ข้ามเวลามาเป็นภรรยาของสามีขาพิการ ตระกูลหาน - ตอนที่ 88 ไส้เดือนหรือ?
สำหรับการฝึกฝน เวลาหนึ่งวันถือว่าเร็วมาก เยว่ฉีรู้สึกว่าตนพึ่งหลับตาลง
เท่านั้น รู้ตัวอีกทีก็ถูกดีดออกจากห้องเสียแล้ว
พลังปราณภายในห้องเมื่อเทียบกับเส้นพลังชีวิตที่พบเจอเมื่อสี่เดือนก่อน
ความเข้มข้นแตกต่างกันประมาณสองส่วน เส้นพลังชีวิตที่ค้นพบมีความเข้มข้น
มากกว่า
เยว่ฉียกมือบิดขี้เกียจไล่อาการปวดเมื่อยตามร่างกาย หลังต้องนั่งนิ่งเป็น
เวลานาน ระหว่างกำลังคลายความเมื่อยล้าก็สัมผัสได้ถึงสายตาร้อนแรง พอหัน
ไปมองก็พบว่าเป็นหานลั่วอี้
“เลิกมองแล้วกลับห้องกัน” เยว่ฉีทำเป็นเมินสายตาคู่นั้น คว้าจับมืออีกฝ่าย
พาเดินกลับห้อง
“ลั่วอี้ พวกเราลองฟักไข่สองใบนั้นดูดีหรือไม่? ข้าอยากรู้ว่ามีอะไรอยู่ข้าง
ใน”
“ไข่ที่พบในถ้ำ?”
“ใช่ ท่านไม่สงสัยบ้างหรือ? ไข่สองใบนั้นถึงกับเดินมาหาพวกเรา บางที
อาจจะมีสัตว์อสูรชนิดพิเศษอยู่ด้านใน หากได้สัตว์อสูรหายากน่าเกรงขาม ทั้ง
ยังงดงามคงดีไม่น้อย” เยว่ฉีคิดภาพตามที่พูด
นางต้องการสัตว์อสูรที่มีขนงดงาม รูปร่างองอาจและดูแข็งแกร่ง
“ลั่วอี้ ท่านอยากได้สัตว์อสูรแบบใดหรือ?”
ชายหนุ่มเงียบไปชั่วขณะ พลางครุ่นคิด เขาไม่ได้ให้ความสนใจเรื่องสัตว์
อสูรมาก่อน พอได้รับคำถามจึงใช้เวลาเล็กน้อยก่อนตอบ “หากได้สัตว์อสูรที่มี
รูปร่างคล้ายสัตว์อสูรของภรรยาคงดีไม่น้อย”
คำตอบเขาทำหญิงสาวเผยยิ้มกว้าง ชายผู้นี้ทำนางยิ้มอีกแล้ว !!
‘ศิษย์รักเอ๋ย เจ้าให้สิ่งใดเข้ามา เหตุใดไม่ถามอาจารย์เช่นข้าบ้าง’ น้ำเสียง
กดต่ำของผู้อาวุโสหมิง ทำคนที่เมื่อไม่กี่เฟินยิ้มแย้มสดใสหุบยิ้มทันที
นางก้มหน้าลงคล้ายสำนึกผิด กวาดตามองน้ำในบ่อซึ่งเปลี่ยนเป็นสีรุ่ง
“…”
‘เหตุใดวันนี้ถึงได้เงียบแตกต่างจากปกติ? เจ้าควรจะโวยวายข้ากลับมิใช่
หรือ?’
“ท่านอาจารย์ข้าทำได้หรือ?”
‘ข้าพูดประชด!!’
“น้ำเสียงท่านไม่คล้ายประชด น้ำเสียงท่านคล้ายกำลังพึงพอใจที่ข้ามีท่าที
สำนึกผิด”
‘รู้ตัวแล้วก็จงสำนึกผิดเสีย เจ้ารู้หรือไม่ว่าหากสิ่งที่เจ้านำเข้ามาอันตราย
ทุกอย่างจะส่งผลถึงตัวเจ้า!!’
“ท่านอาจารย์ แต่สิ่งที่ข้านำขะ…”
‘ยังจะแก้ตัวอีก!!’
