ครั้ง ข้าไม่อยากให้เจ้าต้องเป็นเช่นนั้น”
หลินเมิ้งหยารู้สึกขุ่นข้องหมองใจไม่น้อย แม้ชิงหูจะไม่พูด แต่นางรู้ว่าเหตุที่เขากลับมาในคราวนี้ก็เพราะนาง
มือกำเข้าหากันแน่น เป็นนางที่ไร้ประโยชน์
หากนางสามารถควบคุมทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกได้ ชิงหูและเสี่ยวอวี้คงไม่ต้องจากไป
“เจ้าเด็กโง่ ข้าไม่อาจอยู่เป็นเพื่อนเจ้าทุกคืนวันได้ บางวันข้าก็ต้องปลอมตัวเป็นสตรี บางวันข้าก็ต้องต่อยตีกับเจ้าหน้ากากผีนั่นอย่างนั้นหรือ? เชื่อข้าสักครั้งเถิด จงอย่าไ ได้ดึงตัวเองเข้ามายุ่งกับเรื่องนี้เลย มิเช่นนั้นเจ้าจะตกอยู่ในอันตราย”
มองชิงหูที่พยายามเกลี้ยกล่อมโน้มน้าวตนเอง หลินเมิ้งหยากลับส่ายหน้า มุมปากหยักยิ้มเย็น
“ข้ายังจากไปตอนนี้ไม่ได้ เจ้าคิดหรือว่าหากข้าไปตอนนี้ พวกเขาจะปล่อยข้าไป? ตำราชิงเจิงผู่อยู่ในมือของข้า ต่อให้ข้าหนีไปไกลสุดหล้า แต่พวกเขาก็ไม่มีทางปล่อยข้าไปอย่างแน่นอน น”
เมื่อได้ยินคำพูดของหลินเมิ้งหยา ชิงหูชะงักงัน
นัยน์ตาฉายแววตื่นเต้นอยู่หลายส่วน หลินเมิ้งหยาเหลือบมอง ก่อนจะกระตุกยิ้มน้อยๆ
“เจ้ารู้?”
หลินเมิ้งหยาหลุบตาเพื่อเก็บแสงประกายในดวงตาของตนเอง
“ไม่เพียงแค่เจ้าหรือหลงเทียนอวี้ แม้กระทั่งพวกจั่วชิวอวี้ก็ด้วย ทุกคนล้วนอยากปิดบังข้ากันทั้งนั้น อันที่จริงข้าเดาเอาไว้แล้วว่าพวกเขาต้องการเพียงตำราชิงเจิงผู่ในมือของข้า า ไม่ว่าเจ้าก็ดีหรือพวกคนในหอป๋ายเฉาก็ได้ บนโลกใบนี้คงมีเพียงข้าที่รู้เนื้อหาในตำราชิงเจิงผู่แล้ว เจ้าคิดหรือว่าคนที่อยู่เบื้องหลังเจ้าคนนั้นจะปล่อยข้าไป?”
ชิงหูยิ้มไม่ออก เขาส่ายหน้าเบาๆ ตอนแรกเขาคิดว่าตัวเองปิดบังได้เป็นอย่างดีแล้ว แต่คิดไม่ถึงเลยว่าหลินเมิ้งหยาจะมองทุกอย่างออกทั้งหมด
“ต่อให้เขาไม่ปล่อยเจ้าไป ข้าก็ไม่มีวันยินยอมให้เขาทำร้ายเจ้าได้ แต่ตอนนี้เจ้ายังมีอำนาจไม่มากพอ หากเจ้าคิดอยากจะหนีรอดจากเงื้อมมือของเขา เช่นนั้นเจ้าต้องกลายเป็นผู้ยิ่งใหญ่”
ชิงหูมิได้มีเจตนาทำให้นางตื่นตระหนกหรือพยายามโน้มน้าวให้หลินเมิ้งหยาหนีไปจากที่นี่
จากความสามารถของเขาในเวลานี้ เขาก็เป็นเพียงสุนัขตัวหนึ่งในมือของคนผู้นั้น
แม้หลินเมิ้งหยาจะมีฐานะค่อนข้างพิเศษ แต่ตอนนี้นางหาใช่คู่ต่อสู้ของคนผู้นั้น บางทีบนโลกใบนี้คงไม่มีผู้ใดสามารถเป็นคู่ต่อสู้ของเขาได้
“เจ้าพูดถูกแล้ว ตอนนี้ข้าอาจมีความสามารถไม่มากพอที่จะกำจัดเขา แต่ชิงหู ข้าคิดบางสิ่งได้นานแล้ว หากคิดจะตัดรากถอนโคนคนผู้นั้น ข้าย่อมเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุด”
หลินเมิ้งหยาลุกขึ้น แม้ใบหน้าของนางจะเลือนรางท่ามกลางแสงจันทร์ ทว่าแผ่นหลังเหยียดตรงของนางกลับทำให้หัวใจของชิงหูเต้นระรัว
บางทีเจ้าเด็กน้อยอาจพูดถูกแล้ว
มุมปากหยักยกขึ้น
“ดี ข้าจะรอวันนั้น เจ้าเด็กน้อยดูแลตัวเองด้วย”
มือหนาวางลงบนศีรษะของนางแล้วลูบเบาๆ
แม้จะไม่อยากแยกจาก แม้ถ้อยคำจะท่วมท้นอยู่ในใจเป็นพันคำ แต่ตอนนี้เขาจำเป็นต้องจากไป
“เจ้าจิ้งจอกเจ้าเล่ห์ จงฟังข้าให้ดี ข้าไม่สนใจว่าคนที่อยู่เบื้องหลังเจ้าจะเก่งกาจโหดเหี้ยมอำมหิตมากเพียงไหน เจ้าจะต้องมีชีวิตอยู่ต่อไป หากเจ้าบังอาจตายไปก่อนแล้วล่ะก็ ต่อให้ ข้าต้องลงไปในนรก ข้าก็จะฉุดเจ้ากลับมาให้ได้!”
