ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ - เล่มที่ 19 บทที่ 545 นายท่านผู้ลึกลับ
มองท่าทางยินยอมพร้อมใจสละชีวิตของหงอวี้ ซู่เหมยเหยียดยิ้มเย็น
“ดี ในเมื่อพี่สาวในสายเลือดของข้าอยู่ฝ่ายคนนอก เช่นนั้นข้าจะเก็บเจ้าเอาไว้ทำไม ! ลงมือ ข้าจะเป็นผู้อธิบายเรื่องนี้กับนายท่านเอง”
เห็นลูกน้องมีท่าทางลังเล ซู่เหมยจึงเอ่ยด้วยน้ำเสียงอำมหิต
ในสายตาของนาง บัดนี้ไม่หลงเหลือความเป็นพี่น้องอีกต่อไปแล้ว
“ขอรับ”
แม้หงอวี้จะเป็นนาย แต่ถึงกระนั้นนางมิได้มีตำแหน่งสูงกว่าซู่เหมย
คนเหล่านั้นไม่ต่างอันใดจากปีศาจร้าย พวกเขาพุ่งเข้าไปในห้องของหงอวี้
มองร่างซูบผอมที่กำลังกำบังตนเองไว้อย่างมิกลัวเกรงของหงอวี้ หลินเมิ้งหยารู้สึกเสียดายยิ่งนัก
แม้นางจะเป็นเพียงนางโลมต่ำต้อย แต่หัวใจของนางยิ่งใหญ่มิด้อยไปกว่าผู้ใด
ตบบ่าหงอวี้ นางไม่แปลกใจเลยที่ร่างของอีกฝ่ายจะกำลังสั่นเทา
มีใครมิกลัวตายบ้าง
“อย่ากลัวไปเลย พวกเขาฆ่าข้าไม่ได้หรอก ข้าชื่อหลินเมิ้งหยา หากพวกเจ้ารีบแจ้งนายท่านของพวกเจ้าในเวลานี้ ไม่ว่าใครก็จะได้ตบรางวัลอย่างงาม”
มองเหล่าปีศาจร้ายตรงหน้าด้วยสีหน้าราบเรียบ หลินเมิ้งหยามิเกรงกลัวเลยแม้แต่น้อย
แม้ซู่เหมยจะอยากกำจัดนาง แต่น่าเสียดาย วันนี้นางไม่อาจสมปรารถนาได้
ทุกคนลังเลอยู่ครู่หนึ่ง อย่างอื่นไม่ต้องพูดถึง ทว่าใบหน้าเรียวเล็กรูปไข่ที่ถูกเช็ดจนสะอาดสะอ้านนั้นมีความคุ้นตาอย่างบอกไม่ถูก
ในคฤหาสน์หลังนี้มีหญิงสาวอยู่หลายคนที่มีใบหน้าละม้ายคล้ายคลึงกับสตรีตรงหน้า เช่นนั้นจะไม่ให้พวกเขาลังเลได้อย่างไร
“อย่าไปฟังคำพูดไร้สาระของนาง ! นางเพียงแค่ประวิงเวลาเท่านั้น หากพวกเจ้าฆ่านาง เช่นนั้นข้าจะรายงานนายท่านให้มอบรางวัลให้แก่พวกเจ้า !”
ซู่เหมยกระตุ้นพวกเขา เหตุเพราะกลัวว่าคำพูดของหลินเมิ้งหยาจะทำให้พวกเขาสับสน
ทว่ายิ่งนางร้อนใจ เหล่าบ่าวรับใช้ก็ยิ่งสับสนเพราะเกรงว่าเรื่องราวจะไม่ง่ายดายอย่างที่เห็น
“เหตุใดเจ้าต้องบีบบังคับพวกเขาด้วยเล่า ? ซู่เหมย เจ้าคิดจะฆ่าข้าแล้วโยนความผิดให้กับลูกน้องเหล่านี้ใช่หรือไม่ ? นายท่านของพวกเจ้าอุตส่าห์พยายามตามล่าหาตัวคนที่มีใบหน้าคล้ายคล ลึงกับข้า เจ้าไม่นึกฉงนบ้างหรือว่าเพราะอะไร ? หากวันนี้เจ้าฆ่าข้า ข้ากล้าเทหมดหน้าตักเลยว่านายท่านของเจ้าจะต้องโกรธเกรี้ยวเป็นอย่างยิ่ง บางทีเจ้าอาจรับผิดชอบไม่ไหวเสียด้วยซ้ ำ เช่นนั้นแล้วเจ้ายังจะลงมืออีกหรือ ?”