เยว่ฉีปิดปากฉับ ก้มหน้าหงุดไม่กล้าพูดอะไรออกมาอีก
ดูท่าครั้งนี้ท่านอาจารย์จะโกรธนางจริง ๆ
ผู้อาวุโสหมิงมองท่าทีสำนึกผิดของศิษย์ด้วยความพึงพอใจ ยกมือขึ้นไขว่
หลังพร้อมลูบหนวดสีดอกเหลา พยักหน้าขึ้นลง
เดินวนไปมารอบตัวศิษย์ทั้งสอง
‘หานลั่วอี้เจ้ากลายเป็นผู้ฝึกปราณขั้นเก้าได้แล้วจริง ๆ หลังจากนี้ต้อง
พยายามเพื่อขึ้นไปเป็นผู้ฝึกปราณขั้นปรมาจารย์ ไม่เช่นนั้นคงไม่อาจก้าวไปถึง
สิบอันดับแรกได้’
ชายหนุ่มเงยหน้าสูดหายใจเข้าปอด
ท่านอาจารย์คงจะหมายถึง สิบอันแรกของผู้แข็งแกร่งสินะ
‘เจ้าจำคนที่ทำหน้าที่ต้อนรับศิษย์ใหม่ได้หรือไม่?’
“ท่านอาจารย์หมายถึงคนที่ท่าทางร่าเริงแต่บรรยากาศอันตรายใช่ไหม
ขอรับ”
‘ใช่ เจ้านั่นอันตราย ระดับขั้นของเจ้าตอนนี้ไม่สามารถเอาชนะได้’
“ท่านอาจารย์ทราบหรือขอรับว่าชายผู้นั้นเป็นผู้ฝึกปราณขั้นใด”
‘ปรมาจารย์ระดับสูง บรรยากาศรอบตัวเจ้านั่นทั้งเจ้าเล่ห์และอันตราย
อย่างน้อยต้องไปให้ถึงขั้นปรมาจารย์ระดับกลางถึงจะพอสู้ได้บ้าง’
“ศิษย์เข้าใจแล้วขอรับ”
‘หากเจ้ามีความตั้งใจจริง เพียงฝึกตามวิธีที่ข้าบอก จะสามารถก้าวขึ้นไปได้
ในเวลาที่เหลืออยู่ แต่อาจจะหนักกว่าเดิมเล็กน้อย’
“ศิษย์จะทำตามที่ท่านอาจารย์สอนสั่งขอรับ” หานลั่วอี้ยกมือขึ้นทำความ
เคารพ
ปรมาจารย์ระดับสูงงั้นหรือ? มิน่าเล่าเมื่อไม่กี่เดือนก่อนเขาถึงไม่สามารถ
ตรวจสอบความแข็งแกร่งของชายผู้นั้นได้
เมื่อถึงเวลาแข่งจริงเขาจะสามารถเอาชนะได้หรือไหม?
ไม่สิ ชนะได้หรือไม่ล้วนไม่สำคัญ สิ่งสำคัญคือต้องพยายามเอาชนะให้ได้
‘ถือว่าเจ้ามีจิตใจมั่นคงไม่น้อย เอาละอย่างแรกที่ต้องทำก็คือ…’
“…”
‘ฟักไข่สองใบที่พวกเจ้าได้มาก่อน’
“เอ๋?”
บรรยากาศกดดันเปลี่ยนเป็นสับสนทันที เยว่ฉีผู้ยืนเงียบมานานถึงกับ
อุทานออกมาเพราะความสับสน
หานลั่วอี้ยืนนิ่งไม่ขยับตัว
“ท่านอาจารย์ตั้งแต่ต้นท่านแกล้งข้ามาตลอดหรือ? ข้าคิดไว้แล้วเชียวว่า
ท่าทางท่านหาได้จริงจัง!!”
