ข้ามเวลามาเป็นภรรยาของสามีขาพิการ ตระกูลหาน - ตอนที่ 65 ศิลาวิญญาณ
“ท่านพ่อ ท่านแม่มาหาลูกมีอะไรหรือขอรับ” เสินเทียนเอ่ยถามบุพการีทั้ง
สอง หลังเข้ามาในเรือนได้ไม่นาน
“พ่อได้ข่าวว่าเจ้าได้ของดีมาไม่น้อย” เสินอู๋ซิงเอ่ย
ชายหนุ่มมองบิดายิ้ม ๆ
“เยว่ฉีบอกกับท่านหรือ?”
“ข้าได้ยินพวกเจ้าพูดคุยกัน”
“นั่นสิขอรับลูกลืมไปเสียสนิท ความจริงแล้วลูกให้นางเลือกหินให้เขอรับ
ตอนนี้กำลังจะนำออกมาผ่าดู”
“เจ้ารู้จักใช้งานสหายยิ่งนัก” เสินอู๋ซิงเอ่ยหยอกล้อ ในใจพาให้รู้สึกเกรงใจ
สองสามีภรรยาคู่นั้น
ในห้องเสินเทียนมีโต๊ะและเก้าอี้อยู่ชุดหนึ่ง โต๊ะหนึ่งตัวสำหรับใช้วางของ
และเก้าอี้สามตัว
สองสามีภรรยาหย่อนตัวนั่งบนเก้าอี้ เสินเทียนนำหินออกมาวางกองบน
โต๊ะ และเมื่อพบว่าบนโต๊ะไม่เพียงพอก็วางลงบนพื้นห้อง
สองสามีภรรยาเสินมองหน้ากัน ช่วยบุตรชายผ่าหิน
เสินเทียนเหลือบมองบิดาทีมารดาที คล้ายกำลังรอว่าท่านทั้งสองจะมีสี
หน้าเช่นไร
หลังหินก้อนแรกถูกผ่าออก เสินอู๋ซิงถึงกับต้องเลิกคิ้วมอง เป็นหยก
วิญญาณระดับสูงคุณภาพสูง สีชมพูแวววาวงดงามไร้สิ่งเจือปน
“เสินเทียนนี่มัน?”
“ใช่ขอรับ ท่านพ่อเชื่อลูกจริง ๆ เสียทีนะขอรับ” เขารู้ว่าบิดายังคงเชื่อครึ่ง
ไม่เชื่อครึ่งเกี่ยวกับความสามารถของเยว่ฉี และพอยืนยันได้แล้วว่าเป็นเรื่องจริง
ก็อดดีใจจนต้องหลุดหัวเราะออกมาไม่ได้
“ฮ่า ฮ่า สุดยอด!! เสินเทียนลูกไปดินแดนระดับล่างครั้งนี้นอกจากจะได้
สหายที่ดีแล้ว ยังได้พบคนมีความสามารถมากถึงเพียงนี้ สตรีเช่นนี้ต้องเข้าหา
ด้วยความจริงใจ”
เสินเทียนอยากจะบอกบิดาเสียเหลือเกินว่า ทุกวันนี้เขาไม่ต่างอันใดกับ
ลูกน้องของสองสามีภรรยาคู่นั้น
คิดแล้วก็อยากจะร้องไห้ออกมา เขาเรียกร้องความไม่ยุติธรรมกับใครได้
บ้าง…
แต่เพื่อไม่ให้บิดามารดาต้องเป็นห่วงชายหนุ่มจึงเอ่ยออกไปว่า
“ท่านพ่อไม่ต้องกังวล ข้ากับหานลั่วอี้และภรรยาหานลั่วอี้ล้วนสนิทสนมกัน
ดีขอรับ”
“ดีแล้ว ๆ การที่ลูกพบเจอคนเช่นนี้ล้วนเป็นโชควาสนา” เสินอู๋ซิงพูดด้วย
น้ำเสียงอ่อนโยน การพบเจอเรื่องร้ายช่วยให้พวกเขาได้รับสิ่งดี ๆ กลับมา
สองพ่อลูกพูดคุยกันสนุกสนานต่างจากหลี่เฉิง นางเงียบไปตั้งแต่หินถูกผ่า
ออกเป็นสองส่วน ผ่านไปสักพักสองพ่อลูกถึงพึ่งรับรู้ได้ถึงความเป็นปกติ หันไป
