ข้ามเวลามาเป็นภรรยาของสามีขาพิการ ตระกูลหาน - ตอนที่ 37.1 เมืองแห่งความคึกคัก
“เถ้าแก่ท่านหายไปหลายวันได้ของดีติดมือมาบ้างหรือไม่” หนึ่งในลูกจ้าง
คนสนิทเอ่ยถามเสินเทียน เถ้าแก่ร้านผู้มักจะอยู่ที่ร้านเสมอ ทว่าไม่กี่วันก่อนกับ
หายไปจากร้านและปล่อยให้เขาดูแล จะไม่ให้นึกสงสัยได้อย่างไร อีกทั้งยัง
หายไปพร้อมกับภรรยาของท่านผู้นั้น
“เจ้าจมูกดีหรือ? แต่ข้ามีของดีติดมือมาอย่างที่เจ้าเข้าใจ แถมยังเป็นของดี
มากด้วย” ความยินดีที่ปิดไม่มิดบนใบหน้าทำให้ลูกจ้างสงสัย เป็นของดีถึงขั้น
ไหนกัน ถึงได้ทำให้เถ้าแก่ดีใจจนออกนอกหน้าเช่นนี้
เสินเทียนไม่สนใจสายตาอยากรู้อยากเห็นของลูกน้อง ก้าวไม่เร็วไม่ช้าเข้า
ไปยังส่วนด้านหลังของร้าน
ระหว่างทางมีลูกค้าหลายคนได้ยินในสิ่งที่ทั้งสองพูดคุยกัน ล้วนแล้วแต่เกิด
ความต้องการอยากรู้ นอกจากเงินกับหยกวิญญาณมีอะไรอีกที่ทำให้เถ้าแก่ร้าน
ซินซินมีความสุขด้วยหรือ?
“เมิ่งซิวกิจการร้านในช่วงนี้เป็นเช่นไร”
“บอกตามความจริง กิจการร้านของเรายังคงมีลูกค้าเข้าออกจำนวนมาก
แต่เมื่อเทียบกับร้านค้าหยกของสองตระกูลใหญ่ยังถือว่าน้อยกว่า” เสินเทียน
คิดคำนวณในใจ ก่อนจะยิ้มออกมา
“เมิ่งซิว เจ้าพูดมาตลอดใช่ไหมว่าต้องการให้ร้านค้าซินซิน เป็นร้านค้าหยก
อันดับหนึ่ง”
“เป็นเช่นนั้น ข้าอยากให้ร้านซินซินเป็นอันดับหนึ่งในเมืองโม่ฉี”
“ความหวังของเจ้าใกล้จะเป็นจริงแล้ว”
“เถ้าแก่ ท่านพูดเช่นนี้หมายความว่าการที่ท่านหายไปกับแม่นางเยว่มีเรื่อง
ดีมากเกิดขึ้นใช่หรือไม่? ข้าคิดไว้แล้วไม่มีผิดแม่นางเยว่จะต้องไม่ธรรมดา
ไม่เช่นนั้นคงมัดใจนายท่านเอาไว้ไม่ได้” พอลืมตัวทีไรเมิ่งซิวมักจะเรียกหานลั่ว
อี้ว่านายท่านเสมอ เพราะเขานับถือหานลั่วอี้มากกว่าเสินเทียนที่เป็นนายจ้าง
“เมิ่งซิวบางครั้งข้าก็อดคิดไม่ได้ว่า ตกลงแล้วเจ้าเป็นลูกน้องใครกันแน่”
“ถ้าข้าเลือกได้ก็อยากจะเป็นลูกน้องนายท่านหานขอรับ” เมิงซิ่วตอบแบบ
ไม่ต้องคิด ท่านหานเก่งกาจสามารถถึงขั้นนั้น ไม่ใช่ว่านายท่านเสินเทียนก็ยัง
เกรงใจนายท่านหานอยู่หลายส่วนหรือ
“เจ้านี่!! ข้าจะหักเงินค่าจ้างเจ้า”
