ข้ามเวลามาเป็นภรรยาของสามีขาพิการ ตระกูลหาน - ตอนที่ 127 สายเลือดที่แท้จริงของไส้เดือนทั้งสอง
- Home
- ข้ามเวลามาเป็นภรรยาของสามีขาพิการ ตระกูลหาน
- ตอนที่ 127 สายเลือดที่แท้จริงของไส้เดือนทั้งสอง
ภายนอกผู้คนมากมายยังคงตามหาของวิเศษซึ่งกระจัดกระจายไปตาม
สถานที่ต่าง ๆ มีหลายคนโชคดีได้รับของวิเศษมากมาย ซึ่งเพียงพอให้พวกเขา
ใช้ชีวิตอย่างสุขสบายไปชั่วชีวิต
เยว่ฉีและพรรคพวกของนางไม่ได้รับรู้ถึงความวุ่นวายด้านนอกเลย พวกเขา
ยังคงตั้งหน้าตั้งตาฝึกฝนในบ่อวิญญาณ
พลังงานมากมายถูกผู้มาใหม่และสัตว์อสูรของพวกเขาดูดกลืนเข้าไป
จำนวนมาก ปริมาณพลังวิญญาณในบ่อลดน้อยลงจากตอนแรกมากเพราะถูก
ดูดซับเข้าไป อีกทั้งยังไม่มีต้นกำเนิดของเติมเต็มพลังในบ่อ
ดวงตางดงามปิดสนิท ร่างกายตั้งตรง นั่งอยู่บนกองหินส่องแสง
บ่อน้ำวิญญาณที่ตอนแรกสูงท่วมศีรษะยามนั่งขัดสมาธิ บัดนี้เหลือเพียงหัว
เข่า
พลังมากมายเหล่านั้นถูกพวกเขาดูดซับไปจำนวนมาก ส่งผลให้ขั้นฝึกปราณ
เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล
หลังอยู่ภายใต้ความสงบมาเนิ่นนาน เสียงสั่นไหวรุนแรงราวกับฟ้าจะถล่ม
ลงมากระตุ้นให้คนทั้งหมดตื่นจากสมาธิ
“เกิดอะไรขึ้น!!” เยว่ฉีเอ่ยขึ้น หญิงสาวลืมตาขึ้นกวาดพลังจิตออกไป
ตรวจสอบทันที แต่กลับไม่พบสิ่งผิดปกติ
แล้วแรงสั่นสะเทือนมหาศาลนั่นมาจากที่ใด
เมื่อไม่พบความผิดปกติ อีกทั้งแรงสั่นสะเทือนก็หายไปหมดแล้ว หญิงสาว
จึงดึงพลังจิตกลับมา
พอตรวจสอบตนเองจึงรู้ว่าเลื่อนขั้นอีกครั้งแล้ว นางกลายเป็นนักหลอม
โอสถขั้นเซียนระดับกลางแล้ว!!
นางเลื่อนขั้นเป็นนักหลอมโอสถระดับเซียนว่าตกใจแล้ว พี่ชายและสามีที่
กลายเป็นผู้ฝึกปราณขั้นเทพระดับต้นทั้งคู่ชวนให้ตกใจยิ่งกว่า
เสินเทียนกลายเป็นผู้ฝึกปราณขั้นปรมาจารย์ระดับกลาง หวานเว่ยกลาย
เป็นผู้ฝึกปราณขั้นเก้าระดับต้น
นอกจากพวกเขาจะเลื่อนขั้นแล้วสัตว์อสูรเองก็เลื่อนขั้นขึ้นมาเช่นกัน ใน
ที่สุดเหยี่ยวเงินและเต่าสายฟ้าก็เลื่อนขึ้นขั้นมาถึงจุดสูงสุดของสายเลือดแล้ว
เช่นเดียวกับสัตว์อสูรของสหายทั้งสอง ส่วนเสือเขี้ยวดาบของนางและวิหคเพลิง
ของหมิงเทียนหลินเลื่อนขั้นขึ้นเป็นจอมอสูรระดับต้นทั้งคู่
“ท่านพี่สัตว์อสูรของท่าน?”