มองสตรีเพียงหนึ่ง
“น้องหญิงเจ้าเป็นอันใดไป เหตุใดถึงเงียบไม่พูดจา” หลี่เฉิงเงยหน้ามอง
สามี ดวงตาแข็งค้าง พูดออกมาด้วยเสียงติดขัด
“ทะ…ท่านพี่ ทะ…ท่านช่วยยืนยันกับน้องที ว่าสิ่งนี้ใช่อย่างที่น้องคิด” มือ
เรียวยกหินสีน้ำตาลขึ้นมาตรงหน้า เมื่อทั้งสองคนได้เห็น ปฏิกิริยาที่แสดง
ออกมาก็ไม่ต่างกัน
“นะ…น้องหญิง จะ…เจ้าสิ่งนี้” เสินอู๋ซิงยื่นมือสั่น ๆ เข้าไปใกล้ ต่างจาก
เสินเทียน ที่พอตั้งสติได้ก็ลุกพรวดเข้ามาหามารดา
“ศิลาวิญญาณ ศิลาวิญญาณระดับกลางคุณภาพสูง!!” สองสามีภรรยาหัน
ขวับไปหาบุตชาย เอ่ยเตือน
“เสินเทียนระวังเสียงด้วย” ชายหนุ่มยกมือขึ้นปิดปาก
“ทะ…ท่านแม่เป็นศิลาวิญญาณจริง ๆ ขอรับ” กล่าวด้วยเสียงสั่น ๆ เกิด
อาการตกตะลึงจนใจสั่น ขนาดมือยังสั่นไม่หยุดเลย
ตั้งแต่เกิดมา เขาพบเจอศิลาวิญญาณไม่กี่ครั้ง และทุกครั้งล้วนเป็นระดับต่ำ
สิ่งนี้มีพลังปราณอัดแน่นอยู่ด้านในเยอะมากเมื่อเทียบกับหยกวิญญาณ
หากอธิบายง่าย ๆ คือ หยกวิญญาณระดับสูงที่สุดคุณภาพสูงหนึ่งสองก้อนยัง
เทียบได้เพียงแค่ศิลาวิญญาณระดับต่ำคุณภาพต่ำเพียงหนึ่งก้อน
และศิลาวิญญาณตรงหน้าเทียบได้กับหยกวิญญาณระดับสูงที่สุด
คุณภาพสูงยี่สิบก้อน!!
“เสินเทียนลูกบอกว่าหินเหล่านี้เยว่ฉีเป็นคนเลือกใช่หรือไม่?”
“ขอรับ” เสินเทียนตอบรับงง ๆ
“นางไม่รู้หรือว่าศิลาวิญญาณมีประโยชน์มากเพียงใด เมื่อเทียบกับหยก
วิญญาณ แม่คิดว่าเราควรนำสิ่งนี้ไปคืน” เสินเทียนคิดตาม
จริงอย่างที่ท่านแม่กล่าว ทว่าตอนเขาเอ่ยปากขอออกไปนางก็ไม่เห็นจะ
อะไร ในเมื่อสามารถสัมผัสหยกวิญญาณด้านในได้ ก็ต้องสัมผัสได้ไม่ใช่หรือว่า
หินแต่ละก้อนมีพลังวิญญาณมากน้อยแค่ไหน
แม้จะสงสัย แต่ก็เลือกทำตามคำพูดมารดา
คนทั้งสามเดินไปยังเรือนหลังข้าง ๆ ยกมือเคาะประตูเรือน
“มีอันใดหรือ?” เป็นหานลั่วอี้ออกมาเปิดประตู
“ลั่วอี้ท่านพ่อกับท่านแม่มีบางอย่างอยากจะมาสอบถามภรรยเจ้า” ชาย
หนุ่มพยักหน้าเล็กน้อย ก้าวหลบให้ทั้งสามคนเข้ามาในห้อง
“” ท่านลุง ท่านป้า มาหาข้ามีอะไรหรือ?” หญิงสาวคนหนึ่งนั่งอยู่บนเก้าอี้
ตรงหน้านางคือหินกองหนึ่ง
ดูเหมือนทั้งสองคนก็กำลังผ่าหินอยู่เหมือนกัน
สองสามีภรรยากวาดตามองหาหานลั่วซานทันทีที่ก้าวเข้ามาในห้อง