“ไม่ได้นะขอรับ หากเถ้าแก่หักเงินข้า ข้าจะทำงานให้น้อยลง!!” เสินเทียน
เริ่มไม่เข้าใจแล้วว่า ใครกันเป็นลูกจ้างใครเป็นนายจ้าง
แต่ในบรรดาลูกจ้างในร้านทั้งหมด มีเพียงเมิ่งซิวที่สามารถพูดหยอกล้อ
เช่นนี้กับชายหนุ่ม
“เลิกพูดเล่นได้แล้ว ไปเตรียมห้องเก็บหยกให้พร้อม อีกไม่นานข้าจะเอา
หยกวิญญาณเข้ามา”
“ขอรับ” พอเป็นเรื่องงานเมิ่งซิวก็เปลี่ยนจากขี้เล่นเป็นจริงจังขึ้นมาทันที
รีบเดินไปจัดเตรียมห้องและสิ่งของจำเป็นอื่น ๆ
คนออกไปแล้ว เสินเทียนจึงหยิบหินสื่อสารจากอกเสื้อออกมา หินชนิด
พิเศษที่สามารถใช้สื่อสารกับคนที่อยู่ไกลออกไปได้ เพียงใส่พลังปราณลงไปแล้ว
คิดถึงหน้าของคนที่ต้องการพูดคุย หินสื่อสารก็จะเชื่อมต่อกับหินสื่อสารอีก
ก้อนแล้วส่งเสียงเตือน
“มีอันใด ไม่ติดต่อครอบครัวมาเสียนาน บิดานึกว่าเจ้าเสียชีวิตไปแล้ว”
“ท่านพ่อ พูดกับลูกที่ไม่ได้คุยกันนานแบบนี้หรือ ที่นั่นเป็นเช่นไรบ้าง”
“ยังเหมือนเดิม ส่วนคนที่ลอบสังหารเจ้าพ่อจัดการหมดแล้ว จะกลับบ้าน
มาได้หรือยัง”
“ยังขอรับ ที่ดินแดนนี้ยังมีเรื่องสนุกหลายเรื่องให้ลูกได้เห็น”
“ฟังจากน้ำเสียงคงดีไม่น้อย แล้วผู้มีบุญคุณของเจ้าเล่าสบายดีหรือไม่”
“ท่านพ่อดูจะสนใจผู้มีบุญคุณของข้ามากเลยนะขอรับ”
“หากเลือกได้ข้าก็อยากจะมีลูกเก่งกาจเช่นชายผู้นั้น ทั้งที่อยู่ในดินแดนไม่
เหมาะสม แต่ก็สามารถไต่มาถึงฝึกปราณขั้นหก”
“บางทีข้าก็สงสัยว่าท่านพ่อรักข้าบ้างหรือไม่” น้ำเสียงเสินเทียนไม่มีความ
น้อยใจใด ๆ เขาทราบอยู่แล้วว่าบิดารักเขามาก หากไม่รักคงไม่รีบจัดการคนที่
บังอาจมาลอบสังหารเขา ทั้งยังช่วยขุดรากถอนโคนคนพวกนั้นด้วย
แต่ที่บิดาพูดออกมาเช่นนี้ เพราะไม่รังเกียจหากจะมีบุตรมีความสามารถ
เพิ่มอีกคน
ตอนที่ 37.2 เมืองแห่งความคึกคัก
“เลิกพูดเหลวไหลแล้วเล่าชีวิตช่วงนี้มาให้พ่อฟัง สบายดีหรือไม่ มีคนกล้า
มารังแกเจ้าหรือไม่”
“ไม่มี ตั้งแต่ครั้งก่อนที่ข้าขอให้ท่านช่วยก็ไม่มีใครในเมืองนี้กล้ามีปัญหากับ
ข้า คิดแล้วตัวข้าก็โชคดีไม่น้อยที่มีบิดาเก่งกาจเช่นท่าน”
“ส่วนข้ารู้สึกโชคร้ายที่มีบุตรไม่เป็นโล้เป็นพายเช่นเจ้า” เสินเทียนหน้าหงิก
บิดาจะต่อว่ากันมากเกินไปแล้ว!!
