ข้ามเวลามาเป็นภรรยาของสามีขาพิการ ตระกูลหาน - ตอนที่ 3.1 บ้านหลังน้อยกับสามชีวิต
รถม้าแล่นไปตามทาง สองข้างถนนจากเดิมได้ยินเสียงพูดคุยจอแจของผู้คน
หลังผ่านไปไม่ถึงครึ่งชั่วยามความวุ่นวายของบ้านเมืองก็ค่อย ๆ จางหายเหลือ
ไว้เพียงความเงียบสงบและท่วงทำนองจากธรรมชาติ
เยว่ฉีเลิกผ้าม่านกั้นหน้าต่างขึ้นมองออกไปยังทิวทัศน์ซึ่งประดับประดาไป
ด้วยต้นไม้สูงใหญ่ ป่าไม้เขียวชอุ่ม มองดูธรรมชาติที่ห่างไกลจากความเจริญ
ปลายทางของรถม้าคือหมู่บ้านชวีซาน หมู่บ้านชนบทตั้งห่างออกไปจาก
เมืองโม่ฉีหนึ่งชั่วยามซึ่งแต่เดิมคือที่ตั้งของจวนตระกูลหาน
“ธรรมชาติก็ไม่เลว มีคำกล่าวว่าธรรมชาติช่วยบำบัดผู้ป่วย”
“บำบัด?” คำพูดไม่คุ้นหูชวนให้บุรุษตรงหน้าสงสัยจึงเอ่ยถาม
“บำบัด คือ การรักษา ว่ากันว่าธรรมชาติช่วยรักษาผู้คนได้” เยว่ฉีไม่คิด
ปิดบังคำพูดไม่คุ้นชิน เอ่ยอธิบายอย่างใจเย็น รอยยิ้มประดับดวงหน้า น้ำเสียง
อ่อนโยน
“มีเรื่องเช่นนี้ด้วย”
“ในความทรงจำของข้าล้วนมีเรื่องเช่นนี้ ถึงจะไม่สามารถรักษาได้ทุก
อาการเจ็บป่วย แต่สภาพจิตใจกลับสามารถ” ยามเอ่ยประโยคนี้นัยน์ตาเยว่ฉีมี
ประกายความคิดถึงเคลื่อนผ่านบางเบา ทำให้หานลั่วฉีไม่อาจสัมผัสถึง
ด้านหลังรถม้าของทั้งคู่มีรถม้าแล่นตามมาด้วยสองคัน หนึ่งคันถือรถม้าของ
หานลั่วซาน อีกคันคือรถม้าขนสัมภาระซึ่งมีเพียงน้อยนิดของผู้เคยเป็นถึง
คุณชายใหญ่
ใช้เวลาร่วมหนึ่งชั่วยามกับอีกสองเค่อทั้งสามคนก็เดินทางมาถึงหมู่บ้านชวี
ซาน เพราะต้องคอยระวังไม่ให้กระทบกระเทือนร่างกายผู้ป่วยรถม้าจึงเดินทาง
ช้ากว่าปกติเล็กน้อย
โลกที่เยว่ฉีคนใหม่มาอยู่เรียกว่า ทวีปหลงเหริน แบ่งออกเป็นสามดินแดน
ใหญ่ คือดินแดนระดับล่างเฟยฮ่าว ดินแดนระดับกลางเทียนหลง และสุดท้าย
ดินแดนระดับสูงหลินหลง
จวนตระกูลหานที่เยว่ฉีเคยอยู่ตั้งอยู่บนดินแดนระดับล่างเฟยฮ่าว เมืองโม่ฉี
ซึ่งห่างจากหมู่บ้านชวีซานหนึ่งชั่วยาม
ยิ่งระดับการอยู่อาศัยสูงเท่าใด ระดับการฝึกปราณจะยิ่งสูงมากเท่านั้น ทั้ง
จำนวนผู้ฝึกปราณก็จะมีมากขึ้น ด้วยทรัพยากรที่มีมากกว่าทั้งยังมีระดับสูงกว่า
