ข้ามเวลามาเป็นภรรยาของสามีขาพิการ ตระกูลหาน - ตอนที่ 108 ดินแดนระดับสูง
ตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมาเยว่ฉีและสามีใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการฝึกปราณ
ถึงจะขึ้นมาเป็นผู้ฝึกปราณขั้นปรมาจารย์ และนักหลอมโอสถขั้นเก้าแล้ว พวก
เขาก็ไม่เคยหย่อนยานการฝึกฝน
และความพยายามตลอดช่วงที่ผ่านมาก็เห็นผล ในที่สุดหานลั่วอี้ก็ก้าว
ขึ้นมาเป็นผู้ฝึกปราณขั้นเซียนระดับต้น เยว่ฉีกลายเป็นนักหลอมโอสถขั้น
ปรมาจารย์แล้ว
“ภรรยาเก่งมาก” ชายหนุ่มเอ่ยชมหลังคนนั่งบนเตียงลืมตาขึ้นจากสมาธิ
สายตางดงามมองมาพร้อมรอยยิ้มพิมพ์ใจ หานลั่วอี้หยัดตัวลุกขึ้น ก้าวเดิน
เข้าไปใกล้
“เป็นเช่นไรบ้าง” เอ่ยถามพร้อมฝ่ามือแนบบนแก้มเนียน
คนถูกถามเงยหน้าขึ้นมอง เผยยิ้มเล็กน้อย
“รู้สึกดีมาก พลังปราณและพลังจิตเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิมถึงสี่เท่า ข้าเข้าใจ
แล้วว่าเหตุใดผู้ฝึกปราณมากมายถึงได้ต้องการแข็งแกร่งขึ้น”
ตอนเลื่อนขั้นจากขั้นหนึ่งมาขั้นสอง หรือขั้นแปดมาขั้นเก้า พลังเพิ่มขึ้นมาก
เหมือนกันก็จริง แต่เมื่อเทียบกับขั้นเก้ามาขั้นปรมาจารย์พลังที่เพิ่มขึ้นมากลับ
เทียบเท่าพลังขั้นเก้าสี่คนรวมกัน
“ดีแล้ว” ชายหนุ่มตอบพร้อมโน้มหน้าเข้าไปใกล้
เยว่ฉีไม่ปฏิเสธการกระทำสนิทสนม สองแขนยกขึ้นโอบรอบคอสามี ยืดตัว
ขึ้นแนบริมฝีปากเข้าด้วยกัน
คนด้านบนโน้มตัวลงดันร่างเพรียวบางลงบนเตียง ฝ่ามือหนาเปลี่ยนมา
ประคองท้ายทอยภรรยา ในขณะที่มือหนึ่งสัมผัสเอวคอด
ร่างกายเล็กกว่าถูกทาบทับใต้อาณัติ พร้อมริมฝีปากที่บดเบียดลงมา รสจูบ
หานลั่วอี้กังวานนับวันยิ่งช่ำชอง เขารู้ว่าควรทำเช่นไรให้นางเคลิ้มไหวมากที่สุด
ลิ้นร้อนสอดแทรกเข้ามาเกี่ยวกระวัดลิ้นอ่อนนุ่มภายในโพรงปาก ดูดดึง
หนัก ๆ พาให้รู้สึกปวดแปลบ ทว่ากลับเป็นการกระทำที่ชวนให้ร่างกายเสียว
กระสัน จนเผลอร้องครางออกมา
หานลั่วอี้ยังคงช่วงชิงริมฝีปากของนางไม่ละห่างไปไหน จูบครั้งนี้เต็มไปด้วย
ความเร่าร้อนทว่านุ่มนวล
นานหลายอึดใจจวบจนลมหายใจสุดท้ายแทบหมดลง ริมฝีปากหนาถึงยอม
ผละห่าง
ดวงตางดงามหยาดเยิ้มเต็มไปด้วยความกระสันอยาก รู้สึกได้ถึงความชื้น