“ท่านพูดเช่นนี้ไม่ถูกนะ เพราะข้าเป็นผู้ฝึกปราณขั้นห้าแล้ว” คนฟังเลิกคิ้ว
แปลกใจ ฝึกปราณขึ้นห้าสำหรับอายุเท่านี้นั่นถือว่ามีพรสวรรค์อยู่บ้าง
“ไม่เลวเลย ญาติพี่น้องที่อายุเท่าเจ้ายังไม่มีใครผ่านมาถึงฝึกปราณขั้นห้า
ทั้งที่ตอนนี้เจ้าไม่ได้รับการดูแลอย่างดีจากคนในตระกูลกับก้าวมาถึงขั้นนี้ได้ สม
กับเป็นลูกข้าจริง ๆ ใช้ชีวิตให้ดีและอย่าลืมพาผู้มีพระคุณมาหาพ่อด้วย” เสิน
เทียนกลอกตามองบน บิดาตบหัวแล้วลูบหลังหรือ เมื่อสักครู่ยังบอกว่าเสียใจที่
มีเขาเป็นบุตร!!
“คงไม่ใช่เร็ว ๆ นี้ พอดีหานลั่วอี้เกิดเรื่องทำให้ไม่สามารถฝึกปราณได้
ระดับการฝึกปราณก็ลดเหลือเพียงฝึกปราณขั้นสาม” เสินเทียนได้ยินเสียงถอน
หายใจจากบิดา พลันเข้าใจความรู้สึกขึ้นมาทันที
“ครอบครัวสินะ”
“มีส่วนขอรับ เพราะหานลั่วอี้เป็นบุตรภรรยารอง แต่กลับมีความสามารถ
เหนือกว่าบุตรภรรยาเอก”
“หากเขาแยกได้บอกให้แยก ข้าจะรับมาดูแลเอง” ถึงจะฝึกปราณไม่ได้ เขา
ก็ไม่คิดรังเกียจ ในเมื่ออีกฝ่ายเป็นผู้มีบุญคุณกับลูกชาย ดูแลคนป่วยเพียงคน
เดียวเขาทำได้
เพราะหากไม่มีหานลั่วอี้บุตรชายเพียงคนเดียวของเขาคงจะหายไปตลอด
กาล
“ท่านพ่อไม่ต้องกังวล ข้าไม่ทราบว่าหานลั่วอี้ไปได้รับยาวิเศษใดมา ดู
เหมือนว่าอีกไม่นานเขาจะกลับมาเดินและฝึกปราณได้ อีกทั้งเส้นลมปราณยัง
แข็งแกร่งมากกว่าเดิมถึงห้าส่วน” คำพูดของบุตรทำผู้เป็นบิดาเลิกคิ้วสงสัย
“วิเศษมากจริง ๆ หากสามารถรู้ได้คงดีไม่น้อย แต่ถึงเขาจะไม่บอกเจ้าก็ไม่
ต้องสนใจ”
“ท่านพ่อ ข้าทราบขอรับ แค่ที่ข้าได้รับจากพวกเขาก็มาเกินพอแล้ว” เขา
พูดเพียงเท่านั้นก่อนเปลี่ยนเรื่อง “อีกอย่างตอนนี้ข้าได้พบผู้มีความสามารถ
พิเศษ”
“……“
เสินเทียนมองซ้ายขวากางม่านกั้นเสียงก่อนเอ่ยต่อ “นักหลอมโอสถที่
สามารถตรวจหาหยกวิญญาณได้”
“เจ้าพบที่ใด!! แล้วตอนนี้คนผู้นั้นอยู่ที่ไหน พามาพบพ่อเดี๋ยวนี้ ดูแลคนผู้
