ข้ามเวลามาเป็นภรรยาของสามีขาพิการ ตระกูลหาน - ตอนที่ 62 ตลาดค้าหิน
ครึ่งชั่วยามต่อมา คนทั้งหมดก็เดินทางมาถึงจุดคึกคักมากที่สุดในเมืองหลง
เหมา นกนางแอ่นเขาเดียวลงจอดบนลานสำหรับสัตว์อสูร ให้คนด้านหลังได้
ก้าวลงมา
ผู้มาใหม่กลายเป็นจุดสนใจของผู้คนโดยรอบทันที ไม่ใช่เพราะว่าพวกมากัน
เป็นกลุ่มใหญ่ แต่เป็นเพราะใบหน้าของตระกูลเสินเป็นที่รู้จักของผู้คนมากมาย
พวกเขาต้องการอยากจะรู้ว่าคนข้างกายตระกูลเสินเป็นใคร โดยเฉพาะ
เด็กชายตัวน้อยที่นายท่านเสินและนายหญิงดูแลอย่างใกล้ชิด
“เยว่ฉีข้ารู้ว่าเจ้าชอบเรื่องตื่นเต้น ข้ามีร้านหนึ่งแนะนำเจ้า” ท่าทาง
กระตือรือร้นเกินเหตุของเสินเทียนทำหญิงสาวคาดหวังขึ้นมาแล้ว
“หากไม่ดีอย่างที่เจ้าพูด เตรียมตัวโดนลงโทษได้เลย”
“ไม่ต้องกังวล ว่าแต่เจ้ามีเงินเยอะหรือไม่? หากไม่พอข้าสามารถให้ยืม
ได้!!” ไม่ว่าเปล่าเสินเทียนถึงกับยกมือทุบอก เชิดหน้าขึ้นคล้ายลูกหลานผู้ดี
อยากอวดบารมีว่าตนมีเงินต่อหน้าสตรี
“เหอะ ๆ เจ้าลืมไปแล้วหรือว่าครั้งล่าสุดข้าได้เงินมาเท่าใด” เสินเทียนยิ้ม
เจื่อน หลังนึกได้ว่าสตรีตรงหน้าหาเงินครั้งเดียวได้มากกว่าตนหาเงินทั้งปี!!
“ข้าลืมไปได้อย่างไร คงต้องขอให้เจ้าช่วยไปเดินเล่นรอบ ๆ ตระกูลข้า เผื่อ
จะพบของดี”
“เจ้าเห็นข้าเป็นบ่าวรับใช้เจ้าหรือ ถึงได้คิดจะให้ข้าทำนั่นทำนี่!!”
“เดี๋ยวสิ เจ้าอย่าพึ่งโมโหไป ข้ายังพูดไม่จบ แน่นอนว่าเจ้าจะได้
ผลประโยชน์ตามสมควร”
“เจ็ดส่วนสามส่วน ไม่มีมากน้อยไปกว่านี้”
เสินเทียนเม้มปาก เหตุใดคุยไปคุยมาตนถึงกลายเป็นเสียเปรียบไปได้เล่า
พอเงยหน้ามองหานลั่วอี้ก็ได้รับสายตาประมาณว่า
ต้องเป็นไปตามที่ภรรยาพูด เขาจึงจำใจต้องพยักหน้าตกลง
บิดามารดาเสินเทียนได้แต่มองบุตรชายตาปริบ ๆ ดูเหมือนว่าไม่ใช่เพียง
ความสัมพันธ์ระหว่างหานลั่วอี้และบุตรชายที่ดี ความสัมพันธ์ระหว่างเยว่ฉีและ
บุตรชายก็ดีไม่ต่างกัน
ระหว่างเดินทางไปยังสถานที่เป้าหมาย ครอบครัวเฟิงได้แยกตัวออกไป
เพราะต้องการไปดูร้านค้าเครื่องประดับและต้องการไปดูว่าหยกวิญญาณราคา
เท่าใด แม้หยกวิญญาณในมือจะยังเหลืออยู่ แต่พวกเขาก็อยากไปดูไว้ก่อน
ครอบครัวเฟิงแยกไปแล้วตอนนี้เหลือเพียงครอบครัวเสินและครอบครัว
หาน
เสินเทียนพาสหายไปเดินเล่นร้านเสื้อผ้า พาไปดูร้านอาหาร และร้านรวง
อื่น ๆ อีกหลายร้าน ทว่ามีร้านหนึ่งที่เขาไม่ย่างกรายเข้าไป นั่นคือร้านค้าอาวุธ
วิญญาณตระกูลโจว ซึ่งตอนนี้ตระกูลมู่ดูแลอยู่
เยว่ฉีก็ไม่ได้สนใจจะเข้าไปดูเช่นกัน แม้จะอยากรู้ว่ามีอาวุธวิญญาณระดับ
ใดบ้างที่พอจะเป็นประโยชน์ แต่ในเมื่อเสินเทียนไม่อยากพาไปนางก็ไม่ขัด ยังมี
โอกาสอีกมาให้มาดู
ไม่นานคนทั้งหมดก็มาถึงจุดที่ผู้คนมักมาเที่ยวกันมากที่สุด
“เยว่ฉี สิ่งที่เจ้าจะได้เห็นหลังจากนี้ ข้ารับรองว่าจะต้องถูกใจเจ้า!!” เยว่ฉี
เหล่ตามองผ่านเสินเทียนไปด้านหลัง บริเวณนั้นเต็มไปด้วยผู้คนมากมาย และ
กองหินซึ่งถูกแยกกองรวมกันไว้ มีตั้งแต่ราคาไม่กี่ตำลึงไปจนถึงราคาหลายร้อย
หลายพันตำลึง
“ด้านหลังเจ้า?”