ยิ่งหลินเมิ้งหยามั่นใจ ซู่เหมยก็ยิ่งร้อนรน
เพราะเหตุใดทุกครั้งที่อยู่ต่อหน้าทุกคน นางจึงต้องพ่ายแพ้ให้กับสตรีผู้นี้เสมอ !
ไม่ได้ ! แม้วันนี้จะทำให้นายท่านโกรธ แต่นางจะกำจัดนางผู้หญิงแพศยาคนนี้ให้พ้นทาง !
“หากพวกเจ้าไม่ทำ เช่นนั้นข้าจะทำเอง !”
พวกลูกน้องหยุดชะงักอยู่กับที่แล้ว แม้ซู่เหมยจะมีตำแหน่งสูง แต่ก็มิได้สูงถึงขั้นที่จะสามารถออกคำสั่งบังคับพวกเขาได้
ยิ่งไปกว่านั้นสิ่งที่ผู้หญิงคนนั้นพูดก็มีเหตุผล หากพวกเขาต้องทำให้นายท่านขุ่นเคืองเพราะหญิงบ้าคนนี้ เกรงว่าจะมิเป็นการดีแน่
ซู่เหมยสูญสิ้นสติแล้ว ครู่ต่อมานางคว้ามีดที่ถืออยู่ในมือของคนรับใช้แล้วปรี่เข้าหาหลินเมิ้งหยา
หงอวี้เตรียมตัวเตรียมใจน้อมรับความตายแล้ว ดังนั้นนางจึงพุ่งเข้าหาซู่เหมย
ทว่าหลินเมิ้งหยาจะยอมปล่อยให้ชีวิตบริสุทธิ์ต้องตายได้อย่างไร นางรีบโอบร่างหงอวี้ไว้แล้วกระโดดหลบไปอีกฝั่งหนึ่ง
อาซิ่วที่อยู่ด้านหลังตัวเบาราวนกนางแอ่น นางที่เตรียมตัวอยู่ก่อนหน้านั้นแล้วรีบเอี้ยวตัวหลบ ซู่เหมยจึงพุ่งตัวเข้าหาความว่างเปล่า
“ฉึบ” เสียงมีดเสียบเข้ากับเสาเตียง
ซู่เหมยที่โจมตีไม่สำเร็จเกลียดหลินเมิ้งหยาเข้ากระดูกดำ นางเหวี่ยงมีดกลับมาอีกครั้ง
หลินเมิ้งหยารีบคว้ามือหงอวี้แล้วพุ่งตัวเข้าไปอยู่ท่ามกลางกลุ่มคน
ส่วนซู่เหมยเหวี่ยงมีดสะเปะสะปะโดยไม่สนใจผู้อื่น
ห้องที่เคยเป็นระเบียบเรียบร้อยพลันมีเสียงร้องเอะอะเพราะความตื่นตระหนก
พวกคนรับใช้คิดไม่ถึงเลยว่าซู่เหมยจะฟันผู้อื่นโดยไม่สนใจว่าเป็นมิตรหรือศัตรู
ดังนั้นทุกคนจึงรีบหนีออกจากห้องเพราะไม่อยากได้รับบาดเจ็บ
แต่คิดไม่ถึงเลยว่าคนที่อยู่หน้าประตูจะเบียดเสียดยัดเยียดกันประหนึ่งสายน้ำที่กำลังรอวันระบาย
อีกทั้งหลินเมิ้งหยาและหงอวี้ยังพยายามแทรกกายเข้ามาอยู่ตรงกลางกลุ่มคน ดังนั้นดวงตาสีแดงก่ำของซู่เหมยจึงเบิกกว้าง ลูกน้องสองคนหนีไม่พ้นจึงถูกนางฟันจนได้รับบาดเจ็บ
เลือดสีแดงสดสาดกระเซ็นกระทบใบหน้าขาวซีดของซู่เหมย
แต่เพราะโทสะเอ่อล้น เช่นนั้นนางจะสนใจความงามของตนเองในเวลานี้ได้อย่างไร
เวลานี้นางมิต่างอันใดจากปีศาจร้ายจากนรก
“ทุกคนรีบหนีเร็ว ! นางเสียสติไปแล้ว ! นางจะฆ่าพวกเราทุกคน !”
เหลือบมองสหายที่ล้มลงไปกองกับพื้นของตนเอง พวกคนรับใช้ที่เคยจงรักภักดีกับซู่เหมยพลันตระหนักรู้แล้วว่านางเพียงแค่ต้องการใช้ประโยชน์จากพวกเขาเท่านั้น มิเช่นนั้นนางจะลงมืออย่ างโหดเหี้ยมกับสหายของพวกเขาเช่นนี้ได้อย่างไร
ด้วยเหตุนี้สีหน้าของคนที่เหลือจึงเผยความอำมหิต
คนที่ยังมีชีวิตอยู่ในคฤหาสน์หลังนี้ได้จะยอมปล่อยให้ตัวเองถูกรังแกกระนั้นหรือ ?