“ของน้องก็ด้วยหรือ?”
คนที่เหลือมองมายังสองพี่น้อง เสินเทียนและหวานเว่ยมีสีหน้าสงสัยใคร่รู้
“เยว่ฉีเกิดอะไรขึ้นกับสัตว์อสูรของเจ้าหรือ? เหตุใด้ข้าถึงจับพลังของพวก
มันไม่ได้”
“เจ้าอยากรู้หรือ?” เยว่ฉีถามยิ้ม ๆ ในดวงตามีฉายแววเจ้าเล่ห์
เสินเทียนจ้องมองด้วยสายตาไม่วางใจเท่าใดนัก แต่ความอยากรู้อยากเห็น
ทำให้เขาพยักหน้า
“ข้าอยากรู้”
“เช่นนั้นก็…” หญิงสาวลากเสียงยาว หันไปหาเจ้าเสือของตน “เจ้าเสือ
แสดงพลังของเจ้าที”
“อึก!! ยะ…เยว่ฉี เจ้า!!” เสินเทียนพูดออกมาอย่างยากลำบาก หลังโดนแรง
กดดันของสัตว์อสูรระดับจอมอสูรกดทับลงมาเข่าข้างหนึ่งถึงกับทรุดลงบนพื้น
“เป็นเช่นไรบ้าง? ตกใจมากหรือไม่?” แรงกดดันอยู่ไม่นานก็หายไป
เสินเทียนพยุงตนเองลุกขึ้น มองมาด้วยสีหน้าราวกับเห็นผี
“สัตว์อสูรระดับจอมอสูร!! เจ้าจะโชคดีเกินไปแล้ว!! เหตุใดโชคดีเช่นนี้ถึงไม่
เกิดขึ้นกับข้าบ้าง!!” น้ำเสียงเสินเทียนมีความน้อยใจอยู่หลายส่วน ทว่าในความ
น้อยใจนั้นกลับไร้ซึ่งความริษยา
เขาน้อยใจจริงแต่ก็ยินดีกับสหายด้วยเช่นกัน
“อย่าโลภมากเดี๋ยวโชคได้หายไปหมด”
“เจ้ามีสิทธิ์พูดให้คนอื่นหรือ!!” เขาอดกระแทกเสียงยามพูดประโยคนี้ไม่ได้
คนถูกประชดยิ้มร่า ยักไหล่ไม่ยี่หระกับท่าทีของเสินเทียน
“หึ…คอยดูเถิด ข้าเองก็จะตามหาสัตว์อสูรระดับจอมอสูรให้ได้!!” กล่าว
เป็นมั่นเป็นเหมาะพร้อมเดินเข้าไปหาสัตว์อสูรของตน
“ลูกพ่อ ไว้พ่อหาสหายไว้ให้เจ้าเล่นด้วยกัน” หมาป่าเพลิงผลาญมองมนุษย์
คู่สัญญาของตน ก่อนแลบลิ้นออกมาเลียใบหน้า ส่ายหางไปมา อารมณ์ดี
เยว่ฉีถึงกับส่ายหัวยิ้ม ๆ ไม่ว่าสถานการณ์ใด ชายผู้นี้ก็สามารถทำให้ความ
ตึงเครียดคลายลงได้เพียงแค่เอ่ยปากพูด
“ฉีเอ๋อร์พี่คิดว่าสมควรที่พวกเราต้องออกไปด้านนอกแล้ว” หมิงเทียนหลิน