‘รู้แล้วเจ้าจะทำอันใดได้? รีบ ๆ นำไข่สองใบออกมาฟักได้แล้ว รวมถึงไข่ที่
เจ้าได้มาจากหอค้าสัตว์อสูรด้วย’ เขาพูดอย่างไม่ใส่ใจ
เยว่ฉีถึงกลับฉุกคิด มิน่าเล่า นางถึงรู้สึกแปลก ๆ กับท่าทีของท่านอาจารย์
บางครั้งก็คล้ายโกรธนางจริง ทว่าบางครั้งก็คล้ายกำลังสนุก
ที่แท้ก็แค่ต้องการแกล้งนาง!!
เหอะ เห็นว่าแก่แล้วจะปล่อยไปสักครั้งแล้วกัน
‘ศิษย์รัก เจ้าคงไม่ได้กำลังด่าข้าในใจใช่ไหม?’
เยว่ฉีสะดุ้งเฮือก เสียงเมื่อสักครู่ถูกส่งมาที่นางโดยตรง
“ทะ…ท่านอาจารย์ศิษย์จะกล้าได้เช่นไร ท่านเข้าใจผิดแล้ว”
‘ฮึ คิดว่าข้าไม่รู้หรือ? เจ้ามันศิษย์ชอบปีนเกลียว!!’ ผู้อาวุโสหมิงหยุดพูด
แล้วกล่าวต่อ
‘เอาละ อย่ามัวเสียเวลา นำไข่สัตว์อสูรของพวกเจ้าออกมา’
ทั้งสองคนมองหน้ากัน จากนั้นหานลั่วอี้จึงนำไข่สัตว์อสูรออกมา
‘ฟักไข่สัตว์อสูรที่ได้จากหอค้าสัตว์อสูรออกมาก่อน’
ทั้งสองคนรับคำแล้วเริ่มฟักไข่สัตว์อสูร
พลังปราณสองสายไหลผ่านจากร่างสู่ไข่สองใบตรงหน้า สองสามีภรรยา
วางไข่ลงบนพื้นหน้าบ่อน้ำแห่งชีวิต นั่งขัดสมาธิส่งผ่านพลังปราณเข้าไป เติม
เต็มพลังที่ขาดหายให้เพียงพอ
ผ่านไปราวสองชั่วยาม หนึ่งใบหน้างดงามหนึ่งหล่อเหล่าเริ่มชื้นเหงื่อ พวก
เขาสูญเสียพลังปราณไปมากในการฟักไข่ครั้งนี้
ไข่ทั้งสองที่นิ่งเงียบมานานเริ่มมีปฏิกิริยา เยว่ฉีต้องดูดซับหยกวิญญาณไป
พร้อมกับส่งผ่านพลังปราณเข้าสู่ไข่ ในขณะที่หานลั่วอี้ไม่ต้องทำ
และในจังหวะที่พลังในร่างกำลังจะหมดไป ไข่ของชายหนุ่มก็เริ่มมีปฏิกิริยา
ประกายแสงสีเขียวส่องสว่างออกมาตามรอยแยก ก่อนจะตามาด้วยกรงเล็บอัน
แหลมคมยื่นออกมาเกาะเปลือกไข่ หัวเล็ก ๆ พร้อมจะงอยปากตามมากทีหลัง
ดวงตากลมโตสีเงินงดงามจดจ้องเป้าหมาย ยามสิ่งตรงหน้าเหินขึ้นสู่อากาศ
พร้อมสยายปีกทั้งสองข้าง ความเป็นประกายสีเงินงดงามพลันสะท้อนเข้าสู่
นัยน์ตา
เจ้าสัตว์ร้ายบินร่อนลงมายืนบนฝ่ามือซึ่งยื่นออกมารองรับ
‘เหยี่ยวเงินหรือ? สัตว์ร้ายระดับแม่ทัพ ไม่เลว ๆ ความสามารถคือ
เคลื่อนไหวได้รวดเร็ว พลังโจมตีธาตุลม สายตาเฉียบคม เหมาะสำหรับผู้ฝึก
ปราณธาตุลมเช่นเจ้า’
