ข้ามเวลามาเป็นภรรยาของสามีขาพิการ ตระกูลหาน - ตอนที่ 107 เดินทางสู่ดินแดนระดับสูง
หลังจากวันนั้นเวลาก็ล่วงเลยผ่านมานานหลายเดือน ไก่น้อยถูกเลี้ยงดู
ร่วมกับหานลั่วซาน ภายใต้การดูแลของสองสามีภรรยาตระกูลเสินนับวัน
เด็กชายตัวน้อยก็ยิ่งเป็นที่ชื่นชอบและได้รับความเอ็นดู รวมถึงได้รับความรัก
อย่างล้นหลาม
วันนั้นหลังรับรู้ว่าสัตว์อสูรของหานลั่วซานเป็นถึงสัตว์อสูรสายเลือดจอม
อสูร เยว่ฉีก็ได้มอบหยกวิญญาณ ศิลาวิญญาณ โอสถ และหญ้าวิญญาณที่
จำเป็นต่อการฝึกฝนให้เด็กชายตัวน้อยเก็บไว้
หานลั่วซานที่นางรู้จักครั้งแรกกับหานลั่วซานตอนนี้ยังคงเป็นเด็กน้อย
น่ารักยิ้มแย้มเช่นเดิม ส่วนที่แตกต่างมีเพียงความรับผิดชอบและความนึกคิดที่
ดูโตขึ้นกว่าเดิมหลายส่วน ทำเอาเยว่ฉีพึงพอใจในตัวน้องชายสามีคนนี้มาก
เด็กน้อยกำลังเติบโตขึ้นอย่างงดงามภายใต้ผู้ใหญ่ที่พร้อมมอบความรักให้
ภายในเรือนนอนซึ่งถูกทิ้งร้างมานาน บนเตียงนอนหลังใหญ่ บุรุษหนุ่มผู้
หนึ่งนอนตะแคงข้าง เท้าใบหน้าบนหลังมือจ้องมองภรรยาที่นอนหลับสนิท ลม
หายใจเข้าออกสม่ำเสมออยู่ข้างกาย
สายตาอบอุ่นพิจารณาใบหน้างดงาม แพขนตางอนยาว ริมฝีปากบวมเจ่อ
จากบทรักหอมหวานที่เกิดขึ้นเมื่อคืน ลาดไหล่ขาวเนียนละเอียดถูกแต่งแต้ม
ด้วยรอยจ้ำสีเลือด ซึ่งโผล่พ้นผ้าห่มออกมา
คนที่หลับสนิทไม่รับรู้ถึงการจ้องมองของอีกฝ่าย ร่างกายอรชรขยับตัวเข้า
หาความอบอุ่นจากคนข้างกาย โอบล้อมเอวสอบพร้อมซุกไซ้ใบหน้าเข้าหาอก
แกร่ง
หานลั่วอี้หลุบสายตามอง มุมปากหยักขึ้นเป็นรอยยิ้ม
ความอบอุ่นที่เกิดขึ้นเมื่อคืนคงทำให้ภรรยารู้สึกเมื่อยล้าไม่น้อย คนที่ปกติ
มักจะตื่นแต่เช้ามืดตอนนี้กลับนอนขี้เซาบนเตียงไม่มีทีท่าว่าจะลืมตาตื่น
หากไม่ใช่ว่าวันนี้ต้องออกเดินทาง เขาก็อยากจะปล่อยให้ภรรยานอน
พักผ่อนตามต้องการ
ชายหนุ่มโน้มตัวเข้าใกล้ ก้มลงจูบแก้มใสด้วยความรู้สึกมันเขี้ยว คนถูก
รบกวนส่งเสียงอื้ออึงในลำคอขยับหนีจากสัมผัสน่ารำคาญ
“อื้อออ”
หานลั่วอี้หลุดยิ้มขำ เอ่ยเสียงแหบพร่าข้างใบหู “ภรรยาตื่นได้แล้ว”
คนขี้เซายังคงไร้ปฏิกิริยาตอบรับ ทั้งยังไม่มีทีท่าว่าจะตื่นขึ้นมา หานลั่วอี้จึง
