ข้ามเวลามาเป็นภรรยาของสามีขาพิการ ตระกูลหาน - ตอนที่ 68การคัดเลือกตอนปลาย
การทดสอบยังคงดำเนินต่อไป
หลังสามารถก้าวผ่านบททดสอบทางด้านจิตใจมาได้แล้ว การเดินขึ้นบันได
ไปเรื่อย ๆ ดูจะสบายมากกว่าช่วงแรกมาก
ตอนนี้ดวงตะวันเลื่อนขึ้นมาเหนือศีรษะ สามารถคาดเดาได้ว่า เวลาในการ
ทดสอบเหลือเพียงครึ่งเดียว
สองสามีภรรยาเยว่หานยังคงมุ่งหน้าสู่เส้นชัยและหวังว่าจะถึงปลายทาง
โดยเร็ว
พอผ่านด่านทดสอบจิตใจมาได้ ต่อจากนั้นก็ไม่มีเรื่องราวใดเกินขึ้นอีกจน
รู้สึกแปลกใจ และพอเท้าสัมผัสบันไดขั้นที่เจ็ดร้อย ความเงียบสงบเนิ่นนานก็
เปลี่ยนไป
‘ยินดีต่อผู้เข้ารับการทดสอบที่สามารถก้าวมาถึงจุดนี้ได้ ต่อจากนี้เป็นเวลา
หนึ่งชั่วยามพวกเจ้าต้องผ่านความลำบากเล็กน้อยเพื่อขึ้นไปยังด้านบน หาก
ก้าวพลาดนั่นอาจจะหมายถึงการเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง’
เสียงไร้อารมณ์ของสตรีดังขึ้นรอบตัวพวกเขา หลังเสียงหยุดลงพื้นดินใต้
เท้าพลันสั่นสะเทือน
“ภรรยา ระวัง!!” หานลั่วอี้โอบคนเข้าหา แตะปลายเท้ากระโดดหมุนตัว
หลบลูกธนูนับร้อยดอกที่พุ่งเข้ามา ชายหนุ่มใช้ฝ่ามือซึ่งห่อหุ้มด้วยพลังปราณ
ปัดการโจมตีที่หลบไม้พ้นออกไปจนหมด
พร้อมกระโดดก้าวขึ้นไปยังขั้นสูงกว่า
บันไดการทดสอบไม่สามารถใช้ความสามารถลอยขึ้นไปด้านบน แต่เมื่อ
ผ่านมาถึงขั้นที่เจ็ดร้อย การกระโดดเพื่อหลบสิ่งกีดขวางนั้นกลับสามารถทำได้
เหมือนที่หานลั่วอี้กำลังทำอยู่ตอนนี้
เพราะพื้นบันไดตั้งแต่ขั้นเจ็ดร้อยเป็นต้นไปมีกับดักมากมายซ่อนอยู่
เมื่อเท้าแตะลงบนขั้นบันไดพื้นด้านล่างพลันยุบตัวลง ชายหนุ่มจึงรีบถีบตัว
ขึ้นด้านบนอีกครั้ง เอ่ยเสียงเบาข้างใบหู
“ภรรยาใช้พลังสำรวจพื้นบริเวณนี้ให้ที” เยว่ฉีพยักหน้ารับ กอดเอวสามี
แน่น หลับตาลงแผ่พลังจิตออกไปโดยรอบ
ภายใต้พื้นบันไดธรรมดามีกลไกซ่อนอยู่ด้านล่าง เมื่อเหยียบลงไปกลไกจะ
ทำงานทันที
“ฝั่งซ้ายห่างออกไปครึ่งจั้งไม่เป็นอะไร”
“ด้านบนสองขั้นตรงกลาง”
“ฝั่งขวาสุด”
“กระโดดข้ามไปอีกสี่ขั้น”
เยว่ฉีทำการตรวจสอบและบอกจุดที่ไม่มีกับดักให้สามีรู้ หานลั่วอี้ทำการ
กระโดดไปตามเส้นทางที่ภรรยาบอก พร้อมกอดคนรักพาไปด้วยกัน
ผู้เข้ารับการทดสอบหลายคนที่ตามหลังมา เริ่มสังเกตเห็นว่า จุดที่ชายหนุ่ม
เหยียบลงไปนั้นกับดักจะไม่ทำงานจึงคิดจะก้าวตามไป
พวกเขาคิดง่ายเกินไป เพราะตำแหน่งของกลไกถูกวางให้เปลี่ยนไปตลอด
“เฮ้ย!! รอข้าด้วย” เสียงเสินเทียนดึงความสนใจเยว่ฉีออกไปเล็กน้อย หญิง