ดินแดนระดับต่ำมักจะหาทรัพยากรที่ใช้ในการฝึกปราณได้อย่างจำกัด อีก
ทั้งของระดับสูงยังหายากในดินแดนระดับล่าง สิ่งเหล่านี้ส่งผลให้ผู้ฝึกปราณก้าว
ขึ้นสู่ระดับที่สูงขึ้นได้ยาก ผู้ฝึกปราณส่วนใหญ่จึงต้องพยายามอย่างหนักเพื่อจะ
ขึ้นไปยังดินแดนที่สูงกว่า
แต่ไม่ว่าจะเป็นดินแดนระดับใดก็ล้วนแล้วแต่มีการแข่งขันสูงไม่ต่างกัน
นอกจากพรสวรรค์ความสามารถแล้วสิ่งที่ผู้คนที่นี่คิดว่าควรจะมีมากที่สุด
คือ โชค โชควาสนาในการพบพานเครื่องมือซึ่งช่วยในการฝึกปราณ รวมไปถึง
ทรัพย์สินพอให้ใช้จ่ายออกไปได้อย่างไม่จำกัด
รถม้าหยุดแล้ว เยว่ฉีมองกำแพงเก่าโทรมตรงหน้าพลันขมวดคิ้ว
คงไม่ใช่บ้านหลังนี้ใช่ไหม?
ไม่ต้องให้นางรอคำตอบนานเกินไป เมื่อคนขับรถม้าพูดขึ้นมาว่าถึงบ้าน
พวกเขาแล้ว
เยว่ฉีพลันขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน คนตระกูลหานแสนประเสริฐอวดอ้างว่าตนเป็น
ผู้ฝึกปราณมีคุณธรรม หวาดกลัวชื่อเสียงจะเป็นที่กล่าวถึง ดูการกระทำแต่ละ
อย่าง สมควรโดนด่าสามวันแปดวัน
เยว่ฉีถอนหายใจยาว หันไปมองสามี
คนผู้นี้ต่างหากที่ควรจะรู้สึกมากกว่านาง ทว่าพอได้สบสายตาหนักแน่น
ตรงหน้า ความหงุดหงิดในใจพลันสลายลงไปมาก เอ่ยเสียงอบอุ่นเป็นกันเอง
“ก็ดีกว่าบ้านหลังนั้น ถึงจะทรุดโทรมไปบ้างแต่ยังดีที่มีที่ซุกหัวนอน” ยาม
กล่าวประโยคนี้ใบหน้าเยว่ฉีประดับรอยยิ้มเล็กน้อยอยู่ตลอด
หานลั่วอี้พยักหน้าเห็นด้วย ธรรมชาติของชนบทก็ไม่แย่อย่างที่คิด ทั้งเงียบ
สงบและเป็นส่วนตัว อาจจะไม่สะดวกสบายเท่าตระกูลใหญ่ที่อยู่อาศัยมาตลอด
ยี่สิบปี แต่กลับให้ความรู้สึกสบายใจมากกว่าความกดดันเหล่านั้นหลายเท่า
ทั้งคู่ลงมาจากรถม้าแล้ว แม้หานลั่วอี้จะถูกผู้คนกำหนดให้ไม่สามารถฝึก
ปราณได้ แต่ก็ยังเป็นถึงผู้ฝึกปราณขั้นสาม ในหมู่บ้านนี้ถือได้ว่าอยู่ระดับสูงสุด
ก่อนจะป่วยหานลั่วอี้เป็นถึงผู้ฝึกปราณขั้นหก ซึ่งถือได้ว่ามีความสามารถโดน
เด่นแต่หลังจากต้องพิษจนเส้นลมปราณเสียหายไปจนถึงขาทั้งสองข้าง
ความสามารถก็ลดลงอย่างมาก และการที่เส้นลมปราณเสียหายยากจะรักษา