ดังนั้นคนที่มีฝีมือจึงอ้อมไปทางด้านหลังซู่เหมย
ทว่าแม้ซู่เหมยจะไร้ซึ่งวิทยายุทธ์ แต่หากไม่ทันระวังก็อาจถูกคมมีดของนางที่กำลังฟาดฟันอย่างบ้าคลั่งได้
ฉะนั้นพวกเขาจึงไม่สามารถเข้าใกล้นางได้
“รีบไปตามคนมา แม่นางคนนี้เสียสติไปแล้ว”
คนรับใช้ที่หนีรอดออกไปได้แล้วได้ยินเสียงตะโกนของสหายตนเอง ดังนั้นพวกเขาจึงรีบตะเกียกตะกายลุกขึ้นไปร้องขอความช่วยเหลือ
ขณะเดียวกันพวกหลินเมิ้งหยาเองก็หลุดออกจากห้องนั้นได้แล้ว
บังเอิญเวลานี้ไม่มีใครสนใจพวกนางแล้ว หลินเมิ้งหยาไม่ลังเลเลยที่จะคิดจะพาหงอวี้และอาซิ่วหนีออกไปจากที่นี่
แต่คิดไม่ถึงเลยว่ายังไม่ทันจะถึงประตู ปลายดาบคมกริบพลันยื่นเข้ามาจ่อลำคอของนาง
ยังไม่ทันที่จะออกแรงตวัดดาบ เส้นผมสีดำขลับของนางที่สะบัดไปโดนก็ขาดร่วงออกจากกัน
สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่าดาบเล่มนี้พร้อมจะเอาชีวิตของนางทุกเมื่อ
“ชายาอวี้ ในเมื่อมาแล้ว เหตุใดจึงรีบร้อนจากไปเล่า ?”
น้ำเสียงคุ้นหูพลันดังขึ้น จากนั้นชายใบหน้าเย็นชาในชุดสีดำพลันปรากฏตัวขึ้น ในมือของเขาถือดาบเล่มนั้นอยู่
หลินเมิ้งหยากลับมองไปยังด้านหลังของอีกฝ่าย ใบหน้าหล่อเหลาสง่างามอ่อนโยนไร้ซึ่งพิษภัย เขาสวมใส่ชุดสีฟ้าหรูหราเรียบร้อย
ขณะเดียวกันอีกฝ่ายกำลังหยักยิ้มมองตนเอง
“มิได้เจอกันนาน ชายาอวี้สบายดีหรือไม่ ?”
นอกจากอาซิ่วแล้ว หลินเมิ้งหยาและหงอวี้ล้วนเก็บอาการตื่นตะลึงเอาไว้ไม่อยู่
ชายคนนี้….เขาคือเจ้าของหุยชุนฟางที่ปล่อยนางไปในคราวก่อน !
เขามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร ?
“คาดว่าชายาอวี้จะต้องประหลาดใจอย่างแน่นอนว่าเหตุใดข้าน้อยจึงมาอยู่ที่นี่ เช่นนั้นชายาอวี้อยู่ที่นี่ต่ออีกสักสองวันจะเป็นไร ? ข้าน้อยจะได้ไขข้อข้องใจของพระชายา หานหลิง จงเ เชิญพระชายาเสด็จเถิด”
“ขอรับนายท่าน”
ชายในชุดดำรีบเก็บดาบพร้อมทั้งตอบรับคำสั่ง
พวกหลินเมิ้งหยาไม่กล้าเล่นตุกติก เหตุเพราะสายตาเย็นชาของชายชุดดำกำลังจับจ้องพวกนางอยู่ นางมั่นใจว่าหากพวกนางกล้าทำอะไรมิควรแล้วล่ะก็ เกรงว่าศีรษะของพวกนางจะต้องหล ลุดออกจากบ่าอย่างแน่นอน
หากต้องเสี่ยงตาย เช่นนั้นเตรียมวางแผนซ้อนแผนมิดีกว่าหรือ ?
