ข้ามเวลามาเป็นภรรยาของสามีขาพิการ ตระกูลหาน - ตอนที่ 36.1 ส่วนแบ่ง
กว่าทั้งสองคนจะออกจากห้องมาได้เวลาก็ผ่านล่วงเลยไปถึงครึ่งชั่วยาม
และเมื่อทั้งสามคนเห็นว่าคนในบ้านออกมากันแล้วความกังวลบนใบหน้าหลัว
หรูพลันหายไป เหลือไว้เพียงความโล่งใจ เฟิงซิ่วที่ไม่คิดอะไร กับเสินเทียนที่
ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่
ออกมาเสียที เขารอพูดคุยเรื่องสำคัญจนรากจะงอกอยู่แล้ว!!
“เจ้าออกมาเสียที เหตุใดถึงได้หายไปนานนัก” เสินเทียนกล่าวขึ้นก่อนใคร
พร้อมก้าวขาเข้าไปใกล้ ทว่าพอได้รับสายตาจากหานลั่วอี้ฝ่าเท้าพลันชะงักถอย
หลังกลับไปยืนที่เดิม
“อย่าพูดให้มากความ ในเมื่อท่านเห็นแล้วว่าหินหยกวิญญาณมีไม่น้อย
เช่นนั้นข้าจะพูดถึงเรื่องส่วนแบ่งกำไร” เสินเทียนตื่นเต้นถูมือเข้าด้วยกัน
แต่ก่อนเยว่ฉีจะได้พูด เสินเทียนก็ห้ามขึ้นมาก่อน เขาใช้พลังปราณกางม่าน
พลังกั้นเสียงไม่ให้ผู้อื่นได้ยินในสิ่งที่กำลังจะพูดต่อจากนี้
“เจ้าพูดมา ทุกอย่างพร้อมแล้ว”
เยว่ฉีมองม่านป้องกันไม่นานก่อนจะหันมาพูดต่อ
“ข้าหกส่วน ท่านสี่ส่วน” เสินเทียนตาลุกวาวกำลังจะเอ่ยปากตกลง ทว่า
เสียงเรียบนิ่งกับเอ่ยขัดขึ้นมาก่อน
“เจ็ดส่วนสามส่วน”
“หืม?” เยว่ฉีก้มหน้ามอง “ลั่วอี้ไม่น้อยไปหรือ”
“ไม่น้อย ปกติแล้วคนค้นพบจะได้ส่วนแบ่งแปดส่วน” หานลั่วอี้พูดเพียงแค่
นั้น เขาไม่ได้อธิบายเพิ่มเติมว่า หากชาวบ้านธรรมดาเป็นคนพบนอกจากจะ
ไม่ได้รับส่วนแบ่งแล้ว อาจจะรักษาชีวิตไว้ไม่ได้ด้วย
แต่เรื่องนั้น เขาไม่มีทางให้มันเกิดขึ้นกับภรรยา
เยว่ฉีฟังคำพูดสามีก็พยักหน้าเข้าใจ หันไปมองเสินเทียนด้วยสายตา
ประมาณว่า ท่านคิดจะเอาเปรียบข้าหรือ? ฝ่ายเสินเทียนมองมาด้วยสายตา
เจ้าเป็นคนเสนอ ข้าไม่ผิด
แต่ถึงจะน้อยใจมากแค่ไหน เขาก็ทำได้เพียงยิ้มรับโชคชะตา
หากเขาไม่ยินยอม เมื่อชายตรงหน้ากลับมาหายดีไม่อยากจะคิดถึงสิ่งที่