หมอมีชื่อมากมายจึงพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ไม่อาจรักษาได้
เยว่ฉีผลักรถเข็นชายหนุ่มผ่านประตูกำแพงบ้านที่เปิดอ้าไว้ครึ่งหนึ่งเข้าไป
นางเข็นรถเข็นไปหยุดไว้ใต้ต้นไม่ข้างกำแพง ก่อนจะพาร่างเดินไปสำรวจดูว่า
บ้านพอจะอยู่อาศัยได้หรือไม่
ทันทีที่ผลักบานประตูเข้าไปฝุ่นมากมายก็กระโดดออกมาต้อนรับจนต้อง
หลบหน้าหนี สำลักไอออกมาอยู่นาน เยว่ฉีเหลือบสายตาเข้าไปสำรวจด้านใน
อีกครั้ง ไม่มีแสงลอดผ่านลงมาจากหลังคา พยักหน้าพึงพอใจ อย่างน้อยก็มั่นใจ
ได้ว่าหลังคาไม่รั่ว ก่อนจะเดินเข้าไปเปิดหน้าต่างออกเป็นอย่างแรก
ตอนที่ 3.2 บ้านหลังน้อยกับสามชีวิต
บ้านหลังน้อยนี้มีห้องอยู่ทั้งหมดสองห้องเพียงพอสำหรับพวกเขาสามคน
ถึงจะยังตะขิดตะขวงใจที่ต้องนอนร่วมห้องกับหานลั่วอี้ แต่ยังไงก็ได้ชื่อว่า เป็น
สามีภรรยา นอนห้องเดียวกันก็ใช่ว่าจะเป็นเรื่องไม่สมควร
สำรวจบ้านคร่าว ๆ แล้ว เยว่ฉีก็เดินออกมาด้านนอก ข้างบ้านหลังน้อยมี
เพิงสำหรับหุงหาอาหารตั้งอยู่ มีเตาสำหรับใช้ทำอาหารและฝืนซึ่งโดนแมลงกัด
เจาะจนเป็นรูไปหมดแล้ว ข้างเพิงหญ้ามีบ่อน้ำบ่อหนึ่ง มีฝาไม้ผุ ๆ ปิดเอาไว้
พอเปิดดูน้ำในบ่อยังมีพอให้ใช้ ไม่ต้องลำบากออกไปตักน้ำที่ไหนไกล
ในลานบ้านขนาดเล็กเต็มไปด้วยเถาวัลย์ หญ้า และต้นไม้ ไม่จำเป็นต้องมี
คนบอกแค่ดูก็รู้แล้วว่าบ้านหลังนี้ถูกทิ้งร้างมานานแค่ไหน
“ยังดีที่หลังคาไม่เป็นอะไร ทำความสะอาดสักหน่อยก็นอนได้แล้ว มีห้อง
อยู่สองห้องพอดี พอให้หานลั่วซานได้นอนอย่างสบาย ๆ ” ท่าทีไม่ทุกร้อนและ
คำพูดสบาย ๆ ของเยว่ฉี ไม่น่าเชื่อว่าจะช่วยคลายความอยุติธรรมในใจหานลั่ว
อี้ได้หลายส่วน
เขามองหน้าภรรยานิ่ง ก่อนจะกล่าวเสียงเนิบช้าหนักแน่น
“เช่นนั้นก็ถือว่าเป็นบ้านที่ดีของเรา” ไม่รู้ว่าเพราะสายตาที่มองมา หรือ
ประโยคคำว่า บ้านของเรากันแน่ ถึงทำให้หัวใจเยว่ฉีอบอุ่นขึ้นมาอย่างน่า
ประหลาด
ระหว่างที่เยว่ฉีเดินสำรวจบ้าน คนขับรถม้าของตระกูลก็ขนสัมภาระมาไว้
ข้างตัวหานลั่วอี้หมดแล้ว มองหีบของที่มีเพียงไม่กี่ใบเยว่ฉีอดทอดถอนใจไม่ได้