แต่ไหนแต่ไรหลินเมิ้งหยามิใช่แข็งมาแข็งกลับ ในเมื่อนางได้มาเจอคนรู้จักที่นี่ เช่นนั้นรอดูท่าทีสักหน่อยดีกว่าว่าเขาต้องการจะขายอะไรให้
“เชิญ”
หานหลิงเอ่ยเพียงคำเดียวด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น
หลังจากหญิงสาวทั้งสามสบตากันแล้ว พวกนางตัดสินใจเดินตามหลังเขาไป
หลินเมิ้งหยาหันกลับไปมองชายที่อยู่ด้านหลัง
แม้นางจะรู้ว่าเจ้าของหุยชุนฟางมิใช่คนธรรมดา แต่นางก็ไม่นึกไม่ฝันว่าจะได้เจอเขาที่นี่
รีบดึงแขนเสื้อของหงอวี้เข้าหาตัวพลางกระซิบถาม
“เจ้าเคยเห็นเขาที่นี่หรือไม่ ?”
หงอวี้รู้สึกหวาดกลัวอยู่หลายส่วน นางหันหลังกลับไปดูนายท่าน ก่อนจะส่ายหน้า
แปลกจริงเชียว หรือนายท่านที่ซู่เหมยกล่าวถึงจะเป็นเขาคนนี้ ?
หากเป็นเช่นนั้น เหตุใดคราวนั้นเขาจึงยอมปล่อยนางไปเล่า ?
คำถามผุดขึ้นในหัวของหลินเมิ้งหยามากมาย
ดูเหมือนคงต้องรอให้เขาเป็นผู้อธิบายเรื่องนี้แก่นางแล้ว
หานหลิงพาพวกนางมาส่งที่เรือนเล็กที่เงียบสงบหลังหนึ่ง เปิดประตูใหญ่ออก จากนั้นจึงส่งสายตาคมกริบเป็นสัญญาณบอกให้พวกนางเข้าไปอยู่เงียบๆ
กดร่างของอาซิ่วที่กำลังแสดงท่าทางฮึดฮัดขัดใจเอาไว้ นางรู้ดีว่าอาซิ่วมีแมลงพิษและยาพิษจำนวนไม่น้อย
เพียงแต่ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาเผยไพ่ตายออกมา
ห้องหับสะอาดสะอ้าน พวกหลินเมิ้งหยานั่งลงที่โต๊ะกลม
“ปัง” เสียงดังขึ้น หานหลังปิดประตูห้องจนสนิท
ดูเหมือนเขาจะเตรียมตัวเป็นเทพเจ้าทวารบาลแล้ว
โชคดีที่หลินเมิ้งหยาไม่รู้สึกกลัว หากนางไม่มีแผนสำรอง เช่นนั้นนางจะกล้าเข้ามาที่นี่ได้อย่างไร
ทว่าก่อนที่นางจะหนีไป นางจะต้องสืบให้แน่ใจก่อนว่าที่นี่มีไว้เพื่อการใดกันแน่
“เฮ้อ จวิ้นจู่ ข้าขออภัยท่านจริงๆ ข้าคิดไม่ถึงเลยว่าซู่เหมยจะเปลี่ยนไปเช่นนี้”
นานกว่าหงอวี้จะเอ่ยปาก นางมองทางหลินเมิ้งหยาด้วยสายตารู้สึกผิด
เดิมทีนางคิดว่าซู่เหมยเป็นเพียงเด็กสาวเจ้าอารมณ์เท่านั้น
แม้จะเห็นกับตาตัวเองว่านางอาบน้ำที่เต็มไปด้วยโลหิต แต่ถึงกระนั้นก็ยังมิวายโกหกตัวเองว่านางถูกล่อลวง
แต่วันนี้นางเห็นทุกอย่างอย่างชัดเจนแล้ว ซู่เหมยสูญสิ้นสติไปแล้วจริงๆ
หยักยิ้มขมขื่นพลางส่ายหน้า นางเกือบจะฆ่าตนเองแล้ว
“เรื่องนี้โทษเจ้าไม่ได้ ทั้งหมดล้วนเกิดจากการกระทำของนาง หงอวี้ ข้ารู้ว่าเจ้ายังไม่อาจยอมรับความจริงได้ แต่ข้าหวังว่าเจ้าจะหนีไปด้วยกันกับข้า”
หลินเมิ้งหยาไตร่ตรองเรื่องนี้อย่างถี่ถ้วนแล้ว ดังนั้นจึงเอ่ยขึ้นมา
เมื่อก่อนหงอวี้ได้รับตราบาปเพียงแค่ร่างกาย เช่นนั้นนางจึงยังสามารถเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้
ทว่าตอนนี้นางได้รับความเจ็บปวดทั้งกายและใจ ต่อให้มีโอกาส นางก็ไม่มีวันเริ่มต้นชีวิตใหม่อย่างสงบสุขได้อีกหนแล้ว