สาวชะงักก่อนจะกลับมามีสมาธิอีกครั้ง ทำเอาหานลั่วอี้ก้าวพลาดเหยียบกับดัก
เข้าเต็ม ๆ
กระบี่นับสิบพุ่งเข้าใส่คนทั้งสอง ชายหนุ่มรีบกระโดดหมุนตัวหลบ พร้อม
ร่ายคาถาใช้พลังลมซัดกระบี่เหล่านั้นทิ้ง
เสินเทียนผู้เห็นเหตุการณ์…
ดูเหมือนตนจะทำให้เกิดเรื่อง
ชายหนุ่มมองสหายทั้งสองด้วยใบหน้ารู้สึกผิด เงียบปากไม่พูด
ในเมื่อไม่สามารถขอให้ช่วยเหลือได้ ก็ต้องหาทางไปเอง
เสินเทียนที่ตอนแรกยังเดินนำหน้าคนทั้งสอง แต่เมื่อมาถึงบททดสอบเรื่อง
กับดักทำให้จังหวะการเดินของเขาช้าลง ทำให้สองสามีภรรยาเยว่หานตามทัน
“บุรุษผู้นั้นไม่ธรรมดา ปฏิกิริยาโต้ตอบรวดเร็ว ทั้งยังโจมตีได้เฉียบคม”
“ไม่เลว ไม่เลว ตั้งแต่เปิดรับศิษย์มา ชายผู้นี้มีความ สามารถโดดเด่นมาก
จริง ๆ”
“พวกท่านคิดว่ามีเพียงชายผู้นั้นที่โดดเด่นจริง ๆ หรือ?” คำถามเรียบง่าย
ทว่าสามารถเรียกความสนใจจากเหล่าอาจารย์ทั้งหมดภายในห้อง
อาจารย์ของสำนักเซียนหลง นั่งล้อมกันเป็นวงกลมภายในห้องห้องหนึ่ง
ตรงหน้าพวกเขาคือภาพของเหล่าผู้เข้ารับการทดสอบ ซึ่งแสดงให้เห็นผ่าน
คาถาตรวจจับภาพระยะไกล
ภาพตรงหน้าแสดงให้เห็นการกระทำของผู้เข้าร่วมจากทุกทิศทาง สามารถ
ดูได้ว่าผู้เข้ารับการทดสอบแต่ละคนมีความมุมานะ และความสามารถมากน้อย
เพียงใด
“ก็จริง ข้าคิดว่าสตรีในอ้อมกอดของชายผู้นั้นไม่ธรรมดา ถึงจะไม่ได้ยินว่า
ทั้งสองคนพูดคุยอะไรกัน แต่พอสตรีผู้นั้นขยับปากชายผู้นั้นก็จะขยับตัวตาม”
“ท่านจะบอกว่านางสามารถตรวจสอบกับดักได้เช่นนั้นหรือ?”
“จะเป็นไปได้เช่นไร นั่นมิใช่ความสามารถของนักหลอมโอสถหรือ?”
“บางทีนางอาจจะเป็นนักหลอมโอสถ” ประโยคนี้ทำเอาบรรยากาศในห้อง
เงียบกริบ
หลังผ่านไปชั่วอึดใจ เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นทำลายความเงียบงัน
“ข้าคิดว่านางเป็นนักหลอมโอสถ”
“นักหลอมโอสถ!! หากเป็นจริงข้าจะทำให้นางมาเป็นศิษย์ข้าให้ได้!!”
อาจารย์ท่านหนึ่งเอ่ยขึ้น จริงจังจนลุกขึ้นยืน เพราะนักหลอมโอสถนั้นหายาก
ทุกครั้งที่มีนักหลอมโอสถมาเข้ารับการทดสอบเพื่อกลายเป็นศิษย์ของสำนัก ทำ
เอาอาจารย์สือซึ่งได้ชื่อว่านักหลอมโอสถขั้นเก้าตื่นเต้นทุกครั้ง
ตนอยากมีศิษย์เป็นนักหลอมโอสถ!!
ตั้งแต่กลายเป็นนักหลอมโอสถเก้าแล้วได้รับเกียรติให้มาเป็นอาจารย์ เขาก็
เฝ้าฝันถึงการมีศิษย์มาตลอด ถึงแม้หลังผ่านมาร่วมหกสิบปีจะได้รับศิษย์มาสั่ง
สอนถึงหกคน อีกทั้งตอนนี้ยังกลายเป็นนักหลอมโอสถขั้นปรมาจารย์ แต่ศิษย์สี่
ในหกคนก็ได้จบจากสำนักออกไปใช้ชีวิตแล้ว ตอนนี้เหลือศิษย์ในการดูแลเพียง
สองคนเท่านั้น!!
