ข้ามเวลามาเป็นภรรยาของสามีขาพิการ ตระกูลหาน - ตอนที่ 66 วันคัดเลือกศิษย์เข้าสำนัก
“หลานปู่มาหาปู่มีอะไรหรือ? พวกเจ้าก็ด้วยเหตุใดวันนี้ถึงได้มาหาข้าพร้อม
หน้าพร้อมตา” เสินฟู่หมิงเอ่ยถาม
“ท่านปู่ หลานคิดว่าท่านปู่คงกำลังคิดเรื่องของรางวัลสำหรับศิษย์ใน
ตระกูล หลานจึงนำบางอย่างมามอบให้ขอรับ” เสินฟู่หมิงเลิกคิ้ว ก่อนจะ
หัวเราะออกมา
“หลานคิดถึงปู่เสียด้วย มา ๆ มีอะไรมาหรือ?” เสินฟู่หมิง พูดยิ้ม ๆ
น้ำเสียงเต็มไปด้วยความดีใจ
เสินเทียนพร้อมทั้งบิดามารดาเดินเข้ามานั่งภายในห้อง ครอบครัวนั่งล้อม
วงกันบนโต๊ะหนึ่งตัว
ชายชรามองหลานชายด้วยสีหน้าคาดหวัง
เสินเทียนยิ้มกรุ้มกริ่ม นำศิลาวิญญาณออกมาวางบนโต๊ะ พอเห็นว่าหลาน
นำสิ่งใดออกมา เสินฟู่หมิงถึงกับไร้ปฏิกิริยาไปชั่วขณะ
“นะ…นี่มัน ของดี” เสินฟู่หมิงหยิบศิลาก้อนหนึ่งจากศิลานับสิบก้อนขึ้นมา
ดู สีน้ำตาลเป็นประกายงดงามสะท้อนเข้าสู่ดวงตา ชายชราเผยรอยยิ้ม ก่อนจะ
หัวเราะลั่น
“สุดยอด สุดยอด สุดยอด!! ไม่คิดว่าหลานจะนำของดีขนาดนี้ออกมาให้ปู่”
น้ำเสียงเต็มไปด้วยความปีติยินดี ชายหนุ่มยิ้มมีความสุข กับท่านปู่ที่ช่วยเหลือ
และรักใคร่ตนมากมาย เขาอยากทำให้ท่านมีความสุขอยู่เสมอ
พอได้เห็นแล้วภายในใจก็รู้สึกตื้นตันอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
“ท่านปู่หลานยังมีของอย่างอื่นมามอบให้” เสินฟู่หมิงละความสนใจจาก
ศิลาวิญญาณมาที่หลานชาย มีของที่ดีกว่าศิลาวิญญาณด้วยหรือ
ไม่ใช่แค่เสินฟู่หมิงที่สงสัย สองสามีภรรยาเสินก็สงสัย ของที่เตรียมมามี
เพียงศิลาวิญญาณเท่านั้นมิใช่หรือ?
เสินเทียนกวาดตามมองโดยรอบ เผยรอยยิ้มกรุ้มกริ่มซุกซน “สิ่งนี้ขอรับ
ท่านปู่ หลานได้รับมาระหว่างเดินทางมายังดินแดนระดับกลาง” ขวดหยกนับ
ร้อยถูกนำออกมาวางบนโต๊ะ เสินฟู่หมิงเลิกคิ้วเป็นเชิงถาม ทว่าหลานชายกลับ
ไม่ตอบ
“หลานปู่พบของดีใดกันแน่” ชายชราเอ่ยหยอกเย้า หยิบขวดหยกขึ้นมา
เปิดจุกออก กลิ่นหอมอ่อน ๆ ทำชายหนุ่มเบิกตากว้าง ตกตะลึงถึงขั้นลุกขึ้นยืน
“ละ…หลานเจ้านี่!!” ไม่ใช่แค่เสินฟู่หมิงที่ตกตะลึง สองสามีภรรยาเสินก็มี
อาการไม่ต่างกัน พวกเขาได้กลิ่นหอมอ่อน ๆ โชยออกมา หลังตกตะกอน
ความคิด ก็รีบหยิบขวดหยกมาเปิดดูทันที
“ลูกไปได้เจ้าสิ่งวิเศษนี้มาได้อย่างไร!!” เสินอู๋ซิงเอ่ยถาม ท่าทางบิดาตอนนี้
ตลกไม่น้อยในสายตาชายหนุ่ม
ไม่สิท่าทางของทุกคนในห้องล้วนตลกกันทั้งสิ้น
เสินเทียนเข้าใจขึ้นมาแล้วว่า เหตุใดเยว่ฉีถึงได้มองมาที่ตนแล้วส่ายหัวระอา
ท่าทางเขาตอนนั้นคนไม่ต่างจากครอบครัวตอนนี้มากนัก
เสียอาการกันหมดแล้ว!!