เอ่ย ตั้งแต่เข้ามาในป่าแห่งนี้ตนยังไม่ได้รับการติดต่อจากหม่าลู่เสียน อีกทั้ง
เพราะมัวแต่กังวลถึงความปลอดภัยของน้องสาว จึงไม่ได้ตั้งใจติดต่อหาอีกฝ่าย
อย่างที่ควรจะเป็น
หลังความกังวลหลายอย่างหายไป จึงคิดถึงอีกฝ่ายขึ้นมา ไม่รู้ว่าตอนนี้หม่า
ลู่เสียนจะมีสีหน้าเช่นไรบ้าง เพียงแค่คิดมุมปากหมิงเทียนหลินพลันโค้งขึ้นมา
เยว่ฉีสังเกตเห็นรอยยิ้มอบอุ่นของพี่ชายจึงคิดเอ่ยหยอกเย้า ทว่ายังไม่ทันที่
เสียงจะถูกเปล่งออกไป ความเคลื่อนไหวบางอย่างทำให้นางหยุดชะงัก
แรงสั่นสะเทือนเช่นเดียวกับครั้งแรกเกิดขึ้นอีกครั้ง ครั้งนี้ดูรุนแรงมากกว่า
ครั้งแรกเกือบสองเท่า ร่างกายทุกคนเอนไหวไปตามแรงสั่นสะเทือน
“ภรรยา!!” หานลั่วอี้รีบก้าวเข้ามาใกล้ ประคองคนรักไม่ให้ล้มลงไป
“ลั่วอี้ ข้าไม่เป็นไร” หญิงสาวเอ่ยตอบเงยหน้ามองสามี ขยายพลังจิต
ออกไปตรวจสอบ
แรงสั่นสะเทือนเกิดขึ้นเป็นระลอกหลังตรวจสอบดีแล้วนางก็สัมผัสถึงต้น
ตอของมันได้
หญิงสาวหันไปยังทิศทางที่แรงสั่นไหวรุนแรงที่สุด ก้าวเดินไปใกล้แล้วก็ได้
พบ
ตรงหน้านางมีไส้เดือนสองตนนอนหลับสนิทอยู่
ตั้งแต่ฟักออกจากไข่ไส้เดือนน้อยสองตนนี้แทบจะไม่ตื่นขึ้นมา วันเวลาของ
พวกมันมักจะแช่ตัวอยู่ใต้บ่อน้ำ ตื่นขึ้นมาดูดซับศิลาวิญญาณแล้วกลับไปแช่ตัว
ในบ่อน้ำเช่นเดิม
หากไม่ใช่ว่าวันนี้นางสั่งให้ออกมาดูดซับพลังจากบ่อวิญญาณ ไส้เดือนขี้เซา
สองตนคงไม่ยอมออกจากมิติเป็นแน่
ดวงตาหญิงสาวจ้องมองไส้เดือนที่ตอนนี้ยังคงนอนหลับสนิทอยู่ใต้บ่อ
วิญญาณ พอจดจ้องมองจึงทำให้ได้รู้ว่า แท้จริงแล้วแรงสั่นสะเทือนมาจากเจ้า
สองตัวนี้
เพียงลมหายใจถูกสูดเข้าไปแล้วถอนหายใจออกมา แรงสั่นสะเทือนก็
เกิดขึ้นอีกครั้ง!!
ความจริงของแผ่นดินไหวที่เยว่ฉีคิด เกิดจากการหายใจออกของไส้เดือนตัว
น้อย!!