แผ่นหลังเหยียดตรงในชุดสีแดงดั่งเพลิงชะงักงันชั่วขณะ ก่อนจะหายไปจากแนวสายตาของหลินเมิ้งหยา
ทิ้งไว้เพียงดอกเสาเย่าบนศีรษะของนางเท่านั้น
จะต้องมีชีวิตอยู่ต่อให้ได้นะ!
จับดอกเสาเย่าเบาๆ หลินเมิ้งหยาตกอยู่ในภวังค์
อวี้อันเป็นคนมอบนกหวีดอันนี้ให้นางหลังจากกลับมาจากด้านนอก
แม้สภาพจิตใจของชิงหูจะดูไม่เลว แต่ใบหน้าของเขาซีดเซียวกว่าแต่ก่อนมาก
ไม่ต้องตรวจอาการหลินเมิ้งหยาก็รู้ได้ว่าพิษที่เขาพยายามขจัดออกไปในครั้งก่อนบัดนี้กลับมากัดเซาะร่างกายของเขาอีกหนแล้ว
แม้ของสิ่งนั้นจะทำให้ความสามารถและจิตใจของผู้ใช้งานสูงขึ้น แต่สิ่งที่ต้องแลกมาคือความตายที่ใกล้เข้ามาเร็วขึ้นเช่นเดียวกัน
ไตร่ตรองอยู่ครู่หนึ่ง ชิงหูที่หักหลังคนผู้นั้นมาหนหนึ่งแล้ว เมื่อกลับไปในขุมนรกแห่งนั้นอีกครั้ง เขาจะต้องทุกข์ทรมานอย่างยิ่งเป็นแน่
แต่เจ้าบ้านั่นกลับไม่ยอมปริปากบอกนางราวกับว่าเขาขังปากเอาไว้ในตู้นิรภัย
การมาของเขาในคราวนี้คงมิใช่เพียงเพื่อมาเตือนนางเท่านั้น
“ใครมาหรือ?”
เสียงของหลงเทียนอวี้ดังขึ้นที่ด้านนอก หลินเมิ้งหยาหมุนตัวกลับไปพร้อมทั้งชูดอกเสาเย่าขึ้น
“ชิงหูเพคะ เมื่อครู่เขามาหาหม่อมฉัน”
หลงเทียนอวี้ผงกศีรษะลง มิได้รู้สึกตกใจในการมาของชิงหู
“ตอนนี้เขากำลังเผชิญหน้ากับอันตราย เจ้าบอกให้เขาระวังตัวด้วย พวกคนที่อยู่เบื้องหลังเขามิใช่คนที่จะสามารถรับมือด้วยได้ง่ายๆ”
ไตร่ตรองอยู่ครู่หนึ่ง หลงเทียนอวี้จึงเอ่ยเสียงขรึม
หลินเมิ้งหยามองเขา กลีบปากอ้าออกด้วยความประหลาดใจ
“ขนาดหม่อมฉันยังไม่รู้เลยว่าคนที่อยู่เบื้องหลังเขาเป็นใคร หลงเทียนอวี้ ตกลงพระองค์ปกปิดหม่อมฉันกี่เรื่องกันแน่?”
ถอนหายใจ หลงเทียนอวี้มองดวงตาเปล่งประกายงดงามคู่นั้นด้วยสายตารู้สึกผิด
“ข้าเองก็เพิ่งรู้เมื่อไม่นานมานี้ แต่ข้าก็รู้เพียงว่าอีกฝ่ายมิใช่คนที่สามารถรับมือด้วยได้ง่ายๆ ยิ่งไปกว่านั้นยังไม่อาจสืบอะไรได้อีก แต่มีเรื่องหนึ่งที่ข้ามั่นใจ ไม่ว่า คนที่โจมตีพวกเราระหว่างทางหรือหอนางโลมที่หงอวี้เคยทำงานด้วย แม้แต่พวกหญิงสาวที่เย่ไปสืบความมาได้ก็ล้วนแล้วแต่เกี่ยวข้องกับคนที่อยู่เบื้องหลังชิงหูด้วยกันทั้งสิ้น”