ตามมา จริงอยู่ที่หานลั่วอี้รักครอบครัวและให้ความสำคัญกับคนของตนเองมาก
แต่กับคนสำคัญที่สุดเขาจะให้ความสำคัญมากจนสามารถเปลี่ยนไปเป็นอีกคน
พูดเรื่องผลกำไรกับเสินเทียนแล้ว เยว่ฉีก็หันมาทางครอบครัวเฟิง
“พี่หลัว พี่เฟิง พวกท่านสองคนก็มีส่วนร่วม ข้าจะจ้างพวกท่านขุดและขน
หินลงมาจากเขาพร้อมทั้งช่วยผ่าหินหยก ค่าจ้างเป็นหยกวิญญาณระดับต่ำ
คุณภาพกลางสิบห้าก้อนหรือไม่ก็หยกวิญญาณระดับกลางคุณภาพกลางสาม
ก้อน เป็นเช่นไร”
“มากมายยิ่ง!! ข้ากับพี่เฟิงล้วนยินดี” หลัวหรูไม่ปฏิเสธทั้งไม่ต่อรอง ในเมื่อ
เยว่ฉีพูดออกมาเช่นนี้ไม่ว่าเขากับสามีจะปฏิเสธว่ามากเกินไป เด็กสาวย่อมต้อง
หาทางให้พวกเขายอมรับข้อเสนอ
“เช่นนั้นพรุ่งนี้ก็เริ่มงาน ส่วนหินหยกที่ขนมาวันนี้ข้าว่าจะลองผ่ากับลั่วอี้
สองคนดู”
“ให้ข้าช่วยด้วย ไม่ต้องจ่ายเงิน” หลัวหรูเป็นคนเอ่ย ทำงานวันเดียวไม่ต้อง
มีเงินก็ได้ นางยินดีช่วย สิ่งสำคัญคือ นางอยากจะรู้ว่ามีหยกวิญญาณระดับ
ใดบ้างอยู่ในหินหยกเหล่านี้
ไม่ใช่เพียงหลัวหรูที่อยากรู้ เสินเทียนก็อยากรู้เช่นกัน จากนั้นคนทั้งหมดก็
ช่วยกันผ่าหยกวิญญาณ แม้จะมีอยู่คนหนึ่งที่เหมือนจะติดปัญหา
“ทำเช่นไร” เยว่ฉีนั่งขัดสมาธิบนเสื่อข้างกายหานลั่วอี้ คอยถามเป็นครั้ง
คราวว่าควรจะใช้พลังยังไง
หานลั่วอี้ใจเย็นพอจะช่วยเหลือภรรยา คอยสอนอย่างใจเย็น
ตอนแรกยังเป็นการผ่าหินหยกวิญญาณแสนสนุก แต่พอเห็นว่า สองสามี
ภรรยาสอนกันถามกันไปมาบรรยากาศกลับกลายเป็นสีชมพูอย่างน่าประหลาด
ชวนให้คนอิจฉา
“ภรรยาวางมือลงบนหิน” เยว่ฉีทำตาม หลังจากเขาสอนมาหลายครั้งแต่
นางยังทำไม่ได้ เพราะไม่รู้ว่าต้องปล่อยพลังปราณออกมาแบบใด
ชายหนุ่มวางมือบนหลังมือภรรยา “หลับตาแล้วสัมผัสพลังบนฝ่ามือ”
เยว่ฉีทำตาม หานลั่วจึงส่งพลังผ่านฝ่ามือสู่หินหยก ให้นางได้สัมผัสการ
ไหลเวียนของเส้นพลังยามตกสู่หินหยก