เป็นไปได้หรือ? สัตว์อสูรสองตนนี้ที่วัน ๆ เอาแต่นอนหลับสนิทไม่ยอมทำ
อันใดเลย เหตุใดตอนนี้ถึงสามารถสร้างแรงสั่นสะเทือนรุนแรงถึงเพียงนี้ได้
หญิงสาวยังคงไม่อยากจะเชื่อสายตา แต่ทุกครั้งที่ไส้เดือนของนางหายใจ
ออก แผ่นดินก็สั่นไหวเสียทุกครั้ง
“เกิดอะไรขึ้นกับไส้เดือนสองตนนี้กันแน่?” ความสงสัยเกิดขึ้นในความคิด
พร้อมเปลือกตาเล็กแคบที่เปิดออกมา
ไส้เดือนน้อยจ้องหน้าหญิงสาว มันผงกหัวขึ้นทักทายเจ้านาย ก่อนจะลอย
ขึ้นเหนือน้ำ ไส้เดือนน้อยทั้งสองตนลอยวนรอบตัวสองสามีภรรยาเยว่หาน ราว
กับต้องการยืนยันว่าใช่เจ้านายของพวกมันหรือไม่
จากนั้นอ้าปากเล็กออกกว้างแล้วกรีดร้องออกมา
เสียงกรีดร้องแสบหู ส่งผลให้หานลั่วอี้รีบกางม่านพลังขึ้นมากั้นเสียง ทว่า
ม่านพลังระดับเทพของเขากลับไม่สามารถต้านทานเสียงกรีดร้องของสัตว์อสูร
ตัวเล็กทั้งสองตนได้
ความเจ็บแสบจากเสียงกรีดร้องทะลุเข้าไปในส่วนลึก ในหูรู้สึกแสบร้อน
ภายในหัวปวดแปลบ ดวงตาพร่าเบลอ ร่างกายซวนเซ
ไม่ถึงหนึ่งเฟินหลังเสียงกรีดร้องเริ่มขึ้น ทั้งห้าคนถูกเสียงกรีดร้องทำร้ายจน
ร่างกายทรุดลงกับพื้น สองมือปิดหูแน่น ทว่าไม่อาจลดทอนเสียงร้องนั้นได้
ไส้เดือนทั้งสองยังคงกรีดร้องต่อไป พร้อมบินวนรอบร่างกายเจ้านายของ
มัน
ไม่นานร่างกายเล็กทั้งสองก็เริ่มปริแตก แสงสีทองและดำส่องผ่านรอยแตก
ออกมา แล้วพวกมันก็พุ่งตัวขึ้นเหนือน่านฟ้า
หายเข้าไปในกลีบเมฆ
ไม่นานหลังจากนั้น น่านฟ้าเงียบสงบพลันเกิดเสียงร้องกังวาน เมฆก่อตัว
กลายเป็นสีดำหมุนวนรอบท้องนภา สายลมรุนแรงให้ความรู้สึกเหมือนพายุ
กำลังจะโหมกระหน่ำ
ท้องฟ้าเกิดประกายแสงวูบวาบ ก่อนจะตามมาด้วยเสียงฟ้าผ่า สายฟ้าฟาด
ลงสู่เบื้องล่าง จากนั้นเปลวเพลิงก็เริ่มเผาไหม้
อาการปวดหัวของคนทั้งห้าหายไปแล้ว พวกเขาพยุงร่างกายของตนขึ้นมา
เยว่ฉีเงยหน้าขึ้นมอง ไส้เดือนของนางจะเป็นอันใดไปหรือไม่? พวกมันทั้ง
สองเป็นเพียงสัตว์อสูรแสนอ่อนแอ แล้วเหตุใดเพียงเสียงกรีดร้องก็สามารถทำ
ร้ายพวกเขาได้แล้ว
แม้จะยังนึกสงสัยแต่ความเป็นห่วงกลับมีมากกว่า
“ภรรยาข้าจะพาเจ้าขึ้นไปดู”
“ข้าด้วย”
“พี่ด้วย”
ทุกคนเอ่ยขึ้นพร้อมกับ จ้องหน้าเยว่ฉีไม่วางตา
หญิงสาวหยักยิ้มมุมปาก รู้สึกอบอุ่นในใจแปลก ๆ พยักหน้าตกลง
คนทั้งหมดลอยตัวขึ้นมาเหนือน่านฟ้า ปลายทางคือจุดกึ่งกลางของความ
