ข้ามเวลามาเป็นภรรยาของสามีขาพิการ ตระกูลหาน - ตอนที่ 128 กลุ่มชายชุดดำ
ออกจากป่ามาแล้ว หมิงเทียนหลินได้บอกกับน้องสาวว่าต้องการตามหา
หม่าลู่เสียน เยว่ฉีเห็นด้วยกับความต้องการของพี่ชาย มีคนไว้ใจได้อยู่รวมกัน
มาก ๆ ในสถานการณ์เช่นนี้ย่อมดีกว่าอยู่กันเป็นกลุ่มเล็ก
ตอนเข้ามาในดินแดนลับบิดาของทั้งคู่ได้สั่งให้ผู้ติดตามตามเข้ามาด้วยยี่สิบ
คน ไว้คอยช่วยเหลือและปกป้องคนทั้งสอง แต่เพราะวิธีการของดินแดนลับจึง
พลัดหลงกัน
พอเข้ามาพวกเขาต่างเร่งรีบตามหาเยว่ฉีจึงไม่ได้ติดต่อคนของตน ตอนนี้ถึง
เวลาติดต่อหาเสียที
“เทียนหลินเจ้าไม่เป็นอันใดใช่ไหม? สบายดีใช่หรือไม่?” ทันทีที่หินสื่อสาร
เชื่อมถึงกัน หม่าลู่เสียนก็รัวคำถามออกมาทันที
ใบหน้าหมิงเทียนหลินเผยรอยยิ้มเล็กน้อยบนมุมปาก นึกถึงสีหน้าร้อนใจ
ของหม่าลู่เสียน
“ข้าไม่เป็นอันใด เจ้าเล่าเป็นอันใดหรือไม่?”
“ข้าสบายดี หลังเข้ามาในดินแดนลับไม่นาน ข้าได้พบไท่ซางและอู๋หนิงอัน
ผู้ติดตามทั้งหมดก็มารวมตัวกันเป็นกลุ่มใหญ่แล้ว จึงไม่มีใครกล้าเข้ามาหา
เรื่อง”
“ดีแล้ว” หมิงเทียนหลินตอบกลับไปเพียงเท่านั้น
ราวกับว่าบทสนทนาระหว่างทั้งคู่กำลังจะจบลง ทว่าเสียงจากปลายสาย
กลับดังขึ้น เหมือนว่าปกติแล้วล้วนเป็นเช่นนี้
“เทียนหลินตอนนี้เจ้าอยู่ที่ใดหรือ? ข้าจะรีบไปหาเจ้า!!” ความร้อนรนใน
น้ำเสียงยังคงเรียกรอยยิ้มเล็กน้อยที่มุมปาก
“เจ้าจะตามหาข้าเจอหรือ? ดินแดนนี้กว้างใหญ่นัก ใช่ว่าจะสามารถพบเจอ
กันได้ง่าย”
“ได้ ข้าจะต้องหาเจ้าเจอให้ได้ ข้าจะได้ไปอยู่ข้างกายเจ้า!!” น้ำเสียงเป็นมั่น
เป็นเหมาะจากอีกฝ่าย ถึงกับทำให้หมิงเทียนหลินหลุดขำออกมา
“เจ้ารออยู่ตรงนั้นข้าจะไปหาเอง”
“เจ้ามาได้หรือ? จริงหรือ? จะมาหาข้าใช่ไหม”
“ใช่ ข้าจะไปหาเจ้าเอง หากปล่อยให้เจ้าตามหาคงใช้เวลานานกว่าจะหาข้า
เจอ”
“ที่แท้เจ้าก็ไม่ไว้ใจข้า” เสียงปลายสายดูหงอยเหงา ทำเอาหมิงเทียนหลิน
อดส่ายหัวเอ็นดูไม่ได้
ไม่ใช่แค่หมิงเทียนหลินที่เอ็นดู เยว่ฉียังนึกเอ็นดูอีกฝ่าย
หม่าลู่เสียนหรือคุณชายหม่าเป็นบุรุษรูปร่างกำยำ ตัวสูงใหญ่ บรรยากาศ
รอบตัวดูน่าเกรงขาม แตกต่างจากพี่ชายนาง หมิงเทียนหลินเป็นบุรุษที่ถอด
แบบบัณฑิตในอุดมคติออกมา บรรยากาศรอบตัวดูอบอุ่นสะอาดบริสุทธิ์ สง่า
งามและน่าเข้าใกล้
หมิงเทียนหลินไม่ได้ตัวเล็กเลย หากเทียบส่วนสูงของโลกปัจจุบันพี่ชายของ
นางคนนี้คงสูงไม่น้อยกว่าร้อยแปดสิบเซนติเมตร ทว่าเมื่อมายืนเคียงข้างหม่าลู่
เสียนกับตัวเล็กกว่าถึงหนึ่งชั่วศีรษะ
“ลู่เสียน ข้าเคยไม่ไว้ใจเจ้าด้วยหรือ?”