เขารู้สึกขมขื่นมากเพียงใด ไม่มีใครรู้
“ข้าคิดว่ามีความเป็นไปได้ ว่านางจะเป็นนักหลอมโอสถจริง”
“อาจารย์สือข้าว่าท่านใจเย็นแล้วนั่งลงก่อน ถึงนางจะเป็นนักหลอมโอสถ
จริง แต่ท่านจะได้รับนางเป็นศิษย์หรือไม่ ก็หลังจากนางผ่านการทดสอบทั้ง
หมดแล้ว”
อาจารย์สือมองหน้าอาจารย์อีกคนที่พูดเตือนสติ เขาหย่อนตัวนั่งลงบน
เก้าอี้ ก่อนจะถอนหายใจ
“ข้าหวังว่านางจะสามารถผ่านมาได้”
เหล่าอาจารย์กำลังตรวจสอบความสามารถของผู้เข้าทดสอบแต่ละคน
รวมถึงมองหาเมล็ดพันธุ์ชั้นดีที่อาจจะกลายมาเป็นศิษย์ส่วนตัว
ในระหว่างที่อาจารย์เหล่านี้กำลังตรวจสอบอย่างตั้งใจ ผู้เข้ารับการทดสอบ
ก็กำลังตั้งใจปีนบันไดเช่นกัน
“หานลั่วอี้ระวังด้านหน้า ข้าว่ามีบางอย่างไม่ปกติ กับดักใต้พื้นหมดไปแล้ว
อีกสามขั้นขึ้นไปสัมผัสได้ถึงพลังงานที่แตกต่างออกไป และพอถัดขึ้นไปอีกขั้น
ข้ากลับสัมผัสได้ถึงกำแพงสูงใหญ่” ชายหนุ่มเงยหน้ามองยังทิศที่ภรรยากล่าว
ไม่เห็นมีกำแพงอย่างที่นางพูด
เขาจึงเลือกที่จะเหยียบพื้นบนจุดปลอดภัย
“ภรรยาด้านหน้าเกรงว่า ต้องระวังให้มากขึ้นแล้ว” หานลั่วอี้ปล่อยคนให้
ยืนข้างกาย เยว่ฉีลืมตาขึ้น
“ตรงนี้มีบางอย่าง” หญิงสาวชี้มือไปยังจุดที่ว่า จังหวะเดียวกันกับที่
ด้านหลังเกิดเสียงขึ้น
“ระ…รอข้าด้วย” พอหันกลับไปมองก็เห็นว่าเป็นเสินเทียนที่ตามหลังมา
แต่สภาพเขาสะบักสะบอมราวกับถูกซ้อมมา
ไม่ใช่เพียงเสินเทียนผู้เข้าร่วมคนอื่น ๆ ก็มีสภาพไม่ต่างกัน ทุกคนต้องหลบ
หลีกกับดัก ทั้งยังพยายามไม่ให้ตนเองถูกกับดักโจมตีใส่จนถูกดีดกลับไปยัง
บันไดขั้นแรก
จากขั้นที่เจ็ดร้อยมาจนถึงขั้นเก้าร้อยเก้าสิบ เต็มไปด้วยกับดักมากมายที่
สามารถทำให้หลายคนถอดใจได้เลย
พอมาถึงขั้นที่เก้าร้อยเก้าสิบเอ็ดถึงขั้นที่เก้าร้อยเก้าสิบห้ากลับไม่มีอะไร
เกิดขึ้น
“ชักช้าไม่สมเป็นเจ้า”
“อึก…จะ….เจ้าลองมาเป็นข้าดูหรือไม่ จะได้รู้ว่า อึก…การที่ต้องหลบกับดัก
พร้อมกับขึ้นบันไดไปด้วยนั้นกินพลังมากแค่ไหน อีกทั้งยังต้องป้องกันการโจมตี
เพื่อไม่ให้หล่นไปอยู่ขั้นแรกนั้นยากเย็นเพียงใด”
“ข้าไม่อยากลองเป็นเจ้า และข้าก็ไม่รู้ว่าเจ้าเหนื่อยเพียงใด เพราะข้ามีคน
คอยปกป้อง” ไม่ว่าเปล่า เยว่ฉีดึงแขนสามีมากอดพร้อมโน้มศีรษะพิงไหล่ไปที
หนึ่ง ทำเอาเสินเทียนโมโหจนพูดไม่ออก
หญิงสาวหัวเราะร่วนเมื่อเห็นท่าทางของเขา หันหลังมาให้ความสนใจพื้นที่
ว่างตรงหน้า
“ภรรยา”
“ข้าจะสองสัมผัสดูก่อน”
เสินเทียนที่ก้าวมาเดินข้าง ๆ เอ่ยถามด้วยความสงสัย
“มีอะไร เหตุใดเจ้าสองคนไม่เดินต่อ” ชายหนุ่มเลิกคิ้วถาม ยืนนิ่งรอดูว่า
สองสามีภรรยาจะทำอะไร
อยู่ด้วยกันมานาน เขาพอจะรู้นิสัยสหายอยู่บ้าง จึงยืนรอเงียบ ๆ
ส่วนคนที่ตามมาทีหลังพอเห็นว่าคนนำหน้าหยุดก็หยุดตาม พอมีคนหนึ่ง
หยุด คนอื่น ๆ ก็หยุด จนกลายเป็นภาพประหลาด ราวกับว่า สามคนแรกคือ
ผู้นำมีลูกน้องนับร้อยยืนอยู่ด้านหลัง
“เจ้าว่าพวกเขาจะทำอะไร?”