“สิ่งนี้ยิ่งกว่าศิลาวิญญาณสิบก้อนเสียอีก” เสินฟู่หมิงมองหลานชายแล้ว
หัวเราะลั่นออกมา
“วาสนาแล้ว!! หลานทำให้ปู่ประหลาดใจมากจริง ๆ หลานไปได้สิ่งนี้มาจาก
ที่ใด ยังมีเหลืออยู่อีกหรือไม่?”
“ไม่มีแล้วขอรับท่านปู่ ข้าพบระวางเดินทางจากเมืองโม่ฉีมาเมืองโม่ชิง
ขอรับ ตอนนั้นมีสัตว์อสูรขาดสติมุ่งหน้าเข้ามาใกล้รถม้า หลังจัดการและ
ตรวจสอบก็พบน้ำแห่งชีวิตขอรับ” เสินเทียนพูดตามความเป็นจริง
เสินฟู่หมิงหย่อนตัวนั่งบนเก้าอี้ ยกมือขึ้นตบไหล่
“หลานโชคดีมากจริง ๆ ถึงแม้น้ำแห่งชีวิตนี้จะบริสุทธิ์เทียบเท่าน้ำแห่งชีวิต
ของจริงไม่ได้”
“ท่านปู่หมายความว่าน้ำแห่งชีวิตในขวดนี้ยังไม่ใช่ของจริงหรือขอรับ” เสิน
เทียนเอ่ยถาม
“ใช่แล้วหลานปู่” เสินฟู่หมิงกล่าว พร้อมกับจ้องมองขวดหยกตรงหน้า
ทว่าสายตาเขากลับคล้ายมองผ่านไปอย่างไร้จุดหมาย
“เมื่อนานมาแล้วปู่เคยได้สัมผัสน้ำแห่งชีวิตของจริง ตอนนั้นปู่ยังเด็กมาก
เป็นเรื่องเมื่อร้อยกว่าปีก่อน ตอนนั้นปู่ยังเป็นเพียงเด็กตัวเล็ก ๆ วันนั้นปู่ได้มี
โอกาสพบพานผู้อาวุโสท่านหนึ่ง ได้ทำความรู้สึกกันอยู่พักใหญ่ สายตาท่าน
มักจะอบอุ่นอยู่เสมอ แต่ไม่รู้ว่าท่านไปทำความผิดใดมาถึงได้โดนตามล่า ก่อน
จากกันท่านได้มอบน้ำแห่งชีวิตให้ปู่หนึ่งขวด พร้อมบอกว่าให้เก็บรักษาไว้ให้ดี
อย่าให้ใครรู้ว่าตนมีสิ่งนี้ และเพราะน้ำแห่งชีวิตทำให้ปู่สามารถก้าวมาถึงขั้น
เซียนได้ในอายุเพียงร้อยยี่สิบปี” เสินฟู่หมิงพูดออกมา สายตาชายชราสะท้อน
ความรู้สึกคิดถึงและรอยยิ้มเศร้าสร้อย
“ท่านปู่” เสียงเสินเทียนเบาหวิว ตนไม่รู้ว่าท่านปู่กำลังรู้สึกเช่นไร แต่คง
ไม่ใช่ความรู้สึกดีเท่าใดนัก
เสินฟู่หมิงสลัดภาพความทรงจำนั้นทิ้ง ก่อนจะยิ้ม
“เรื่องมันผ่านไปนานแล้ว หากไม่ใช่ว่าหลานได้น้ำแห่งชีวิตมา ปู่คงลืมไป
นานแล้ว”
“ท่านปู่ ไม่พูดเรื่องนี้แล้วดีกว่าขอรับ” เสินเทียนพยายามเปลี่ยนเรื่อง
“สิ่งนี้หลานได้มาทั้งหมดหนึ่งร้อยห้าสิบขวดขอรับ ไม่ทราบว่าท่านปู่มี
ความคิดเห็นเช่นไร”
“แบ่งกันภายในครอบครัว สิ่งนี้ไม่ควรให้คนนอกรู้ นอกจากหลานแล้วมี