ส่งเสียงเรียกอีกครั้ง ครั้งนี้ชายหนุ่มไม่ได้ทำเพียงเอ่ยเรียก
ริมฝีปากอิ่มก้มลงงับหูภรรยาเบา ๆ ทีหนึ่งก่อนจะแลบลิ้นออกมาเลีย คลอ
เคลียจุดอ่อนไหวไม่ห่าง
“อ๊ะ!! อื้ออ มะ..ไม่เอาแล้ว” เสียงครางหวานทำเอาส่วนสงวนกลางกาย
ขยายตัว
ร่างกายเพรียวระหงขยับหนีสัมผัสจากสามีแต่กลับทำให้ร่างกายทั้งคู่บด
เบียดเข้าหากัน
เยว่ฉีสัมผัสได้ถึงความผิดปกติ พยายามเปิดเปลือกตาหนักอึ้งมองส่วนนั้น
ก่อนจะเห็นว่าภายใต้ผ้าเนื้อดีมีบางอย่างกำลังกระตุกอยู่
ฝ่ามือเรียวสวยยื่นลงไปสัมผัส ปลดเปลื้องผ้าส่วนนั้นออก เผยให้เห็นความ
ใหญ่โตที่กระตุก ๆ ส่วนปลายปริ่มน้ำสีข้นออกมา
ใบหน้าบูดบึ้งเงยมองคนตรงหน้า เอ่ยเสียงเนือย “ทั้งที่เมื่อคืนทำข้าล้าไป
ทั้งตัว ผ่านมาไม่นานก็กลับมาแข็งแรงอีกแล้ว”
วาจาเง้างอนเอ่ยตัดพ้อ แตกต่างจากมือเรียวที่โอบส่วนแข็งขืนเอาไว้พร้อม
ขยับขึ้นลง
หานลั่วอี้สูดหายใจเข้าปอด อดกลั้นความรู้สึกต้องการอยากจับพลิกภรรยา
แล้วเริ่มบรรเลงบทเพลงแห่งความเร่าร้อนตามแรงราคะที่พุ่งขึ้นสูง
เสียงหอบหายใจหนักคลอเคล้าไปกับเสียงครางต่ำในลำคอ เพราะความสุข
สม
เย่วฉีใช้สองมือกอบกุมแก่นกายแข็งขืนรูดขึ้นลงเร็ว ๆ หลายครั้ง บางครั้ง
ปลายนิ้วจะขยับขึ้นมาเล่นกับส่วนหัว เรียกเสียงครางต่ำพึงพอใจได้เป็นอย่างดี
เวลาผ่านไปประมาณหนึ่งเค่อ แกนกายร้อนรุ่มในมือเริ่มกระตุกเกร็งเป็น
สัญญาณบ่งบอกว่าใกล้ถึงแล้ว
เยว่ฉีเร่งจังหวะขยับมือเร็วขึ้น รูดคลึงขึ้นลงถี่ระรัว ไม่นานนมข้นกลิ่น
เฉพาะตัวก็ถูกปลดปล่อยออกมาเต็มมือ
มือเหนียวหนืดยกขึ้นมาตรงหน้า เยว่ฉีมองพิจารณาเพียงชั่วอึดใจ อ้าปาก
ออก นำนิ้วซึ่งเต็มไปด้วยน้ำกามเข้าใกล้ปาก
ปลายลิ้นแดงปลั่งตวัดเลียน้ำกามตามนิ้ว กลิ่นและรสชาติเฉพาะตัวของมัน
ทำใบหน้างดงามเหยเก
“ยังคงไม่อร่อยเช่นเดิม” พูดพร้อมตวัดลิ้นเลียน้ำกามเข้าไปอีกครั้ง ไม่นาน
นิ้วทั้งสิบซึ่งเปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำราคะก็ถูกเลียจนเกลี้ยงทุกนิ้ว
หานลั่วอี้มองภาพภรรยาค่อย ๆ ละเลียดกลืนกินน้ำกามเข้าไปจนหมด อด
กลั้นความรู้สึกอยากจะพลิกภรรยาลงบนเตียงแล้วกระแทกตัวตนลงไป