ปั่นป่วน
ไม่ใช่เพียงพวกเขา ทุกคนในดินแดนลับต่างสงสัยว่า บนท้องฟ้าเกิดเรื่องอัน
ใดขึ้น เหตุใดถึงได้ดูเหมือนมีสิ่งอันตรายกำลังเคลื่อนไหวอยู่ด้านบน
ผ่านไปประมาณหนึ่งชั่วยาม บางสิ่งได้ปรากฏขึ้นคลายความสงสัยคน
ทั้งหมด
เกล็ดตามตัวสีทองสลับดำ กลิ่นอายน่าเกรงขามที่สะท้อนออกมาจาก
ร่างกายใหญ่โต ตามมาด้วยกรงเล็บทั้งสี่ดูแข็งแกร่งและใบหน้าชวนให้ตกตะลึง
เส้นหนวดโบกสะบัดไปมาตามแรงลม เขาทั้งสองข้างคดโค้งงดงาม บน
ใบหน้าน่าเกรงขามนั้น นอกจากดวงตาเฉี่ยวคมน่ากลัว ยังมีแต้มจุดสีแดงทั้ง
สามที่ทำให้ผู้คนไม่อาจละสายตา
ผู้ได้พบเห็นถึงกับสูดลมหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่ ไม่กล้าแม้กระทั่งหายใจ
ไปชั่วขณะ หลังเผลอสบสายตาสัตว์ร้ายทั้งสอง
ที่แท้เกล็ดสีทองและดำที่พวกเขาเห็นคือเกล็ดของสัตว์ร้ายสองตัว
“มะ…มังกร!! มังกรดินและมังกรทอง!!” ไม่รู้ว่าเสียงนี้เกิดขึ้นจากที่ใด แต่
มันมากพอที่จะดึงสติของผู้คนออกมา
แล้วความวุ่นวายก็เกิดขึ้น
การปรากฏตัวของสัตว์ร้ายระดับจอมอสูร ทำให้ผู้ฝึกปราณมากมายแตก
กระเจิง
พวกเขาอยากได้สัตว์อสูรตนนั้นมาครอบครอง พอ ๆ กับต้องการหนีให้ไกล
จากกลิ่นอายน่ากลัว
หากพบเจอตั้งแต่ตอนที่ยังเป็นตัวอ่อน คงจะดีกว่าพบเจอยามพวกมันก้าว
ขึ้นมาเป็นจอมอสูรแล้ว
ผู้คนมากมายต่างตื่นตระหนก แตกต่างจากเยว่ฉี
หญิงสาวมองไส้เดือนสองตนที่พอเลาะคราบออกมาแล้วกลับกลายเป็นสัตว์
อสูรแสนน่าเกรงขาม ดวงตางดงามของนางแดงระเรื่อ ก่อนหยาดน้ำตาจะไหล
ริน
“ฮึก ฮือออ… ไม่คิด ฮึก เลยว่า ไส้เดือนจะ…ฮึก จะกลายเป็นมังกรไปได้
ฮึก” หญิงสาวไม่ได้เสียใจ แต่ดีใจมากจนไม่รู้ว่าจะแสดงความรู้สึกตื้นตันที่มี
ออกมาเช่นไร สุดท้ายความรู้สึกมากมายจึงถูกกลั่นออกมาเป็นน้ำตา
ไส้เดือนน้อยรับรู้ได้ถึงอารมณ์ของเจ้านาย มันเปลี่ยนร่างกลับไปเป็น
ไส้เดือนทันที พุ่งตัวเข้ามาหาเยว่ฉี บินวนรอบตัวเจ้านาย สีหน้าเป็นกังวล
เจ้านายเป็นอันใดไป บาดเจ็บตรงไหนหรือ?
นอกจากสีหน้าเป็นกังวลแล้วทั้งสองตนยังส่งเสียงเล็ก ๆ ออกมาคล้ายกับ
กำลังปลอบเยว่ฉี
ผู้คนมากมายงงงัน เมื่อลืมตาขึ้นมาอีกครั้งสัตว์อสูรระดับจอมอสูรก็หายไป
แล้ว
“หายไปแล้ว? หายไปที่ใดกัน!!”
“เป็นไปได้หรือไม่ว่ามันเกิดบาดเจ็บ? แค่แสดงพลังออกมาเพียงชั่วครู่แล้ว
กลับสู่ร่างเริ่มต้น?”