ใครมีน้ำแห่งชีวิตบ้าง”
“ท่านปู่ คนที่พบน้ำแห่งชีวิตเป็นภรรยาหานลั่วอี้ขอรับ พวกเขาแบ่งไปส่วน
หนึ่ง อีกส่วนหนึ่งอยู่กับครอบครัวเฟิงขอรับ” เสินฟู่หมิงพยักหน้าเข้าใจ
“สองสามีภรรยาคู่นี้ไม่เลวเลยจริง ๆ หากสามารถทำให้กลายเป็นคนใน
ตระกูลจริง ๆ ได้คงดีไม่น้อย”
“ท่านปู่” เสินเทียนเอ่ยเสียงลากยาว
“ไม่ต้องกังวล ปู่ไม่ได้คิดจะทำอันใดสหายหลาน”
“ข้อรองเลยขอรับ ทั้งสองคนนั้นดีมาก หลานไม่อยากมีเรื่องผิดใจกับคนทั้ง
คู่” เสินเทียนไม่รู้ว่าเมื่อสักครู่ท่านปู่คิดสิ่งใดอยู่ แต่เลือกจะพูดดักทางไว้ก่อน
เสินฟู่หมิงหัวเราะ ยกมือลูบหัวหลาน
“เสินเทียนการที่หลานมีคนเช่นนี้เป็นสหายข้างกาย ถือเป็นเรื่องดี ปู่ไม่มี
ทางคิดทำลายคนที่สามารถยืนระวังหลังให้หลานได้”
“ขอบคุณขอรับท่านปู่”
จากนั้นคนทั้งหมดก็ปรึกษากัน นอกจากศิลาวิญญาณระดับกลางแล้ว เสิน
เทียนยังได้หยกวิญญาณระดับสูงคุณภาพสูงมาอีกหลายก้อน ภายหลังหารือกัน
เรียบร้อย ทางครอบครัวเสินจึงตัดสินใจมอบหยกวิญญาณระดับสูงให้ศิษย์ที่
สามารถเข้าเป็นศิษย์ในสำนักเซียนหลงคนละก้อน
หลังข่าวนี้ถูกประกาศออกไป ศิษย์หลายคนต่างกระตือรือร้นฝึกฝนมาก
ยิ่งขึ้น
และแล้ววันรับการทดสอบก็มาถึง ครอบครัวเสินและครอบครัวหานลั่วอี้
ตื่นแต่เช้าตรู่เพื่อเดินทางไปยังสำนักศึกษาเซียนหลง
สำนักศึกษาเซียนหลงอยู่ลึกเข้าไปในป่า ห่างจากเมืองหลงเหมาประมาณ
สองชั่วยาม คิดตามการเดินทางด้วยสัตว์อสูร
ทางเข้าสำนักจะเป็นบานประตูขนาดใหญ่ สองข้างประตูมีหยกแกะสลักรูป
กินเลน หลังประตูบานใหญ่มีบันไดสูงชันกว่าหนึ่งพันขั้นทอดยาวขึ้นไปจนถึงตัว
สำนักซึ่งอยู่บนภูเขาสูง
กลุ่มของหานลั่วอี้เดินทางมาถึงแล้ว พวกเขาลงจากนกนางแอ่นเขาเดียว
บริเวณทางเข้าประตู จากนั้นต้องเดินเท้าขึ้นไปตามบันไดกว่าหนึ่งพันขั้น เพื่อ
รับการทดสอบเข้าเป็นศิษย์ของสำนัก
มีเส้นทางพิเศษให้บิดามารดา ผู้ติดตาม หรือครอบครัวของผู้เข้ารับการ
ทดสอบ สำหรับขึ้นไปรอรับบุตรหรือหลานที่ผ่านการทดสอบด้านบน