“…” อีกฝ่ายเงียบไปชั่วอึดใจก่อนเอ่ยตอบ “ไม่เคย”
“เช่นนั้นก็รอข้า…” หมิงเทียนหลินหยุดคำพูดไว้เพียงเท่านั้น ก่อนจะขยับ
ปากเบา ๆ ไม่ให้ใครได้ยิน
จากนั้นการสื่อสารก็หยุดลง
เยว่ฉีอยากรู้เลยว่าพี่ชายตนพูดอะไรกับอีกฝ่ายถึงได้มีสีหน้าพึงพอใจถึง
เพียงนี้
แม้จะอยากรู้มากแค่ไหน นางก็เคารพความเป็นส่วนตัวของเขา จึงเอ่ย
ออกมาว่า
“ท่านพี่ ให้ข้าใช้ความสามารถเลยใช่หรือไม่?”
“รบกวนน้องแล้ว”
“ไม่รบกวน ข้าจะได้ใช้ให้คุ้นชินด้วย”
หมิงเทียนหลินพอจะรู้อยู่แล้วว่าความสามารถของจิตแห่งพงไพรนั้น
สามารถทำอะไรได้บ้าง เขาจึงได้เอ่ยขอความคิดเห็นทั้งยังขอให้น้องสาวช่วย
ตามหาอีกฝ่าย
การใช้ความสามารถของเยว่ฉี ช่วยให้พวกเขาตามหาคนที่ต้องการได้ง่าย
กว่าการตามหาแบบอื่น
หญิงสาวก้าวไปประชิดต้นไม้ก่อนจะแนบหน้าผากลงไป พลังจิตของนางถูก
เชื่อมต่อกับต้นไม้เพื่อให้ทั้งสองสื่อสารกันได้
นางค่อย ๆ มองหาไปทีละจุดเปลี่ยนสถานที่ไปเรื่อย ๆ และไม่นานก็พบ
“เจอแล้วเจ้าค่ะ” นางดึงพลังจิตกลับมา เอ่ยบอกทิศทางที่อีกฝ่ายอยู่กับ
พี่ชาย
“ห่างออกไปประมาณสี่ร้อยลี้ทางทิศตะวันออกเจ้าค่ะ”
“ขอบใจน้องมาก” หมิงเทียนหลินเอ่ย จากนั้นคนทั้งหมดก็ออกเดินทาง
เพราะต้นไม้ทุกต้นเปรียบเสมือนดวงตาของเยว่ฉี จึงสามารถบอกได้ว่าแต่
ละคนอยู่ที่ใด เป็นวิธีการตามหาที่สะดวกมาก ข้อเสียเพียงอย่างเดียวคือไม่
สามารถบอกตำแหน่งได้ทันที ต้องใช้พลังเข้าไปสัมผัสต้นไม้เพื่อตรวจหาสิ่งที่
ต้องการ
คนทั้งห้าเดินทางไปตามทิศทางที่เยว่ฉีบอก มีการหยุดพักเก็บพืชวิญญาณ
และของวิเศษที่พบเจอระหว่างทางเป็นครั้งคราว ทว่าไม่ได้ลงหลักตรวจสอบ
เป็นเวลานาน
เมื่อพบเจอสถานที่ที่ต้องตรวจสอบเป็นเวลานาน หมิงเทียนหลินจะใช้
ความสามารถของตนกางม่านพลังปกปิดสถานที่ดังกล่าวไว้ แล้วทำสัญลักษณ์
ไว้บอกตำแหน่ง เมื่อรวมตัวกับหม่าลู่เสียนแล้วจะกลับมาตรวจสอบใหม่อีกครั้ง
พวกเขาทำเช่นนี้ตลอดการเดินทาง จนเวลาล่วงเลยไปกว่าหนึ่งชั่วยาม อีก
ไม่กี่สิบลี้กลุ่มของเยว่ฉีก็จะพบกับกลุ่มของหม่าลู่เสียน
ระยะทางระหว่างทั้งสองกลุ่มเหลือไม่มากแล้ว ทว่าก่อนที่พวกเขาจะ
เดินทางไปถึงกลับมีบางอย่างพุ่งเข้ามา
“ระวัง!!” หานลั่วอี้กระโดดเข้าไปหยุดมีดสั้นที่พุ่งเข้ามาทางภรรยา ชาย
หนุ่มยื่นมือออกไป ใช้ช่องว่างระหว่างนิ้วหยุดมีดสั้น หมุนตัวเพื่อเหวี่ยงวิถี ซัด
มีดสั้นกลับไป
อีกฝ่ายคล้ายรออยู่แล้ว ระหว่างที่มีดสั้นถูกซัดกลับไป มีดสั้นอีกชุดก็พุ่งเข้า
มา
มีดสั้นชุดที่สองพุ่งเข้ามาพร้อมบุรุษภายใต้ผ้าคลุมสีดำ กวาดตามองดูแล้ว
กลุ่มคนไม่หวังดีมีด้วยกันประมาณยี่สิบคน
คนทั้งห้ารีบตั้งรับ ยกมือขึ้นปัดป้องการโจมตีของพวกเขา พร้อมจู่โจม
กลับไป
หมิงเทียนหลินและหานลั่วอี้พุ่งตัวออกไปต้อนรับกลุ่มผู้มาใหม่ ปล่อยให้
สามคนที่เหลือคอยอยู่ด้านหลัง
“ระดับเทพ?” แรงกดดันที่มากกว่าทำพวกเขาแปลกใจ มิใช่ว่าคนที่เข้ามา
ได้มีเพียงผู้ฝึกปราณขั้นเซียนเท่านั้นหรือ แล้วเหตุใดตรงหน้าพวกเขาถึงได้มีผู้
ฝึกปราณขั้นเทพถึงสองคน!!