ไม่นานหินหยกในมือหญิงสาวก็แตกออกไปเป็นสองส่วน
“เป็นเช่นไรบ้าง”
“เหมือนจะเห็นภาพแล้ว”
“เช่นนั้นก็ลองดูอีกครั้ง” เยว่ฉีพยักหน้า หยิบหินก้อนใหม่ขึ้นมาถือไว้
วางมือบนหิน จากนั้นค่อย ๆ ส่งพลังออกไป ลองทำตามภาพเลือนรางที่เห็น
เมื่อสักครู่
คิดภาพพลังเป็นเหมือนน้ำที่ถูกกักเอาไว้ และเมื่อเปิดทางให้ สายน้ำก็จะ
ไหลไปตามเส้นทางมุ่งสู่ทางออก ตกลงสู่บ่อน้ำแห้งเหือด
เยว่ฉีใช้ความพยายามอย่างมากในการผ่าหินหยกหนึ่งก้อน เมื่อเสียงแตก
ดังขึ้น หินในมือก็แยกออกเป็นสองส่วน
หญิงสาวหรี่ตาขึ้นมองเมื่อเห็นว่าตนทำได้แล้ว รอยยิ้มมีความสุขพลัน
ประดับบนใบหน้างดงาม
“ลั่วอี้ ข้าทำได้แล้ว!!” เยว่ฉียื่นหินที่นางเป็นคนผ่าให้สามีดู ท่าทางดีใจ
คล้ายเด็กน้อยยามทำบางอย่างสำเร็จ พลันทำให้หานลั่วอี้โค้งมุมปากมอง
ภรรยาด้วยสายตาอบอุ่น ยกมือขึ้นวางบนศีรษะ เอ่ยชมเสียงอ่อนโยน
“เก่งมาก” คนถูกชมฉีกยิ้มกว้างจนตายิบหยีใบหน้าแดงระเรื่อ มีความสุข
มาก
หยกวิญญาณก้อนแรกที่นางเป็นคนผ่าจะต้องเก็บเอาไว้
ตอนที่ 36.2 ส่วนแบ่ง
เยว่ฉีใช้มืองัดหินออกจากกัน สิ่งที่ปรากฏตรงหน้าเรียกความตกตะลึงจาก
คนทั้งสาม
“เยว่ฉีของในมือเจ้า ข้าซื้อ!!” เป็นเสินเทียนพูดขึ้นก่อนใคร ส่วนสามี
ภรรยาเฟิงได้แต่มองเพราะไม่อาจเอื้อม
สิ่งที่ปรากฏตรงหน้าไม่ใช่หยกวิญญาณระดับสูงที่สุดเหมือนตอนที่หานลั่วอี้
ผ่า เป็นเพียงหยกวิญญาณระดับสูงคุณภาพสูงเท่านั้น
เยว่ฉีมองหยกวิญญาณสีชมพูเป็นประกายสดใสงดงามตรงหน้า หญิงสาว
หยิบขึ้นมาดูไม่มีส่วนใดด่างพร้อย เป็นหยกวิญญาณรูปร่างกลมมีส่วนหนึ่งยุบ
ลงมาคล้ายรูปหัวใจ
“ข้าจะเก็บไว้เอง” ฝันเสินเทียนสลายสิ้น หยกวิญญาณก้อนนี้ขายได้ไม่ต่ำ
กว่าหนึ่งหมื่นตำลึง ไม่คิดว่านางจะไม่ยอมขาย
แต่พอตั้งสติและคิดได้ว่า นางมีหยกวิญญาณมากมาย จะเก็บไว้เองสักสอง
สามก้อนย่อมไม่เป็นปัญหา ไม่สิจะไม่ขายออกไปเลยก็ไม่มีใครว่า!!