แฉะบริเวณส่วนล่างทั้งที่ยังไม่ถูกสัมผัส
“ภรรยา เกือบเดือนแล้วที่ข้าไม่ได้สัมผัสเจ้า ข้าขอได้หรือไม่” น้ำเสียง
กระเส่าติดแหบพร่าดังขึ้นข้างหู ลมหายใจร้อนเป่ารินรดจุดอ่อนไหว ส่งผลให้
ร่างกายสั่นไหวเพราะความเสียวซ่าน
เยว่ฉีเงยหน้าสบตาสามี ริมฝีปากบวมเจ่อเม้มเข้ากันแน่นพยักหน้าตกลง
ทั้งที่เป็นคนเอ่ยห้าม ขอร้องให้เขารอจนนางอายุสิบแปดปี แต่ตนกลับผิด
คำพูด เรียกร้องและต้องการสัมผัสอ่อนหวานจากอีกฝ่าย
หานลั่วอี้ได้รับอนุญาตแล้ว ริมฝีปากร้อนจึงทาบทับแนบชิดริมฝีปากอวบ
อิ่มอีกครั้ง ครั้งนี้เขาเริ่มจากดูดเม้มปลายลิ้นและริมฝีปากอย่างนุ่มนวลก่อนจะ
ไล่ลงไปขบเม้มริมฝีปากล่าง ใช้ฟันขบกัดเบา ๆ เยว่ฉีเกร็งกระตุกบริเวณท้อง
รู้สึกวูบไหว ร่างกายสั่นสะท้านเพราะความเสียวซ่าน
คนใต้ร่างส่งเสียงครางหวานคลอเคล้าไปกับเสียงหายใจหอบหนัก สองมือ
ซึ่งโอบกอดลำคอสามีเปลี่ยนมาสอดแทรกเข้าไปในกลุ่มผม ดึงรั้งศีรษะให้คลอ
เคลียที่ซอกคอ
ก๊อก ก๊อก
“ฉีเอ๋อร์อยู่ด้านในหรือไม่? อีกไม่กี่เฟินจะออกจากช่องเคลื่อนย้ายแล้ว น้อง
ต้องการออกมานั่งรอด้านนอกหรือไม่” เสียงนอกห้องส่งผลให้คนบนเตียง
หยุดชะงัก
อารมณ์ที่ถูกสร้างขึ้นพลันหดกลับลงไปแทบไม่ทัน
หญิงสาวบนเตียงดันหน้าอกสามีออกห่าง ใบหน้าแดงระเรื่อเมื่อเผลอคิดไป
ว่าตนกำลังทำเรื่องใกล้ชิดทั้งที่ยังอยู่บนเรือ
“ลั่วอี้พวกเราต้องออกไปแล้ว” คนถูกขัดจังหวะถึงกับไม่รู้ว่าต้องแสดงสี
หน้าออกไปเช่นไร ก้มหน้ามองภรรยา ก่อนจะหลุบตาลงมากลางกาย
ส่วนนั้นซึ่งถูกปลุกขึ้นมายังคงเต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวา เยว่ฉีหลุบตามอง
ตาม มองหานลั่วอี้น้อยกระตุกอยู่ใต้เนื้อผ้า
“ท่านพี่น้องขอเวลาชั่วครู่แล้วจะตามไปเจ้าค่ะ”
“เช่นนั้นพี่ไปรอเจ้าด้านบน” เสียงเท้าก้าวห่างออกไปแล้ว เยว่ฉีขยับตัวลง
ไปด้านล่าง แหวกผ้านำสิ่งนั้นออกมาด้านนอก
ใบหน้างดงามยื่นเข้าหาแก่นกายชูชัน แลบลิ้นออกมาเลียวนรอบส่วนหัว
ก่อนจะกลืนเข้าไปในจนสุด
หานลั่วอี้อยู่ด้านบนชันแขนทั้งสองข้างกับเตียง สองเข่าแนบกับเตียง หลุบ
สายตามองภรรยาที่กำลังใช้ปากให้
ส่วนอ่อนไหวถูกริมฝีปากอ่อนนุ่มครอบครองเข้าไปจนหมด เยว่ฉีขยับศีรษะ