“แม้ข้าจะไม่รู้ว่าเกิดอันใดขึ้นแต่หากมังกรสองตนนั้นกลับคืนสู่ร่างต้น ข้า
จะต้องตามหามันให้เจอ!!”
ผู้ฝึกปราณมากมายต่างคิดไปในทิศทางเดียวกัน มุ่งหน้าไปยังทิศทางที่คิด
ว่าใช่กันอย่างบ้าคลั่ง
ส่วนเจ้าของสัตว์อสูรที่แท้จริง กำลังพยายามกลั้นเสียงร้องไห้ จ้องมองสัตว์
อสูรของตนอยู่
“ฮึก…ข้าดีขึ้นมากแล้ว” เยว่ฉีเอ่ย เงยหน้าขึ้นจากอกสามี ยื่นมือออกไป
ด้านหน้า
ไส้เดือนน้อยสีทองรีบลอยมานอนแหมะลงบนฝ่ามือนางทันที หัวน้อย ๆ
ก้มลงถูไถฝ่ามืออย่างออดอ้อน
เห็นท่าทางเช่นนี้แล้ว เยว่ฉีเกือบจะลืมภาพความน่าเกรงขามไปเสียหมด
สิ้น หลุดหัวเราะออกมา
“ไส้เดือนน้อย พอลอกคราบออกมาแล้วถึงกับทำให้ข้าตกใจจนไม่รู้ว่าควร
แสดงสีหน้าเช่นไรเลย”
เยว่ฉีเผยยิ้ม ไส้เดือนในมือเงยหน้ามองเจ้านายของมัน เอียงคอด้วยความ
สงสัย ก่อนส่งเสียงออกมาคล้ายกำลังอารมณ์ดี
“อื้อ ขอบใจมากนะที่วันนั้นเลือกข้ากับสามี” เยว่ฉีอดไม่ไหว ดึงไส้เดือน
เข้ามาถูไถข้างแก้ม
ไส้เดือนน้อยที่ได้รับความเอาใจใส่จากเจ้านายมีความสุขมากกระดี๊กระด๊า
ขยับปลายหางขึ้นลง ส่งเสียงร้องเล็กออกมา
หานลั่วอี้มองสีหน้ามีความสุขของภรรยา ดวงตาชายหนุ่มพลันอ่อนโยนขึ้น
“ภรรยายินดีกับเจ้าด้วย” หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมอง
“อื้ม ลั่วอี้ยินดีกับท่านด้วย ตอนนี้พวกเราก็มีสัตว์อสูรเหมือนกันแล้ว”
หญิงสาวเอ่ยยิ้ม ๆ โน้มตัวเข้าหาสามี พิงศีรษะบนหน้าอก
หานลั่วอี้พลันรู้สึกอุ่นวาบในใจ คำพูดที่ว่ามีสัตว์อสูรเช่นเดียวกันทำให้เขามี
ความสุขมากกว่ารู้ว่าสัตว์อสูรของตนเป็นถึงจอมอสูร
ต่อจากนี้ความปลอดภัยของภรรยาก็เพิ่มขึ้นมากแล้ว คิดถูกจริง ๆ ที่วันนั้น
ยอมตามใจแล้วเก็บไข่กลับมา
ชายหนุ่มโอบเอวภรรยา หันสายตาไปมองไส้เดือนสีดำ สื่อสารกับสัตว์อสูร
ของตนผ่านจิต
ปกป้องนางให้ดี ให้ความสำคัญกับนางมาก่อนข้า
ไส้เดือนน้อยจ้องหน้าเจ้านายของตน ก่อนจะมองไส้เดือนสีทองแล้วหันมา
มองหน้าหานลั่วอี้พยักหน้าขึ้นลง
เจ้านายข้าทราบแล้ว จะดูแลนางให้ดี
กับสิ่งมีชีวิตที่ทำให้ภรรยาชื่นชอบ มันย่อมให้ความสำคัญไม่ต่างกัน