ตลอดระยะเวลาตั้งแต่รถม้ามาจอดหน้ากำแพงบ้านเกือบท้ายหมู่บ้าน
ชาวบ้านโดยรอบผ่านไปผ่านมาต่างมองมาด้วยความสงสัยใคร่อยู่ ถึงกับมีบาง
คนเดินเข้ามาใกล้สอบถามกับคนขับรถม้า ยังดีที่บ่าวเหล่านั้นไม่ได้ปากมาก พูด
เพียงว่ามาส่งคนเท่านั้น
ชาวบ้านหลายคนต่างอยากรู้อยากเห็น เพราะพวกเขาบางคนทันได้เห็นว่า
ในบรรดาคนที่ลงจากรถม้ามา มีคนนั่งรถเข็นคนหนึ่ง และเด็กนอนหลับไม่ได้
สติคนหนึ่ง แถมทั้งคู่ยังเป็นบุรุษ ส่วนสตรีที่มีสติดีกับร่างกายผอมแห้ง
พวกเขาไม่กลัวคนเข้ามาใหม่แต่กลัวคนมาสร้างความลำบากให้มากกว่า
ชาวบ้านที่บ้านใกล้เคียงบางคนถึงขั้นออกมานั่งหน้าประตูบ้านเพื่อมองสำรวจ
อย่างจริงจัง
“คุณชายใหญ่ พวกข้าขนของเสร็จแล้วเช่นนั้นขอตัวลา” หานลั่วอี้มองท่าที
เชิงเคารพระคนดูแคลนก็ไม่พูดอะไรพยักหน้าน้อย ๆ ให้คนทั้งสาม
เมื่อคนไปแล้วตอนนี้ก็เหลือเพียงหานลั่วอี้ เยว่ฉี และหานลั่วซานนอนหลับ
อยู่บนฝูกข้างกายพี่ชาย บุรุษหนุ่มหันหน้าไปมองน้องชายต่างมารดาด้วยสีหน้า
หลากหลาย ทว่าในความหมายของสายตากับไม่มีความเคียดแค้นชิงชังปรากฏ
อยู่
เยว่ฉีสงสัยในความสัมพันธ์ของทั้งสองคน เห็นได้ชัดว่า มารดาเด็กน้อยคน
นี้ไม่ได้มีความรู้สึกดีต่อหานลั่วอี้แต่ทำไมเขาถึงได้ดูเป็นห่วงเด็กน้อยคนนี้เสีย
เหลือเกิน
คนก็ไปแล้ว ตอนนี้ไม่ใช่เวลามามัวสงสัยความสัมพันธ์คนทั้งคู่ ยังมีเวลาอีก
มากให้นางได้ถามไถ่เรื่องราวหลายอย่าง ตอนนี้สิ่งที่ต้องทำเป็นอย่างแรก คือ
การทำความสะอาดบ้านหลังน้อยนี้ให้พอซุกหัวนอนได้
เยว่ฉีบอกกับหานลั่วอี้ว่าจะไปทำความสะอาดบ้าน ชายหนุ่มต้องการ
ช่วยเหลือ ถึงขาจะใช้การไม่ได้แต่ส่วนอื่น ๆ ยังสามารถใช้งานได้ปกติ แต่เยว่ฉี
ปฏิเสธ โดยให้เหตุผลว่า หานลั่วซานต้องมีคนคอยดูแล
พอคิดถึงความปลอดภัยของน้องชาย หานลั่วอี้จึงไม่ดึงดันช่วยเหลืออีก
ยอมกลับไปอยู่ข้าง ๆ น้องชายแต่โดยดี ส่วนเยว่ฉีก็หันหลังเดินเข้าบ้านไป
หานลั่วอี้ได้แต่มองตามแผ่นหลังภรรยาหายลับเข้าไปในบ้าน นัยน์ตาชาย
หนุ่มพลันปรากฏคลื่นอารมณ์