ผู้อาวุโสหมิงพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ
ชายชราพยักหน้าพึงพอใจ สัตว์อสูรตนแรกที่ฟักออกมาถือว่าดีไม่น้อย เขา
คิดจะเอ่ยปากให้ชายหนุ่มฟักไข่ใบที่สองต่อ ทว่าเสียงปริแตกของไข่อีกใบดึง
ความสนใจไปเสียก่อน
ไข่ของเยว่ฉีฟักแล้ว
ไข่ใบเล็กกลิ้งไปมาบนพื้น ก่อนที่เปลือกไข่จะแตกออกเผยให้เห็นกระดองสี
น้ำเงินงดงาม บนกระดองมีลวดลายขีดเขียนอยู่ หากมองให้ดีจะเห็นว่ามี
ลวดลายคล้ายสายฟ้าฟาด
‘หืม? เต่าสายฟ้าหรือ? เจ้าศิษย์คนนี้ทำให้ข้าประหลาดใจได้เสมอจริง ๆ ’
ชายชราส่ายศีรษะมองเต่าตัวเล็กเดินเข้าไปหาเจ้านายของมัน
เยว่ฉีหยักยิ้มมุมปาก มองสัตว์อสูรของตน ถึงจะเป็นเต่าแท้ท่าทางองอาจ
มากเลย ใบหน้าก็น่ารักมาก ปากเล็ก ดวงตากลมโต สีสวยงดงามเป็นประกาย
ลายบนกระดองดุจสายฟ้าฟาด
เท่มาก!!!
สองมือช้อนเต่าตัวน้อยขึ้นมามองใกล้ ๆ ดวงตาสีดำกลมโตใส่ซื่อเอียงมอง
นางเล็กน้อย ก่อนจะเผยยิ้มส่งเสียงร้องออกมาเล็กน้อย
“น่ารักเกินไปแล้ว!!” เยว่ฉีนำเต่าเข้ามาใกล้ ใช้ใบหน้าคลอเคลียกระดอง
เล็กไปมา ใบหน้ายิ้มแย้ม
“ข้าจะตั้งชื่อให้เจ้าเอง ต่อไปนี้เจ้ามีชื่อว่า เยว่กุย”
‘…’ ผู้อาวุโสหมิง
“…” หานลั่วอี้
สตรีเพียงหนึ่งเดียวสัมผัสบรรยากาศแปลก ๆ ที่เกิดขึ้นเมื่อสักครู่ได้ นาง
หันไปมองสามีพลันเห็นว่าเขามีสีหน้าซับซ้อน ส่วนอาจารย์ไม่กล่าวอะไร
ออกมา
“อะไรหรือ? เหตุใดพวกท่านสองคนถึงได้เงียบไปเสียเล่า?”
‘เจ้าตั้งชื่อสัตว์อสูรของเจ้าว่าอย่างไรนะ’
“เยว่กุยเจ้าค่ะ ท่านอาจารย์ไม่คิดว่าเพราะมากหรือ?”
‘เจ้ามีปัญหาในการตั้งชื่อหรือ? เพราะเป็นเต่า จึงตั้งชื่อว่า กุย (เต่า) งั้น
หรือ!!!’
“ข้าว่าชื่อที่ข้าตั้งเพราะมากเลยนะเจ้าคะ ทั้งยังเข้ากันได้ดีกับแซ่ของข้า
ด้วย”
หานลั่วอี้‘หากมีบุตรตนคงต้องเป็นคนตั้งชื่อลูกเสียแล้ว’
‘เลิกคุยเรื่องนี้แล้วจัดการฟักไข่อีกสองใบของพวกเจ้าเสีย’ ผู้อาวุโสเปลี่ยน
เรื่อง ตนไม่อยากจะคิดถึงเรื่องชื่อของสัตว์อสูรตนนี้อีกแล้ว
เกิดเป็นสัตว์อสูรที่มีสายเลือดของสัตว์อสูรระดับจอมทัพ แต่กลับได้
เจ้านายไม่มีหัวเรื่องการตั้งชื่อ!!