นั้นให้ดีอย่าให้เป็นอันตราย” ประโยคพูดรัวไม่หยุดของบิดา ไหนจะน้ำเสียง
กระตือรือร้นดังสะท้อนออกมา ทำเอาเสินเทียนต้องขยับหินสื่อสารออกห่าง
จากตัว
“ท่านพ่อเสียงดังเกินไปแล้ว ท่านใจเย็น ๆ ข้ารู้ว่าท่านตกใจ”
“เจ้าไม่บอกเรื่องนี้ตั้งแต่แรก เจ้าก็รู้ว่าผู้ที่มีความสามารถเช่นนี้หายากมาก
ทั้งยังมีความสำคัญมาก”
“ท่านไม่ต้องกังวล เมื่อถึงเวลาข้าจะพาไปพบท่าน เพราะคนผู้นั้นคือ
ภรรยาของหานลั่วอี้” ปลายสายถอนหายใจยาว เอ่ยออกมาด้วยความเสียดาย
“หากคนผู้นั้นเป็นสะใภ้ข้าคงดีไม่น้อย”
“ท่านคงไม่คิดจะให้ข้าไปแย่งภรรยาผู้มีพระคุณมาใช่ไหม”
“เจ้าเลอะเลือนหรือ? ถึงจะอยากได้มากเพียงใด แต่คนเขามีครอบครัวแล้ว
จะไปแยกคนเขามาทำไม เจ้าทำดีกับพวกเขาก็พอ อย่าได้คิดหาประโยชน์จาก
ความใจดีของผู้อื่น” เสินเทียนอยากจะบอกบิดาเหลือเกินว่า เขาต่างหากที่เป็น
ผู้เสียหาย สองสามีภรรยาคู่นั้นหาใช่คนที่จะยอมให้ผู้อื่นรังแก
ถึงจะพูดไปบิดาย่อมไม่มีทางเชื่อ เสินเทียนจึงไม่กล่าวออกไป พูดคุย
แลกเปลี่ยนเรื่องราวกันอีกสองสามประโยค ก่อนจะวางสาย
“อีกไม่นานสำนักเซียนหลงจะเปิดรับศิษย์ใหม่ เจ้าอย่าลืมมาคัดเลือกเข้า
สำนักศึกษาด้วย”
“เข้าใจแล้วขอรับท่านพ่อ” และทั้งสองก็วางสาย
จากนั้นเสินเทียนก็เริ่มแผนสำหรับขายหยกวิญญาณ
ตอนที่ 37.3 เมืองแห่งความคึกคัก
ข่าวการมีอยู่ของหยกวิญญาณระดับสูงสร้างความฮือฮาให้ผู้คนในเมืองโม่ฉี
ไม่น้อย ไม่เพียงแค่นั้น ผู้คนจากเมืองข้างเคียงยังเดินทางมายังเมืองโม่ฉี เพื่อ
หยกวิญญาณระดับสูง
สิ่งนี้สร้างความปั่นป่วนในเมืองโม่ฉีเป็นอย่างมาก จำนวนคนในเมืองเพิ่มขึ้น
เกือบสองเท่าตัว ส่วนคนที่ได้ประโยชน์จากข่าวนี้มากที่สุดเห็นจะเป็นโรงเตี้ยม
ร้านรวงต่าง ๆ ซึ่งยอดขายพุ่งขึ้นสูงกว่าครึ่งเดือนก่อนเป็นเท่าตัว บางร้านมาก
ถึงสองเท่าตัว ทำเอาเถ้าแก่ร้าน เจ้าของร้านแผงลอยหน้าบานไปตาม ๆ กัน
แล้วข่าวที่ว่ามาจากใด?