ขึ้นลง ใช้ลิ้นเกี่ยวกระวัดวนรอบแก่นกาย พยายามไม่ให้ฟันครูดแก่นกายสามี
ศีรษะขยับขึ้นลงเป็นจังหวะในขณะที่มือข้างหนึ่งยื่นมาเคล้นคลึงถุงกลม
ด้านล่างอย่างนุ่มนวล
คนถูกปรนเปรอส่งเสียงครางต่ำในลำคอ ช่องท้องรู้สึกเกร็ง ชายหนุ่มเชิด
หน้าขึ้นซูดปากเพราะความเสียวซ่าน ก่อนจะหลุบตามองภรรยาที่ตั้งใจขยับ
ปากทำให้ด้วยความรู้สึกหลากหลาย ในใจเกิดความรู้สึกบางอย่างขึ้นมา
“ภรรยาข้าขอโทษ” สิ้นเสียง ฝ่ามือหนาเลื่อนลงมาประคองท้ายทอย
พร้อมบั้นท้ายที่ขยับขึ้นลงสอดใส่เข้าไปในปากอุ่นร้อนจนสุด
เยว่ฉีรู้สึกอึดอัด พยายามอ้าปากกว้างปล่อยให้เขาได้เป็นฝ่ายควบคุม
จังหวะ ส่วนแข็งขืนถูกสอดลึกเข้าไปภายในลำคอ รู้สึกแสบร้อนจนน้ำตาเล็ด
แต่คนด้านบนกลับไม่มีทีท่าว่าจะหยุดขยับ
ไม่นานหลังผ่านความสุขสมมาพอสมควร แก่นกายของเขาพลันเกร็ง
กระตุก หานลั่วอี้ขยับแก่นกายเข้าออกโพรงปากนุ่มอีกสองสามครั้ง ก่อน
กระแทกเข้ามาจนสุดโคนกดแช่ค้างในปากปลดปล่อยน้ำรักออกมา
“อื้อออ!!” เสียงประท้วงดังขึ้นด้านล่าง สองมือทุบหน้าขาสามีระรัว
หานลั่วอี้รีบถอดของสงวนออกมา พลันได้ยินเสียงสำลักไอตามมาทีหลัง เขา
หลุบตามองดึงภรรยาที่ไอไม่หยุดขึ้นมาส่งเสียงขอโทษขอโพยยกใหญ่
“ภรรยาข้าขออภัย ในปากเจ้ารู้สึกดีมากเกินไป ขะ…ข้าจึง” เขารู้สึกผิดจริง
แต่ก็ไม่ปฏิเสธว่า แก่นกายที่ขยับเข้าออกในปากภรรยานั้นรู้สึกดี
เยว่ฉียกมือขึ้นเช็ดน้ำกามซึ่งหลงเหลืออยู่บนริมฝีปาก ดวงตาแดงก่ำเงย
หน้าสบสายตารู้สึกผิดของเขา
“อ๊ะ แค่ก ๆ!! ข้าไม่เป็นไร ท่านพึงพอใจก็พอแล้ว” นางไม่ถือสาที่เขาปล่อย
เข้ามาในปาก
แม้จะรู้สึกอึดอัดและเจ็บแสบในลำคอเล็กน้อยก็ตาม
“เตรียมตัวออกไปด้านนอกเถิด” ชายหนุ่มพยักหน้าตกลง แต่ไม่วายรีบ
ก้าวลงจากเตียงเทน้ำใส่ถ้วย ใช้พลังปราณทำให้น้ำอุ่นขึ้นก่อนจะยื่นมาทาง
ภรรยา
“เจ้าอาจจะรู้สึกไม่ดีอยู่บ้าง ดื่มน้ำสักนิดดีหรือไม่?”
ที่นางไม่ถือสาการกระทำของเขา เพราะชื่นชอบช่วงเวลาที่เขาเอาใจใส่หลัง
ทุกอย่างจบลง
บางทีข้าอาจจะเสียสติไปแล้วถึงได้ชื่นชอบอะไรแบบนี้
เยว่ฉีเผยยิ้ม ยื่นมือสั่น ๆ ไปรับน้ำมาดื่มลงคอ น้ำอุ่นกำลังพอดีช่วยให้
ความรู้สึกไม่สบายคอลดน้อยลง
“เจ้ารู้สึกดีขึ้นแล้วใช่หรือไม่?”