เยว่ฉีตรวจหยกวิญญาณแล้วยื่นให้หานลั่วอี้
“เก็บไว้ด้วยกันกับหยกวิญญาณของท่าน”
“ได้” หานลั่วอี้นำหยกวิญญาณมาก่อนจะเก็บเข้าไปในถุงเก็บของ จากนั้น
นำใส่ไว้ในอกเสื้อ
คำพูดของเยว่ฉีทำเสินเทียนสนใจ ชายหนุ่มหันไปมองหานลั่วอี้ทำใจกล้า
เอ่ย
“ลั่วอี้หยกวิญญาณของเจ้าก็สีชมพูหรือ?” ชายหนุ่มมองนิ่งยกยิ้มมุมปาก
คนถูกมองขนลุกซู่ รู้แก่ใจว่าไม่ควรถาม แต่ในเมื่อความอยากรู้มีมากกว่าความ
กลัว เขาจึงต้องลองเสี่ยง
“ไม่ใช่”
ก็ว่า หยกวิญญาณระดับสูงใช่ว่าจะหาได้ง่าย แต่ยังไม่ทันที่เสินเทียนจะรู้สึก
โล่งใจได้นาน คำพูดต่อมาของหานลั่วอี้ก็ทำให้เขาพูดไม่ออก
“เป็นสีน้ำเงิน”
“สะ…สีน้ำเงิน!!!” นานชั่วอึดใจ กว่าชายหนุ่มจะหาเสียงตนเองเจอ เขาอ้า
ปากกว้าง ดวงตาเบิกโพลง พูดเสียงติดขัด จ้องหานลั่วอี้ราวกับกำลังเห็นผี
ชายหนุ่มไม่ปล่อยโอกาสได้แกล้งสหาย หยิบหยกวิญญาณสีน้ำเงินเป็น
ประกายงดงามออกมาให้ดู
“เจ้าว่าสวยหรือไม่” เสินเทียนพูดไม่ออก จ้องหยกวิญญาณตาแทบถลน
ออกมา
ส่วนสองสามีภรรยาเฟิง เป็นลมไปแล้ว
เยว่ฉียิ้มขำ ก่อนจะหัวเราะลั่นพวกเขาทุกคนตลกเกินไปแล้ว
ระหว่างที่ครอบครัวเยว่กำลังมีชีวิตสดใส ฝั่งครอบครัวหานกับกำลังเป็น
ทุกข์
ถึงขนาดยกกันไปทั้งบ้านเพื่อหวังจะได้กิจการที่ทำรายได้ให้ครอบครัว แต่
กลับได้รับความผิดหวัง เท่านั้นยังไม่พอยังต้องเผชิญกับเสียงนินทาของชาวบ้าน
ทว่าเรื่องนี้ไม่ได้สร้างความอัปยศเท่าความจริงที่ว่า หานลั่วอี้มีความสัมพันธ์อัน
ดีกับเถ้าแก่ร้านซินซิน หากรู้เร็วกว่านี้ต่อให้มีคำทำนายออกมาว่า บุตรชายจะ
สร้างความพินาศให้ครอบครัว หานฉิงอี้ก็จะยอมให้บุตรชายอาศัยอยู่ในบ้าน
“ท่านพ่อ พี่ใหญ่จะใจร้ายกับคนในครอบครัวมากไปแล้ว ทั้งที่ท่านพ่อให้
ความสำคัญกับพี่ใหญ่มากที่สุด แต่พอมีเรื่องดีพี่ใหญ่กับไม่เคยบอกคนในบ้าน”
หานลั่วเซียงกล่าว
เขาก็เพิ่งจะรู้ไม่นานว่าพี่ใหญ่สนิทสนมกับเถ้าแก่ร้านซินซิน หากรู้เร็วกว่านี้
เขาจะได้ใช้ประโยชน์ที่เรียกว่า ครอบครัวเดียวกันขอขึ้นไปยังชั้นสอง หรือไม่ก็
อาจจะใช้สิทธิ์ความเป็นน้องของสหายหยิบยืมหยกวิญญาณมาได้บ้าง
แค่หยกวิญญาณที่ทางตระกูลแจกจ่ายให้ในแต่ละเดือน ไม่เพียงพอให้ข้าม
ขั้นไปได้โดยเร็ว
“เจ้าจะให้ข้าทำเช่นไร บุกไปที่บ้านหลังนั้นแล้วต่อว่าเช่นนั้นหรือ? ให้