แน่นอนว่าข่าวที่ทำให้ผู้ฝึกปราณทั้งหลายให้ความสนใจถึงขั้นเดินทางจาก
เมืองของตนมายังเมืองโม่ฉีมาจากร้านซินซิน
วันนั้นเสินเทียนได้ปล่อยข่าวออกไปว่า ร้านซินซินมีหยกวิญญาณระดับสูง
คุณภาพสูงในครอบครอง หากผู้ใดต้องการ ภายในวันที่ …. เดือน …. สามารถ
เดินทางมาเข้าร่วมที่ร้านซินซินได้
และนั่นก็เป็นสาเหตุของความครึกครื้นที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ หลายคนถึงขั้น
ถามว่า เจ้าเตรียมเงินมากี่มากน้อย เพียงพอสำหรับหยกวิญญาณระดับสูง
หรือไม่
เพราะหยกวิญญาณระดับสูงแค่ราคาเริ่มต้นก็อยู่ที่สองพันตำลึงแล้ว
สำหรับคนที่ไม่มีภูมิหลังย่อมไม่มีทางเอื้อมถึง ต้องมีเงินในมือไม่น้อยถึงจะ
สามารถคว้าสิ่งที่มีประโยชน์ต่อตนเองมาครอบครอง
เพราะราคาไม่ต่ำคำนวณจากตระกูลใหญ่ในเมืองโม่ฉีเงินที่ได้คงไม่มาก
เท่าใด เสินเทียนจึงได้ทำการปล่อยข่าวออกไปตามเมืองต่าง ๆ และผลตอบรับ
ก็ดีเกินกว่าที่เขาคาดการณ์ไว้ มีหลายคนเข้ามาสอบถามว่า ข่าวลือเป็นความ
จริงหรือไม่ ลูกจ้างร้านหลายคนก็ยิ้มกริ่มอ้อมแอ้มตอบว่า เป็นความจริง
ข่าวลือได้รับการยืนยันยิ่งสร้างความกระหายจากผู้คน คนมีเงินเตรียมเงิน
คนไม่มีเงินได้แต่อิจฉา
“ครึกครื้นเสียจริง เตรียมการทุกอย่างเรียบร้อยใช่ไหม”
“ไม่ต้องห่วง ไม่มีเรื่องใดผิดพลาด หากผิดก็คงจะเป็นเจ้าที่ทำให้เกิด
เหตุการณ์เช่นนี้”
“ผู้คนส่วนมากมักโลภและหลงใหลในอำนาจ สิ่งที่สนองพวกเขาได้คือ สิ่งที่
จะทำให้อำนาจแข็งแกร่งขึ้น” เยว่ฉีภายใต้ผ้าคลุมกวาดตามองผู้คนเดินเข้าออ
กร้านซินซินจนแน่นขนัดจากชั้นสอง รอยยิ้มปรากฏมุมปาก
หยกวิญญาณเกือบทั้งหมดที่นำออกมาขาย เป็นหยกวิญญาณที่ผ่านการ
คัดเลือกออกมาแล้ว
ในจำนวนหยกวิญญาณสองหมื่นก้อน พวกเขาผ่าเอาหยกวิญญาณระดับสูง
ที่สุด คุณภาพสูงออกมาได้ถึงสิบก้อน เก็บไว้กับตัวเจ็ดก้อน ให้เสินเทียนสอง
ก้อน และครอบครัวเฟิงหนึ่งก้อน สภาพของทั้งสองคนตอนนั้นถึงขั้นเป็นลม
หมดสติต้องพาไปนอนพักบนแคร่ปล่อยให้หายตกใจ
นอกจากหยกวิญญาณระดับสูงที่สุดสิบก้อน ซึ่งไม่นำออกมาขาย ยังมีหยก
วิญญาณระดับสูงอีกสี่ร้อยก้อน ในจำนวนสี่ร้อยก้อนนั้นเป็นหยกวิญญาณ