“ใช่แล้ว ด้านหลังข้าคือตลาดค้าหิน มีหินมากมายให้เจ้าเข้าไปเลือกซื้อ
ด้านในหินแต่ละก้อนอาจจะมีโชควาสนาหรืออาจจะไม่มีอะไรเลย ด้วยเหตุนี้จุด
นี้จึงกลายเป็นจุดที่ผู้คนมักมาเที่ยวชมกัน” เยว่ฉีเหล่ตามองบน
บอกว่าเป็นแหล่งพนันของผู้เสพติดความสนุกก็จบแล้ว
“มีคนพบของดีด้วยหรือ? มิใช่ว่าคนขายนำหินปลอมมาแอบอ้าง?”
“เรื่องนั้นก็ล้วนแล้วแต่โชค ขึ้นชื่อว่าพนันก็ย่อมมีเล่ห์เหลี่ยมไม่ใช่หรือ? แต่
ข้าเชื่อว่าเจ้าสามารถมองข้ามเรื่องเหล่านั้นได้” เสินเทียนยิ้มกริ่ม
ชายผู้นี้ต้องการใช้ความสามารถของนางตั้งแต่ตน เพราะไม่ต้องกลัวว่าจะ
ถูกหลอกขายหินธรรมดาให้ ส่วนเรื่องจะถูกหลอกหรือไม่นั้น ทุกคนทำใจ
ยอมรับตั้งแต่เลือกที่จะซื้อหินแล้ว
สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจ่ายเงินออกไปแล้วล้วนไม่เกี่ยวข้องกับผู้ขาย พูดง่าย ๆ ก็
คือ พวกเจ้ามาซื้อเองเพราะหวังโชคก้อนโต จะได้ไม่ได้ล้วนไม่เกี่ยวกับพวกข้า
ในเมื่อพวกข้าปล่อยให้เจ้าเลือกหินตามใจชอบ
หญิงสาวยิ้มกริ่มหันไปมองหานลั่วซาน
“ลั่วซานมาหาพี่สะใภ้” ดวงตาแวววาวเป็นประกายตื่นเต้นหันกลับมาหา
เยว่ฉี ก่อนจะวิ่งดุ๊กดิ๊กมาหาหลังได้ยินเสียงเรียก
เยว่ฉีย่อตัวลงนั่งตรงหน้าน้องชายสามี
“พี่สะใภ้วิบวับเต็มไปหมดเลย!!” เยว่ฉีเคยบอกหานลั่วซานว่าหากพบของ
เป็นประกายห้ามพูดเสียงดังให้คนอื่นได้ยิน ต้องพูดเบา ๆ กับนางและหานลั่วอี้
เท่านั้น เด็กชายจึงกระซิบข้างหูนาง
ดวงตาเยว่ฉีมีประกายซุกซนวาบผ่าน ก่อนจะหายไปในเวลาไม่นาน
“ลั่วซานมองเห็นเยอะมากไหม”
“อื้อ เยอะมากวิบวับ ๆ” เยว่ฉีฉีกยิ้ม
“ลั่วซานเดินไปหยิบวิบวับได้แต่ก่อนจะออกจากร้านต้องจ่ายเงินเข้าใจใช่
ไหม จะไปกับพี่สะใภ้หรือจะไปกับท่านลุง ท่านป้า”
“ลั่วซานจะไปกับท่านลุง ท่านป้าขอรับ” เด็กชายตอบเสียงหนักแน่น ดู
เหมือนว่าจะสนิทสนมกับบิดามารดาเสินเทียนในเวลาอันสั้น
เยว่ฉีคิดว่าการที่เด็กน้อยสนิทกับผู้ใหญ่ทั้งสองได้เร็วอาจจะเป็นเพราะว่า
หานลั่วซานโหยหาความรักจากบิดามารดา และพอทั้งสองทำดีด้วย เด้กน้อยผู้
โหยหาความรักจากผู้ให้กำเนิดจึงติบหนึบกับความอ่อนโยนของทั้งคู่
“ได้ เช่นนั้นลั่วซานกลับไปหาท่านทั้งสอง แต่ห้ามบอกเรื่องวิบวับเข้าใจ
ไหม”
“เข้าใจขอรับ” แล้วเด็กน้อยก็วิ่งกลับไปหาผู้ใหญ่ทั้งสอง
“ท่านลุง ท่านป้า ข้าฝากลั่วซานด้วยนะเจ้าคะ หากลั่วซานอยากได้หินก้อน
ใดก็ให้ลั่วซานซื้อ นี่เป็นเงินสำหรับลั่วซาน หากไม่พอสามารถบอกข้าได้” เยว่ฉี