ชาวบ้านนินทาตระกูลเราเพิ่มหรือไร!! บัดซบ หานลั่วอี้ทั้งที่ข้าเอ็นดูเจ้าเสียถึง
ขนาดนั้น ตอนนี้กลับเนรคุณแล้ว!!” หานฉิงอี้ทุบมือกับโต๊ะท่าทางฉุนเฉียว
หานลั่วเซียงเห็นบิดาไม่พอใจในตัวบุรุษน่ารังเกียจผู้นั้น นัยน์ตาพลันฉาย
แววพึงพอใจ
ทีนี้ท่านพ่อจะได้หันมาสนใจแต่เขา
“ท่านพ่อ ถึงจะทำอย่างที่ท่านพูดไม่ได้ แต่ขอเงินเล็กน้อยใช่ว่าจะทำไม่ได้
พี่ใหญ่ขายอาหารร่วมสามเดือน เงินในมือย่อมไม่น้อย ใช้เรื่องที่ว่าต้องทดแทน
บุญคุณให้พี่ใหญ่มอบเงินออกมา ถึงตอนนั้นครอบครัวเราก็จะมีเงินในมือ พอให้
ท่านพ่อใช้จ่ายไม่ขาด ถึงขั้นสามารถซื้อหยกคุณภาพดี ๆ หลายเม็ด”
“ท่านพ่อ ท่านเชื่อข้าที่พี่ใหญ่ทำเช่นนั้นอาจจะเพราะร้านเยว่ลั่วมีส่วน
เกี่ยวข้องกับร้านซินซิน แต่เงินล้วนแยกกัน พี่ใหญ่จะอกตัญญูถึงขั้นไม่ยอมมอบ
เงินให้ท่านหรือ? ข้าเชื่อว่าพี่ใหญ่ไม่มีทางทำเช่นนั้น อีกไม่นานลูกก็จะ
กลายเป็นฝึกปราณขั้นสี่แล้วหยกวิญญาณที่ทางตระกูลมอบให้ ไม่พอให้ลูก
เลื่อนขั้นในเร็ววัน” หานฉิงอี้คิดตาม ลั่วอี้ฝึกปราณไม่ได้แล้ว ตอนนี้ความหวัง
ของบ้านรองอยู่ที่บุตรชายคนรอง เขาจะต้องพยายามชิงผลประโยชน์มาให้
บุตรชาย
“เจ้าพูดไม่ผิด ถึงจะแยกบ้านกันแล้วแต่บุตรก็ควรตอบแทนบุญคุณของพ่อ
แม่ พ่อจะไปเขียนจดหมายส่งให้ลั่วอี้” หานลั่วเซียงเผยยิ้มในใจ เท่านี้ปัญหา
เรื่องหยกวิญญาณก็จะลดน้อยลงไปมาก
แม้ตระกูลหานจะถือว่าเป็นตระกูลใหญ่ มีกิจการทำเงินอยู่หลายแห่ง แต่
เงินที่ต้องใช้จ่ายสำหรับฝึกปราณก็ไม่ถือว่าน้อย เพราะจำนวนคนในตระกูลมี
มาก นอกจากเงินสำหรับซื้อหยกวิญญาณ ยังต้องจ่ายเงินว่าจ้างบ่าวรับใช้ ของ
ใช้ในชีวิต แล้วไหนจะของวิเศษอื่น ๆ อีกหลายอย่าง ทำให้ตระกูลหานที่ถึงจะมี
เงินไม่ขาดมือ แต่ก็ไม่ได้มากพอให้ใช้อย่างไม่จำกัด หากต้องการหยกวิญญาณ
มากขึ้นก็ต้องทำงานหาซื้อมาด้วยตนเอง ทว่าหากในตระกูลเกิดมีคนที่มี
ความสามารถมากเป็นพิเศษปรากฏขึ้น ทางตระกูลก็จะดูแลคนคนนั้นดีเป็น
พิเศษ
หานลั่วเซียงมองตามหลังบิดา มุมปากยกโค้ง
มารดาพูดไว้ไม่มีผิด ในเมื่อพี่ใหญ่ไม่สามารถสนองความต้องการของบิดา
ได้แล้ว เขาย่อมสำคัญสำหรับบิดามากที่สุด
ท่านพี่เงินที่ท่านหามาด้วยความยากลำบาก ข้าขอเอาไปใช้อย่างสบายใจ
แล้วกัน