“ข้าไม่เป็นอันใดแล้ว”
ร่างกายอ่อนเพลียเล็กน้อยรู้สึกดีขึ้น หลังได้นั่งพักและดื่มน้ำเข้าไป จากนั้น
ทั้งสองคนก็จัดแจงเสื้อผ้าก้าวออกจากห้องไปสมทบกับคนอื่น ๆ
บนระเบียงเรือ สองมือเรียวสวยจับราวกั้นแน่น สองตาจดจ้องภาพตรงหน้า
รอคอยให้ช่องทางเคลื่อนย้ายเปิดออก
ดวงตาคาดหวังเปล่งประกายระยิบระยับเมื่อแสงสว่างทอประกายเข้าสู่
สายตา ไม่นานแสงแดดอบอุ่นก็อาบชโลมไปทั่วร่างพร้อมสายลมเย็นสบายพัด
ผ่าน
เยว่ฉีหรี่ตาลงเล็กน้อยเพราะแสงสว่าง หลังเรือทั้งลำโผล่ออกมานอก
เส้นทางเคลื่อนย้าย เสียงร้องกังวานของสัตว์ร้ายพลันสะท้อนเข้าหู
แว๊ก!!!
เมื่อดวงตาปรับเข้ากับแสงสว่างได้ ทิวทัศน์ที่เห็นตรงหน้าทำเอานางตก
ตะลึง
พื้นที่กว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา รอบตัวเต็มไปด้วยสัตว์อสูรบินว่อนไปมาเต็ม
ไปหมด ท้องฟ้าที่เคยคิดว่าอยู่สูงกลับใกล้เพียงเอื้อมมือ ก้อนหิน หมู่เกาะ ภูเขา
ล่องลอยอยู่กลางอากาศ ก้อนเมฆสีขาวเข้ากันได้ดีกับพื้นที่สีเขียว รากไม้ชอน
ไชออกมานอกเกาะทิ้งตัวลงด้านล่าง
ภาพตรงหน้าไม่ต่างจากสรวงสวรรค์ ชวนให้ผู้คนหลงใหล
เยว่ฉีกวาดตามองโดยรอบ บนพื้นที่เกาะเกาะหนึ่งมองเห็นคนเดินไปมา
พูดคุยกันดูสนุกสนาน รอบกายมีสัตว์อสูรบินจากเกาะหนึ่งไปยังอีกเกาะหนึ่ง
นอกจากเดินทางโดยสัตว์อสูรแล้ว หลายคนยังเดินทางด้วยเรือลอยฟ้า
และการเหาะเหิน
“ดินแดนระดับสูงไม่ได้ตั้งอยู่บนพื้นดิน ทำให้การเดินทางไปยังสถานที่ต่าง
ๆ ต้องใช้สัตว์อสูร หรือไม่ก็เรือลอยฟ้าเช่นตอนนี้” หมิงเทียนหลินขยับมายืน
ข้างกายน้องสาว อธิบายความเป็นอยู่ของคนในดินแดนนี้ให้ฟัง สายตาเหลือบ
มองความรู้สึกตื่นตาตื่นใจซึ่งสะท้อนอยู่ในนัยน์ตางดงาม
เยว่ฉียังคงจับจ้องผู้คนที่บินไปมา สถานที่แห่งนี้เคยคิดว่าคงมีแต่ในนิยาย
พอได้มาเห็นกับตาทำเอาแทบไม่อยากละสายตาไปไหน อยากมองความละลาน
ตาตรงหน้าไปอีกนาน
แต่ความคิดก็เป็นได้แค่ความคิด นางยังมีอีกหลายสิ่งที่อยากจะทำหลัง
มาถึงดินแดนระดับสูง
หมิงเทียนหลินส่ายหัวยิ้ม ๆ ให้คนที่ยังไม่ละความสนใจจากภาพตรงหน้า
เอ่ยสั่งคนดูแลเรือ บังคับเรือไปยังปลายทาง