“หากเป็นลั่วซานตอนนี้กำลังนอนกลางวันอยู่เจ้าค่ะ” เยว่ฉีเอ่ยตอบยิ้ม ๆ
ทั้งสองคนดูเอ็นดูหานลั่วซานมากจริง ๆ
สองสามีภรรยาหันมาเผยรอยยิ้มขัดเขินเล็กน้อย แม้ใจจริงจะมีเรื่องสำคัญ
แต่พอคิดว่าในห้องมีเด็กชายตัวน้อยก็อดจะมองหาก่อนไม่ได้
“เชิญทั้งคู่นั่งเจ้าค่ะ” เยว่ฉีเอ่ย
“ได้ ๆ ที่มาวันนี้เพราะมีเรื่องสอบถามเจ้า” เสินอู๋ซิงไม่ยืดเยื้อ หยิบศิลา
วิญญาณระดับกลางออกมา
“เจ้ารู้หรือไม่ว่าสิ่งนี้คืออะไร” หญิงสาวมองของในมือแล้วพยักหน้า
“ข้าพึ่งรู้เจ้าค่ะ ลั่วอี้บอกข้าว่ามันคือศิลาวิญญาณ”
“เช่นนั้นหมายความว่าก่อนหน้านี้เจ้าไม่รู้ถึงได้มอบให้เสินเทียนอย่างนั้น
หรือ?” เยว่ฉีคล้ายเข้าใจสิ่งที่อีกฝ่ายต้องการจะสื่อ
“ความหมายของท่านคือต้องการนำสิ่งนี้มาคืนข้า?” เสินอู๋ซิงพยักหน้า
“รองเจ้าบ้านเสิน ถึงแม้ตอนแรกข้าจะไม่รู้ว่าสิ่งนี้คือศิลาวิญญาณ แต่ใน
เมื่อข้าสัญญากับบุตรชายท่านว่าจะเลือกหินให้ แถมสิ่งนี้ยังอยู่ในจำนวนร้อย
ก้อนนั้น ก็ถือว่าเป็นของเสินเทียน” เยว่ฉีตอบยิ้ม ๆ น้ำเสียงไม่เร็วไม่ช้า
“แต่สิ่งนี้มีประโยชน์ต่อการฝึกปราณมากนัก เจ้าไม่เสียดายหรือ? อย่างไร
เจ้าก็เป็นคนเลือก” เสินอู๋ซิงยังคงพยายามอธิบาย
เขาอยากสนิทสนมกับครอบครัวหาน และไม่อยากเอาเปรียบจากความไม่รู้
ของอีกฝ่าย
“รองเจ้าบ้านเสินท่านไม่ต้องกังวล คำพูดข้าถือเป็นที่สุด ถึงแม้ตอนนั้นข้า
จะยังไม่รู้ก็ไม่เห็นเป็นไร ตอนนี้ข้ารู้แล้วไว้วันหลังข้าไปตามหาอีกครั้งก็พอ”
“เจ้าอาจจะไม่โชคดีเหมือนครั้งนี้”
เยว่ฉียิ้มส่ายหัวน้อย ๆ เอ่ยออกมาด้วยสีหน้าจริงจัง
“รองเจ้าบ้านเสิน ข้าเข้าใจเจตนาดีของท่านเป็นพอ ท่านไม่จำเป็นต้องรู้สึก
ผิดหรือรู้สึกไม่สบายใจ ของที่ข้าเอ่ยปากว่าจะให้ ข้าไม่คิดจะนำกลับคืน เช่นนั้น
ของในมือก็ถือว่าเป็นของเสินเทียนแล้ว อีกอย่างศิลาวิญญาณข้าเองก็ผ่าได้
เช่นกัน” เยว่ฉีหยิบศิลาวิญญาณสีน้ำตาลก้อนหนึ่งขึ้นมา
เมื่อเห็นเช่นนี้ เสินอู๋ซิงจึงมีสีหน้าดีขึ้น
“เจ้าช่างเป็นสตรีมากความสามารถเสียจริง” เอ่ยหยอกล้อทำลาย
บรรยากาศหม่น ๆ เมื่อสักครู่
“รองเจ้าบ้านเสิน ภรรยาพูดแล้วไม่เคยคืนคำ หากท่านกังวล ข้าเพียงอยาก
ขอร้องให้พวกท่านดูแลหานลั่วซานระหว่างที่ข้าและภรรยาไม่อยู่ให้ดี” หานลั่ว
อี้เอ่ยสนับสนุน ก้าวมายืนด้านหลังภรรยา ยกมือขึ้นโอบไหล่คนรัก