คุณภาพกลางค่อนไปทางสูงและคุณภาพสูง เยว่ฉีจึงแบ่งหยกวิญญาณระดับสูง
คุณภาพสูงห้าสิบก้อนออกเป็นสามส่วนแล้วแบ่งกัน
ส่วนที่เหลือเป็นหยกวิญญาณระดับกลางคุณภาพกลางและสูงทั้งหมด
เรียกได้ว่าผลลัพธ์ที่ได้จากหยกวิญญาณสองหมื่นก้อนนั้นเยอะมาก ถึงขั้น
สามารถใช้ได้นานเป็นปี
เยว่ฉีได้แบ่งหยกวิญญาณระดับกลางไว้ส่วนหนึ่ง เพราะขั้นฝึกปราณยังต่ำ
นางยังไม่สามารถดูดซับพลังวิญญาณจากหยกวิญญาณระดับสูงได้ ต้องดูดซับ
จากระดับต่ำและกลางไปก่อน
ที่เยว่ฉีแบ่งหยกวิญญาณให้ครอบครัวเฟิง ซึ่งผิดจากที่คุยกันตอนแรกนั้น
ไม่ใช่แค่เพราะพวกเขาดีต่อครอบครัวนาง แต่เพราะเยว่ฉีต้องการให้ทั้งสองคน
แข็งแกร่งขึ้น พอจะเป็นกำลังให้กันและกัน รู้จักกันมาร่วมครึ่งปี ทั้งสองคนไว้ใจ
ได้ และยังเป็นคนดีมีคุณธรรม นางเชื่อว่าสิ่งที่มอบให้ไปจะต้องได้รับ
ผลตอบแทนที่ดีกลับมา
แม้ว่าตอนนี้สองสามีภรรยาเฟิงจะยังไม่สามารถดูดซับหยกวิญญาณ
ระดับสูงเหล่านั้นได้ แต่สามารถเก็บไว้ใช้ในอนาคต นอกจากหยกวิญญาณ
ระดับสูงที่สุด เยว่ฉียังมอบหยกวิญญาณระดับต่ำและกลางให้อีกระดับละห้าสิบ
ก้อน
ทั้งสองคนแทบจะลงไปคุกเข่าขอบใจในความใจกว้างของนาง ทั้งยังเอ่ย
สัญญาโดยไม่ต้องร้องขอว่าจะขอติดตามรับใช้ครอบครัวนาง
ซึ่งนั่นทำให้หานลั่วอี้พอใจ
เสินเทียนได้ยินคำพูดของหญิงสาวพลันเข้าใจว่า สตรีข้างกายหานลั่วอี้
ไม่ได้ไร้เดียงสาและอ่อนแอถึงขั้นต้องประคบประหงม
นางเข้าใจโลกและผู้คน ราวกับว่าเป็นสตรีผู้ผ่านโลกมามาก หาใช่สตรีอายุ
เพียงสิบหกอย่างที่ตนเข้าใจ
“ถึงเวลาแล้วเข้าไปด้านในกันเถิด ข้าอยากจะเห็นความสนุกสนานต่อจาก
นี้แล้ว”
“ได้ เชิญด้านนี้ ข้าได้เตรียมห้องสำหรับเจ้าและหานลั่วอี้ไว้แล้ว”
เสินเทียนเชิญเยว่ฉีไปยังห้อง ซึ่งได้มีการจัดเตรียมไว้เป็นพิเศษ ภายในห้อง
สามารถมองเห็นและได้ยินเสียงเหตุการณ์ด้านล่างได้ แต่คนด้านล่างไม่สามารถ
เห็นหรือได้ยินสิ่งที่เกิดขึ้นในห้อง
คล้อยหลังคนทั้งสองตระกูลที่ไม่ต้องการพบหน้ามากที่สุดพลันปรากฏตัว
ขึ้นที่ชั้นหนึ่ง พวกเขากวาดตามองสำรวจร้านซินซิน
ในใจเกิดความคิดเดียวกัน
หากตนสนิทกับเถ้าแก่ร้านค้าหยกคงดีไม่น้อย