“ข้าจะรู้ไหม? ข้าก็มาพร้อมกับเจ้า”
“ข้าไม่เห็นว่าจะมีอะไร บางทีพวกเขาอาจจะเหนื่อยจึงหยุดพัก”
“จะมีใครพักในสถานการณ์นี้ด้วยหรือ? เจ้าไม่เห็นรึว่าเหลือไม่ถึงสองชั่ว
ยามพระอาทิตย์ก็จะตกดินแล้ว”
“ข้าว่ามีความเป็นไปได้ว่าอาจจะมีบางอย่างอยู่ตรงหน้า เจ้าไม่เห็นหรือว่า
ทั้งสองสามารถหลบหลีกกับดักได้ ราวกับมีตาวิเศษ คนเก่งกาจเช่นนี้จะเหนื่อย
เพียงเพราะผ่านความยากลำบากเล็กน้อยจริงหรือ พวกเขาต่างจากพวกเรา
มาก”
หลังคำพูดนี้จบลงหลายคนก็มองดูสภาพตนเองแล้วเงยหน้ามองคนทั้งสอง
เหตุใดสภาพถึงได้ต่างกันมาถึงขนาดนี้!!
“มันจะมีอันใด สองคนนั้นอาจจะเกิดกลัวไม่กล้าก้าวต่อก็ได้” เยว่ฉีเหลือบ
ตามอง เป็นมู่หลินที่กำลังแสดงท่าทางอวดดี ก้าวเดินมาด้านหน้า
พอชายหนุ่มมาถึงบันไดขั้นเดียวกัน ก็เหลือบตามองมาด้วยท่าทาง
เหนือกว่า พร้อมกระตุกมุมปากขึ้นเล็กน้อย
หญิงสาวมองเพียงชั่วครู่แล้วถอนสายตากลับมา
อยากจะทำอะไรก็ทำ เพราะผลการทดสอบขึ้นอยู่กับแต่ละคน
“ก็ไม่เห็นจะมีอันใดเกิดขึ้น” พอก้าวขึ้นไปหนึ่งก้าวแล้วไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น มู่
หลินจึงหันมาแสดงทีท่าราวกับว่า พวกเจ้าหวาดกลัวกันไปเอง ขี้ขลาดกันไปเอง
กับคนทั้งสาม
คนด้านหลังเห็นว่าชายตรงหน้าเดินขึ้นไปแล้วไม่เกิดอะไรขึ้นจึงเริ่มพากัน
เดินตาม
“บางทีพวกเราอาจจะคิดมากไปเอง”
“นั้นสิ เพราะข้าไม่เห็นว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น”
“ที่แท้ความจริงของเรื่องนี้คือพวกเขาเกิดกลัวขึ้นมาจริง ๆ หรือ?”
“หรือไม่ก็อาจจะเหนื่อยกันมาก”
“เราก็ปีนบันไดเช่นเดียวกัน ยังไม่เหนื่อยจนเดินไม่ไหวเลย”
หลายคนเริ่มพูดกันไปต่าง ๆ นานา มีหลายคนเหลือบตามองคนทั้งสาม
ทว่าคนถูกพูดถึงยังคงเงียบ
จนกระทั่งคนทั้งหมดก้าวไปถึงบันไดขั้นที่เก้าร้อยเก้าสิบแปด เหลืออีกเพียง
สองขั้นก็จะผ่านการทดสอบ
แต่ความหวังที่วาดไว้ต้องหยุดลง เมื่อมีบางอย่างปรากฏขึ้นมา
“นี่มัน!! บ้าอะไรกัน!!”