ส่วนสัตว์อสูรที่ใช้เดินทางมาจะต้องพากลับทั้งหมด ห้ามมิให้นำสัตว์อสูร
เข้าไปในสำนัก
พอลงจากสัตว์อสูร เสินฟู่หมิง เสินอู๋ซิง หลี่เฉิงและครอบครัวเฟิงก็ใช้
เส้นทางพิเศษขึ้นไปรอทั้งสามคนด้านบน ปล่อยพวกเขาไว้ทางเข้าประตู
“ตั้งใจเข้าเล่า ข้าจะรอพวกเจ้าด้านบน” เสินฟู่หมิงกล่าวให้กำลังใจแล้ว
เดินจากไป
เยว่ฉีมองตามหลังก่อนจะถอนสายตากลับมา มองตรงไปยังบันไดนับพันขั้น
มองแล้วก็ถอนหายใจเหนื่อยออกมาก่อน
“เสินเทียนมีกำหนดเวลาหรือไม่? ว่าต้องเดินทางถึงด้านบนก่อนยามใด”
“ก่อนตะวันตกดิน หากเจ้ายังไม่ถึงประตูด้านบนก็จะหมดสิทธิ์เข้าร่วม
สำนัก”
“ยังดีที่มีเวลาอีกมาก”
“เยว่ฉีข้าขอบอกเจ้าไว้หนึ่งอย่าง หากการทดสอบง่ายดายอย่างที่เจ้าคิด
คงมีคนสามารถเข้าร่วมสำนักได้มากมาย ทว่าแต่ละปีในจำนวนผู้เข้ารับการ
ทดสอบนับหมื่นคน มีผู้ที่สามารถขึ้นไปด้านบนได้ก่อนตะวันตกไม่ถึงหนึ่งส่วน
ของผู้เข้ารับการทดสอบทั้งหมด”
หญิงสาวกลืนน้ำลายลงคอ หลังได้ฟังคำพูดเสินเทียน ครอบครัวเฟิงไม่ได้
เข้าร่วมการทดสอบ เพราะไม่มั่นใจในความสามารถ ทั้งยังไม่ต้องการเป็นภาระ
เพิ่ม อีกทั้งทั้งสองคนอยากจะมุ่งมั่นในการฝึกและคอยดูแลหานลั่วซานมากกว่า
การเข้าสำนัก และเลือกเข้าเป็นศิษย์วตระกูลเสินชั่วคราว
เยว่ฉีเคารพการตัดสินใจของทั้งคู่ และอวยพรให้ข้ามขั้นโดยเร็ว
“หากเจ้าพร้อมแล้วก็ไปกันเถิด ขืนชักช้าอาจจะขึ้นไปไม่ทัน” เยว่ฉีพยัก
หน้าแล้วเริ่มก้าวเดิน
ทว่ายังไม่ทันจะก้าวพ้นบันไดขั้นแรก ก็มีเสียงไม่น่าฟังดังขึ้นมาจาก
ด้านหลัง
“หากกลัวว่าจะผ่านไปไม่ได้ ก็ควรเดินเล่นอยู่บ้านแทนที่จะมาสร้างความ
รำคาญให้ผู้อื่น” เยว่ฉีเหล่ตามอง เป็นชายไม่น่าคบผู้นั้น
นางไม่ได้ตอบกลับ กวาดตามองตั้งแต่หัวจรดปลายเท้าก่อนจะใช้ปลายหาง
ตามองหน้าอีกฝ่าย จากนั้นเอ่ยเสียงไม่ดังไม่เบา
“ไปกันเถิดปล่อยให้สุนัขเห่าไป”
คำพูดหญิงสาวทำคนได้ยินโมโห ทว่าคนรอบข้างกลับพากันหัวเราะร่วน
คนที่รู้ว่าชายผู้นี้เป็นใครต่างถอยห่าง หันไปให้ความสนใจเรื่องการทดสอบ
“จะ…เจ้าบังอาจเปรียบข้ากับสุนัข!”