“ภรรยา” เสียงแหบพร่าดังขึ้นเหนือศีรษะ พอเงยหน้าขึ้นมองก็สบเข้ากับ
ดวงตาเต็มไปด้วยความต้องการ
ส่วนนั้นที่เพิ่งปลดปล่อยแข็งขืนขึ้นมาอีกครั้ง
“ลั่วอี้แค่นี้ท่านก็ทนไม่ไหวแล้วหรือ?” คนที่ยังอ่อนเพลียจากบทรักกระตุก
ยิ้ม ผลักสามีนอนหงายบนเตียงก่อนตามขึ้นไปคร่อม
“ข้าจะทำเอง ท่านทำแล้วนาน” ว่าจบก็จับแก่นกายจ่อช่องทางสีหวาน
ค่อย ๆ หย่อนตัวลงมา ดูดกลืนความแข็งขืนเข้าไปจนหมด
“ข้าจะทำโทษท่าน ห้ามแตะต้องข้าเด็ดขาด”
คนถูกห้ามกลืนน้ำลายลงคอ มองภรรยาขยับขึ้นลงบนตัวเขาไม่หยุด
นางจะไม่ทำเช่นนี้อีกแล้ว!! เยว่ฉีเอ่ยกับตนเองในใจ
จากตอนแรกที่ตั้งใจจะทำโทษให้เขารู้สึกทรมานจากความต้องการของ
ตนเอง ผลกลับกลายเป็นว่านางถูกสามีเคี่ยวกรำจนแทบหมดแรง ทั้งที่เอ่ยห้าม
ปรามไม่ให้เขาขยับ ตั้งใจเป็นมั่นเป็นเหมาะว่าจะลงโทษ ทว่าพอสบสายตาเร่า
ร้อน ดวงตาดุจเปลวเพลิงคู่นั้นที่จับจ้องมาด้วยความรู้สึกหื่นกระหาย รู้ตัวอีกที
แผ่นหลังก็แนบชิดกับเตียง พร้อมแก่นกายหนา ๆ กระแทกเข้าออกช่องทางสี
หวานถี่ระรัว คลอเคล้าไปกับเสียงครวญครางจากความสุขสมที่ถูกมอบให้
ร่างกายทุกส่วนคล้ายไม่ใช่ของตน ทำได้เพียงส่งเสียงน่าอายออกมา ทั้งยัง
อ้อนขอให้เขาทำมากกว่านี้ สอดใส่ส่วนนั้นเข้ามาในตัวนางให้ลึกกว่านี้
เรียกร้องต้องการราวคนเสียสติ
ราวกับว่าร่างกายได้หลงใหลไปกับการกระทำแสนหอมหวานเสียแล้ว
ยังดีที่หานลั่วอี้พอจะมีจิตสำนึกช่วยทำความสะอาดร่างกาย ทั้งยังคอย
ป้อนน้ำแห่งชีวิต ไม่อย่างนั้นนางคงไม่อาจลุกออกจากห้องได้
บนลานประลองในสำนัก ศิษย์หลายคนมายืนรวมตัวกันตามที่ได้มีการแจ้ง
ให้ทราบ
วันนี้พวกเขาต้องเดินทางไปยังดินแดนระดับสูงแล้ว
ศิษย์หลายคนยืนรวมกันอยู่บนลานประลอง นอกจากศิษย์ยี่สิบคนแรกจาก
รายชื่อผู้แข็งแกร่งแล้ว ยังมีศิษย์คนอื่น ๆ ซึ่งมาจากการคัดเลือกของตระกูล
ใหญ่ทั้งสี่
ไม่นานหลังจากพวกเขามายืนบนลานประลอง อาจารย์ผู้ร่วมเดินทางไป
ด้วยกัน พร้อมคนจากดินแดนระดับสูงก็เดินทางมาถึง
ศิษย์หลายคนเดินเข้าไปทักทายคนพวกนั้น รอยยิ้มตื่นเต้นยินดีประดับ
ใบหน้าพวกเขา ผู้มาใหม่ยิ้มรับพร้อมทักทายคนของตนเอง