สิ่งที่ไม่ยุติธรรมภายในดินแดนลับนั้นมีอยู่เต็มไปหมด หนึ่งในนั้นคือ หากผู้
ฝึกปราณขั้นเซียนสามารถเลื่อนขั้นขึ้นเป็นผู้ฝึกปราณขั้นเทพได้ระหว่างอยู่ใน
ดินแดนลับ พวกเขาจะไม่ถูกดีดออกไปด้านนอก
คนพวกนี้คงไม่คิดว่าจะมีผู้ฝึกปราณขั้นเทพอยู่ในกลุ่มด้วยจึงกล้าเข้ามาหา
เรื่อง
แต่เมื่อทุกอย่างได้เริ่มต้นขึ้นแล้วสิ่งที่พวกเขาสามารถทำได้คือการขัดขวาง
และชิงตัวเป้าหมายมา
ไม่ไกลออกไปจากจุดที่เกิดการต่อสู้ หมิงเทียนหยางมองเห็นใบหน้าเยว่ฉีได้
ชัดเจน
เขารู้ตั้งแต่ก่อนเข้าดินแดนลับแล้วว่า คนที่ตามเข้ามาต้องการจับตัวเยว่ฉี
ไป อีกทั้งบิดายังรู้จุดประสงค์ของพวกเขา เพราะหลายวันมานี้เขาเห็นบิดา
ติดต่อกับคนกลุ่มหนึ่งอยู่บ่อย ๆ
แม้จะไม่รู้ว่าบิดาติดต่อพวกเขาด้วยเหตุใด แล้วเหตุใดถึงต้องการส่งหลาน
ของตนไปให้ผู้อื่น แม้จะไม่เข้าใจหมิงเทียนหยางก็ไม่คิดขัดขวาง
หากเยว่ฉีถูกจับตัวไป น้องสาวเขาจะได้รับผลประโยชน์มากขึ้น ความสนใจ
ของทุกคนจะตกมาที่นางมากกว่าน้องสาว หมิงเทียนหลิน
หมิงเทียนหยางมองดูการต่อสู้ พวกเขาไม่ได้พยายามเข้าปะทะหมิงเทียน
หลินและหานลั่วอี้ตรง ๆ เพียงช่วยกันขัดขวางไม่ให้ทั้งสองผละห่างไปไหนได้
ระหว่างนั้นคนที่เหลือก็พยายามแทรกตัวเข้าไปเพื่อจับตัวเป้าหมายออกมา
สายตาชายหนุ่มมองไปทางนั้นทีนางโน้นที ก่อนแสงบางอย่างจะสะท้อน
เข้าสู่ดวงตา
“สิ่งนั้น?” ชายหนุ่มพึมพำในใจ ก้มลงหยิบพู่หยกขึ้นมาดู
แล้วเงยหน้ามองไปตรงหน้าอีกครั้ง
“ชะ…ใช่จริง ๆ ด้วย” หมิงเทียนหยางแทบล้มทั้งยืน หลังจำได้ว่าเจ้าของพู่
หยกเปื้อนเลือดนี้เป็นใคร
เขากำพู่ในมือแน่น ความรู้สึกโกรธพุ่งขึ้นสูงแทบจะระเบิดหัวใจเขาออกมา
ไวเท่าความคิดร่างของเขาพุ่งเข้าหาเยว่ฉีทันที
“หมิงเยว่ฉี เจ้าฆ่าน้องสาวข้า!!!”