“เรื่องนั้นเจ้าไม่ต้องกังวล ข้าและภรรยารู้สึกกับเด็กคนนั้นไม่ต่างจาก
บุตรชายคนเล็ก ย่อมดูแลเป็นอย่างดี!” เสินอู๋ซิงกล่าวเสียงหนักแน่น
“เช่นนั้นเรื่องนี้ก็ถือว่าผ่านพ้นไป ไม่ต้องเก็บมาคิดมากอีก” เยว่ฉีเอ่ย
สองสามีภรรยาเสินรู้สึกดีต่อเด็กทั้งสองมากขึ้นไปอีก จากตอนแรกที่รู้สึกดี
ด้วยอยู่แล้ว
ไม่โลภ รู้จักแบ่งปันพวกพ้อง จริงใจ ทั้งยังไม่เห็นแก่ของดี เป็นคนที่น่าคบ
หามากจริง ๆ
“ในเมื่อเรื่องคลี่คลายแล้วเช่นนั้นพวกข้าขอตัว ให้พวกเจ้าได้ใช้เวลา
ร่วมกัน”
เยว่ฉีลุกขึ้นยืน เดินไปส่งทั้งสามคนหน้าประตู ก่อนจะจากกันก็เอ่ยพูดคุย
อีกหลายประโยค
กลับเข้ามาในห้อง เย่วฉีหย่อนตัวนั่งบนเก้าอี้
“เป็นครอบครัวที่จริงใจไม่น้อย คนส่วนมากได้ของดีไปมีหรือจะนำออกมา
ส่งคืนให้เช่นนี้”
“สมกับเป็นครอบครัวเสินเทียน เจ้านั่นเองก็มีนิสัยไม่ต่างจากครอบครัว”
“ข้าเห็นด้วยกับท่าน” เยว่ฉีกล่าวพร้อมเอนตัวพิงไหล่สามี
“สามีข้าง่วงนอน”
“เช่นนั้นก็ไปนอน” หานลั่วอี้ช้อนแขนใต้ขอพับขาและรักแร้อุ้มภรรยา
ขึ้นมา หญิงสาวโอบแขนรอบคอสามีซุกหน้าบนอกแกร่งปล่อยให้เขาอุ้มเข้าไป
ในห้องนอน
ภายในเรือนหลังนี้มีห้องนอนอยู่สองห้องจึงไม่ต้องกังวลว่าจะรบกวนการ
นอนของเด็กชายตัวน้อย
เมื่อวางภรรยาลงบนเตียง หานลั่วอี้ก็ขยับขึ้นไปนอนข้างกาย โอบคนเข้ามา
ก่อนจะหลับไปด้วยกัน
เรือนข้างเคียงนอนแล้ว แต่เรือนเสินเทียนยังคงประหลาดใจไม่หาย หลัง
กลับมาจากเรือนเยว่ฉี ครอบครัวเสินเริ่มผ่าหินกันต่อ นอกจากศิลาวิญญาณที่
ภรรยาพบก้อนแรก พวกเขายังพบศิลาวิญญาณระดับเดียวกันอีกหลายก้อน ทำ
เอาอดส่ายหัวไม่ได้
ไม่ใช่ว่าไม่ดีแต่ดีใจจนรู้สึกยากจะเชื่อ จนเผลอคิดไปว่า
สตรีผู้นั้นหากได้มาเป็นสะใภ้คงดีไม่น้อย
แน่นอนว่านี่เป็นเพียงความคิดชั่วขณะหนึ่ง เสินอู๋ซิงและหลี่เฉิงไม่ได้มี
ความคิดจะแยกคู่หยวนหยางออกจากกัน หากทำเช่นนั้น นอกจาก
ความสัมพันธ์อันดีจะจบสิ้น คงต้องเสียคนมีความสามารถไป และผลลัพธ์จาก
การกระทำคงยากจะคาดเดา
“พ่อไม่คิดว่าจะได้พบเจอของดีเช่นนี้ในคราวเดียว”
“ท่านพ่อ หากยังอยู่กับสองสามีภรรยาคู่นี้ท่านต้องพบเจอเรื่องประหลาด
ใจอีกมาก ทำใจไว้เถิดขอรับ” เสินเทียนกล่าว เพราะเขาเคยประสบมาแล้ว
“คงเป็นจริงอย่างที่ลูกว่า”