“พวกเจ้ามากันครบแล้วใช่หรือไม่?” อาจารย์อาวุโสผู้ในจำนวนอาจารย์
ทั้งหมดเอ่ยถามพร้อมกวาดตามองโดยรอบ เมื่อแน่ใจแล้วจึงหันไปหาหมิงเทียน
หลิน
เพราะเป็นวันออกเดินทาง ชายหนุ่มจึงต้องรอออกมาพร้อมคนที่เหลือ จึง
ไม่ได้มายืนเล่นกับน้องสาว
“คุณชายหมิง ศิษย์ทุกคนมาครบแล้วขอรับ”
ชายหนุ่มพยักหน้าน้อย ๆ จากนั้นหันไปทางท้องฟ้า
เหนือท้องนภาไร้ซึ่งสิ่งกีดขวาง มีเพียงก้อนเมฆสีขาวลอยละล่องไปตาม
ทิศทางของลม แต่เมื่อฝ่ามือของบุรุษผู้หนึ่งยกขึ้นวาดเบา ๆ ครั้งหนึ่ง อากาศ
บนฟ้าพลันฉีกขาดก่อนช่องว่างขนาดใหญ่จะปรากฏขึ้นพร้อมเรือนับสิบลำ
เคลื่อนตัวออกมา
ช่องว่างมิติ คือสิ่งที่อธิบายการมีอยู่ของสิ่งนี้ได้
ช่องว่างภายในมิติขนาดใหญ่ คล้ายคลึงกับมิติของเยว่ฉี สามารถเก็บสิ่งของ
เข้าไปด้านในได้ ทว่าความแตกต่างของช่องว่างมิตินี้คือ เป็นเพียงพื้นที่ว่างเปล่า
ไร้ซึ่งสิ่งใด
ไร้ซึ่งพื้นดิน ไร้ซึ่งที่เหยียบยืน ไม่มีแม้กระทั่งอากาศให้หายใจ เป็นเพียงการ
นำเอาพื้นที่ว่างเปล่าเข้าไปเก็บไว้ในรูปแบบช่องว่าง ใช้สำหรับเก็บสิ่งของที่
ต้องการ
สิ่งมีชีวิตไม่สามารถเข้าไปได้
ปกติแล้วช่องว่างมิติจะมีขนาดไม่ใหญ่มาก เพราะต้องใช้พลังจำนวนมากใน
การตัดพื้นที่และบีบอัดไว้ใช้งาน
ช่องว่างมิติปกติจะมีขนาดเพียงสองถึงสี่หมู่เท่านั้น แต่ช่องว่างมิตินี้กลับ
ไม่ใช่ ดูจากที่สามารถเก็บเรือขนาดใหญ่ไว้ได้ถึงสิบลำช่องว่างภายในคงไม่น้อย
กว่าสิบหมู่
“อยากได้หรือ?” หมิงเทียนหลินเอ่ยถาม เมื่อสังเกตเห็นสายตาสนอกสนใจ
ของน้องสาว
เยว่ฉีส่ายศีรษะก่อนเอ่ย “ไม่อยากได้เจ้าค่ะ เพียงสนอกสนใจเท่านั้น”
หมิงเทียนหลินพยักหน้าเข้าใจ ไม่เอ่ยถาม บังคับเรือทั้งหมดลงมาจอด
ด้านล่าง
ผู้คนโดยรอบต่างสงสัยถึงความสนิทสนมที่ทั้งสองคนมีให้กัน รวมถึงสหาย
ทั้งสองที่ตามมาด้วย
ไท่ซ่างและอู๋หนิงอันเคยเอ่ยถามหมิงเทียนหลินถึงความสนิทสนมที่เขามีต่อ
เยว่ฉี ทว่าคนถูกถามไม่คิดคลายความสงสัย ทั้งสองคนจึงทำได้เพียงคอยสังเกต
เท่านั้น
เรือลงจอดแล้ว คนเดินนำขบวนขึ้นไปด้านบนคือหมิงเทียนหลิน ตามมา
ด้วยหม่าลู่เสียน สองคนจากตระกูลสูงสุด อาจารย์ทั้งหลาย ตบท้ายด้วยศิษย์
ของสำนัก