“ข้าเอ่ยชื่อแล้วหรือ? การที่เจ้าทำเป็นเดือดร้อนคงจะยอมรับว่าตนเป็น
สัตว์ไปแล้วจริง ๆ ” เยว่ฉีพูดไม่เร็วไม่ช้า หลุบตามองต่ำ ยกยิ้มมุมปากพร้อม
ส่ายหัวน้อย ๆ หันไปหาหานลั่วอี้ดึงมือคนเดินขึ้นเขา
ไม่สนใจว่าคนด้านหลังจะโมโหมาแค่ไหน
มู่หลินผู้ถูกทำให้ไม่พอใจกำมือเข้าหากันแน่น
“คอยดูเถิด ข้าจะทำให้เจ้าเสียใจที่กล้ามามีเรื่องกับข้า!!”
เยว่ฉีกลอกตามองบน บ่นพึมพำเสียงเบา
“ตนเองมาหาเรื่องคนอื่นก่อนแท้ ๆ กลับยกความผิดให้ผู้อื่นเสียได้ อะไร
จะหน้าหนาขนาดนั้น”
เสินเทียนกลั้นหัวเราะจนใจสั่น หลังได้ยินที่นางพูด
“เยว่ฉีปกติข้ามักหวาดกลัวคำพูดเจ้าอยู่เสมอ มาวันนี้ข้ากลับชอบที่เจ้าเป็น
คนเช่นนี้”
ประโยคนี้จบไปไม่ทันไร ร่างเยว่ฉีก็ลอยห่างจากเสินเทียนไปยืนอีกฝั่ง
หานลั่วอี้ดึงภรรยามาอีกฝั่ง ให้ออกห่างจากเสินเทียน
ชายหนุ่มเงยหน้ามอง ขมวดคิ้วไม่เข้าใจ
“นางเป็นภรรยาข้า อย่าได้พูดจาเช่นนี้ให้ข้าได้ยินอีก”
เสินเทียนถึงกับบื้อใบ้ นี่หานลั่วอี้กำลังหึงอยู่หรือ? ตนไม่ได้มีความคิดจะจีบ
ภรรยาเขาเสียหน่อย
นึกแล้วก็พาให้รู้สึกขุ่นเคือง
“หานลั่วอี้ ข้าไม่ได้จะแย่งภรรยาเจ้า!!” พูดจบก็สะบัดหน้าเดินห่างออกไป
ไม่รอคนทั้งคู่
คนถูกไหน้ำส้มหล่นใส่มองตามไม่พูดจา ส่วนคนถูกหึงประสานมือเข้ากับ
สามีเงยหน้ามองคนข้างกายยิ้ม ๆ
“ลั่วอี้ ท่านไม่ต้องกังวล ชีวิตข้าไม่คิดจะรักใครอื่นนอกจากท่าน”
ประโยคบอกรักกะทันหันทำชายหนุ่มแข็งค้าง เยว่ฉีขมวดคิ้วเมื่อรับรู้ว่าคน
ข้างกายหยุดก้าวเดิน พอเงยหน้าขึ้นมองก็เห็นว่าใบหูสามีแดงระเรื่อ
หานลั่วอี้หลุบตามองคนข้างกาย นานหลายเฟินกว่าชายหนุ่มจะมีปฏิกิริยา
ตอบกลับ
“ภรรยาอย่าได้พูดจาเช่นนี้เวลาอยู่ด้านนอก เพราะข้าไม่อาจให้รางวัลเจ้า
ได้” หานลั่วอี้ก้มกระซิบข้างหูแผ่วเบา น้ำเสียงหวานปนกระเส่าเล็กน้อย
เยว่ฉีถึงกับขนลุกเพราะเสียงกระเส่าที่เป่ารดข้างหู ยกมือขึ้นปิดหูก้มหน้า
ซ้อนใบหน้าแดงระเรื่อ น้ำเสียงหานลั่วอี้เซ็กซี่มาก นางเกือบกระชากคอสามีลง
มาจูบแล้ว!
หานลั่วอี้ยกยิ้มมุมปาก มองเสี่ยวหน้าแดงซ่านของภรรยา พลางคิดในใจ
‘ภรรยาเมื่อใดเจ้าจะสิบแปดเสียที’