ความโกรธพุ่งขึ้นสูงทำลายสตินึกคิด หมิงเทียนหยางพุ่งตัวเข้าไป พร้อม
พลังในมือ กริชน้ำแข็งนับร้อยปรากฏขึ้นด้านหลัง ก่อนจะพุ่งใส่เป้าหมาย
เยว่ฉีหันไปตามเสียงเรียก
นางชะงักเพียงชั่วครู่ รีบสร้างบอลเพลิงขึ้นมา บังคับให้พุ่งออกไปสกัดการ
โจมตี
น้ำแข็งปะทะเข้ากับไฟ เกิดแรงระเบิดขึ้นตรงกลางระหว่างคนทั้งคู่
แรงระเบิดเพียงพอจะสร้างคลื่นกระแทก เยว่ฉีตวัดมือสร้างม่านพลังขึ้นกั้น
แรงสะท้อน มองกลุ่มควันที่เกิดขึ้นตรงหน้า ด้านหลังนั้นมีใครบางคนยืนอยู่
เสียงที่ได้ยินเรียกชื่อนางแน่นอน
ว่าแต่คนคนนั้นเป็นใครกัน? เหตุใดน้ำเสียงเขาถึงเต็มไปด้วยความโกรธ
และเคียดแค้นจนเข้ากระดูกดำ
ควันถูกปัดออกไปทันที เมื่อสิ่งบดบังเพียงหนึ่งหายไปแล้ว นางจึงมองเห็นสี
หน้าเขาได้ชัดเจน
“หมิงเทียนหยาง?” เสียงหญิงสาวเบาหวิว ภาพหน้าอกเปื้อนเลือดของห
มิงเยว่เหรินปรากฏขึ้นในหัว
ความโกรธแค้นในตาคู่นี้…อีกฝ่ายคงรู้แล้วว่านางฆ่าน้องสาวตนเอง
ไวเท่าความคิด สายตาพลันเหลือบไปเห็นพู่ในมือหมิงเทียนหยาง ทั้งที่คิด
ว่าไม่มีอะไรผิดพลาดแล้วแท้ ๆ ท่านอาจารย์คงจะลืมสำรวจเป็นแน่ หรือไม่คง
คิดว่าตนจัดการได้อย่างแนบเนียนแล้ว
นางไม่มีความแค้นใดกับหมิงเทียนหยาง ไม่ได้อยากทำอันตรายใด ๆ เขา
ทว่าดูจากสถานการณ์ตอนนี้แล้วคงต้องลงมือ
“เจ้า!! เจ้ามันคนใจคอโหดเหี้ยม เจ้าฆ่าญาติของตนได้เช่นไร!!” ความโกรธ
ความโศกเศร้าสะท้อนออกมาจากน้ำเสียง และดวงตาแดงก่ำ
หมิงเทียนหยางกำพู่หยกในมือแน่นจนเลือดไหลซึมออกมา เขาไม่คิดเลยว่า
นางจะฆ่าน้องสาวตน!!
ไม่แปลกที่หมิงเทียนหยางจะรู้สึกโกรธหรือไม่เข้าใจ
เพราะเขาไม่เคยรู้เรื่องที่บิดาตนร่วมกันทำกับมารดาและน้องสาว แม้จะ
ได้รับความรักไม่ต่างกัน ทว่าด้วยนิสัยเกเร เสเพลของเขา ทำให้บิดามารดาไม่
เคยพูดเรื่องสำคัญกับอีกฝ่าย ด้วยกลัวว่าบุตรชายจะเก็บความลับไว้ไม่อยู่
“ท่านรู้จักชายชุดดำพวกนี้ใช่ไหม?” เยว่ฉีเอ่ยถามไม่คิดอธิบายเพิ่มเติม
การที่เขาโผล่มาหลังกลุ่มนางถูกชายชุดดำเข้าโจมตีมีความเป็นไปได้มากว่า
มีความเกี่ยวข้องกัน
“เจ้าไม่จำเป็นต้องรู้ เพราะอีกไม่นาน เจ้าก็จะไม่มีชีวิตอยู่แล้ว ฆ่าจะฆ่าเจ้า
เสีย!!”
หมิงเทียนหยางพุ่งเข้ามาเต็มกำลัง ต้องการฆ่าเยว่ฉีล้างแค้นให้น้องสาว
ไม่ให้น้องสาวที่น่ารักต้องตายเปล่า
“เทียนหยางเจ้าห้ามฆ่านาง!!” หัวหน้าชายชุดดำตะโกนสั่ง
“ฆ่าจะฆ่านาง นางเป็นคนฆ่าน้องสาวข้า!!”
ไม่ว่าใครจะพูดเช่นไร หมิงเทียนหยางล้วนไม่ใส่ใจ สิ่งที่เขาต้องการตอนนี้มี
เพียงชีวิตสตรีตรงหน้า
เขาจะนำสตรีผู้นี้ไปคุกเข่าต่อหน้าหลุมศพน้องสาวให้ได้!!