ยื่นเงินหนึ่งแสนตำลึงให้คนทั้งสอง ผู้ใหญ่สองคนมองเงินในถุงเก็บเงินก็พาให้
ประหลาดใจ
เมื่อสักครู่หานลั่วซานถูกเยว่ฉีเรียกไปคุย หลังกลับมาหญิงสาวยังมอบเงิน
ให้หนึ่งแสนตำลึง ทั้งยังบอกให้ใช้ตามใจ จะไม่ให้ทั้งสองคนรู้สึกประหลาดใจได้
อย่างไร ทว่าไม่นานผู้ผ่านโลกมาก็คล้ายเข้าใจบางอย่าง พร้อมหลุบตามอง
หานลั่วซานด้วยความเอ็นดูมากยิ่งขึ้น
เด็กชายตัวน้อยคนนี้คงมีความสามารถบางอย่างซ่อนอยู่
“เยว่ฉีเจ้าพร้อมหรือยัง? ” เสียงเร่งรัดจากเสินเทียนทำเอาหญิงสาวต้อง
ส่ายหัว
“ดูเจ้าจะรีบมาก ไปเดินเลือกเองดีหรือไม่? ว่าแต่คนมากเช่นนี้ตลอดหรือ”
“ใช่ คนมีเงินส่วนมากล้วนต้องการเสี่ยงดวง”
“ทั้งที่สามารถหาซื้อหยกวิญญาณหรือของวิเศษอื่น ๆ ตามร้านได้นะ
หรือ?”
“เยว่ฉีเจ้าต้องเข้าใจว่า การที่เราไม่รู้ว่าของด้านในคืออะไรต้องเสี่ยงเพื่อให้
ได้มา ความรู้สึกแตกต่างจากการของที่รู้แล้วมาก!” เยว่ฉีพยักหน้าน้อย ๆ เหตุ
ใดนางจะไม่รู้ ในเมื่อชาติก่อนนางลุ้นหวยเพื่อหวังรวยอยู่ทุกเดือน
อะ…แฮ่ม อย่าไปบอกใครเล่าว่างนางชื่นชอบการซื้อหวย
“ภรรยาระวังด้วย” เพราะมัวแต่พูดคุยกับเสินเทียน จึงไม่ทันระวังเกือบ
โดนคนเดินไปมาชนเข้า หานลั่วอี้ผู้สายตาจับจ้องที่ภรรยาเสมอรวบเอวคนเข้า
หา ป้องกันไม่ให้ถูกชน
“ลั่วอี้ขอบใจท่านมาก”
“เป็นสิ่งที่ข้าควรกระทำ” เสินเทียนพูดไม่ออกแล้ว เหตุใดการช่วยเหลือ
เพียงเล็กน้อยถึงสร้างบรรยากาศสีชมพูระหว่างสองคนนี้ได้
“พวกเจ้ารีบมาได้แล้ว คนอื่น ๆ เอาของดีไปก่อนจะทำเช่นไร” มองตาม
คนเร่งรัดก่อนจะเดินตามหลังไป
ตลาดค้าหิน เรียกอีกอย่างว่าแหล่งทำเงินของเมืองหลงเหมา ตลาดค้าหิน
แห่งนี้มีมานานมาก ไม่รู้ว่าใครกันเป็นคนริเริ่มขึ้นมา รู้ตัวอีกทีมุมหนึ่งของเมือง
ก็มีค้าหินไปแล้ว
เมื่อก่อนสถานที่แห่งนี้ไม่ได้ครึกครื้นเท่าปัจจุบัน ซึ่งเนืองแน่นไปด้วยผู้คน
หินที่นำมาขายส่วนมากมาจากการลองตามหาและเสี่ยงดวงขุดออกมาตาม
สถานที่ต่าง ๆ ซึ่งด้านในอาจจะมีหยกวิญญาณ อาวุธวิญญาณ หรือศิลา
วิญญาณซ้อนอยู่
แต่หากโชคร้ายก็ไม่พบอะไรเลย
คนขายหินจะศึกษาว่าหินลักษณะใดถึงจะมีของวิเศษอยู่ด้านใน พวกเขาจะ
คาดเดาก่อนจะนำมาติดราคาและวางขาย
เพราะไม่มีวิธีตรวจสอบที่แน่ชัด ทุกอย่างจึงขึ้นอยู่กับดวงของแต่ละคน
ถึงแม้บางครั้งหลังผ่าออกมาจะพบเพียงความว่างเปล่า ผู้คนก็ยังต้องการจะ
ลองเสี่ยงดู ทว่าก็มีหลายคนสามารถหาของวิเศษได้จากกองหินมากมายเหล่านี้
ทำให้ตลาดค้าหินยังเป็นที่นิยมสำหรับผู้คนมากมาย