เยว่ฉีกะพริบตาปริบ ๆ วางเต่าน้อยลงข้างกาย เต่าตัวน้อยน่ารักมาก เดิน
เข้าไปนอนในไข่ที่ตนพึ่งฟักออกมา ปากเล็ก ๆ อ้าออกกินเปลือกไข่เข้าไป
ระหว่างที่ปล่อยให้สัตว์อสูรทั้งสองตนกินเปลือกไข่เพื่อเพิ่มพลัง ทั้งสองคน
ก็หันมาฟักไข่สองใบที่เหลือ
ไข่สองใบกระโดดดี๊ด๊าชอบใจตั้งแต่ถูกหยิบออกมาจากแหวนมิติ คล้ายว่า
มันถูกใจบางอย่างเข้า ทว่ากลับไม่ยอมออกห่างจากทั้งสองคน
“อยู่นิ่ง ๆ ได้หรือไม่ ไม่อย่างนั้นข้าจะย่างเจ้ากินเสีย” เหมือนไข่จะฟังที่
นางพูดเข้าใจ ไข่อารมณ์ดีทั้งสองใบหยุดเคลื่อนไหว ยืนตรงบนฝ่ามือ
แล้วทั้งสองก็เริ่มฟักไข่อีกครั้ง
ครั้งนี้ใช้เวลานานกว่าครั้งแรกมาก ผ่านไปได้สี่ชั่วยามแล้วไข่ทั้งสองยังไม่มี
ทีท่าว่าจะฟักออกมา
หนึ่งวันผ่านไป
สองวันผ่านไป
สามวันผ่านไป
สี่วันผ่านไป…
สี่วันในมิติ สองชั่วยามด้านนอก หลังต้องอดทนส่งพลังเข้าไปในไข่ทั้งสอง
ใบนานหลายวัน ในที่สุดไข่ก็มีปฏิกิริยาเสียที
ไข่สองใบกระโดดขึ้นสู่ท้องฟ้า ก่อนจะหล่นลงบนพื้น แตกกระจายออกเป็น
สองส่วน
สองสามีภรรยาเยว่หาน “…”
สัตว์อสูรด้านในคงไม่ใช่ตายไปแล้วใช่ไหม?
เยว่ฉีหันกลับไปมองไข่ทั้งสองใบก่อนจะพบว่ามีการเคลื่อนไหว
สิ่งมีชีวิตขนาดเล็กคลานกระดึ๊บ ๆ ออกมานอกเปลือกไข่ ยกหัวที่ดวงตา
เกือบจะใหญ่กว่าหัวขึ้นมองนาง
มันเอียงคอเล็กน้อยก่อนจะส่งยิ้มพริมใจมาให้ ท่าทางมีความสุข
ส่วนคนที่นั่งฟักมาเนิ่นนานนั่น…ตกตะลึงจนพูดไม่ออก
หนึ่งจิบชาต่อมา ร่างแข็งค้างของเยว่ฉีถึงพึ่งตอบสนอง
“สะ…ไส้เดือน!! สัตว์อสูรที่ข้าใช้ความพยายามไปมากกว่าจะฟักออกมาได้
คือไส้เดือนอย่างนั้นหรือ!!”
หญิงสาวเผยท่าทีห่อเหี่ยว ทรุดนั่งลงบนพื้น ไหล่ทั้งสองข้างอ่อนแรง
“ฮือ ๆๆ เหตุใดต้องเป็นไส้เดือนด้วย ข้าไม่ได้อยากได้สัตว์อสูรที่เป็น
ไส้เดือนเสียหน่อย อย่างน้อยเป็นกบยังดีเสียกว่า” หญิงสาวคู้ตัว ชันเข่าชิด
หน้าอก กอดขาก้มหน้าซุกเข่า
หานลั่วอี้มองภรรยาด้วยความเป็นห่วง นางคาดหวังกับไข่สองใบนี้มาก พอ
เห็นว่าสิ่งที่ออกมาคล้ายไส้เดือน จะรู้สึกแย่ก็ไม่แปลก
“ภรรยา…”
ไส้เดือนสีทองกระโดดขึ้นไปแหมะอยู่บนแขน เยว่ฉีเงยหน้ามองพอเห็นว่า
เป็นไส้เดือนจริง ๆ ก็ปล่อยโฮออกมา
หานลั่วอี้ไม่รู้ว่าควรปลอบภรรยาเช่นไร จึงได้แต่นั่งนิ่งอยู่ข้าง ๆ มองด้วย
ความเป็นห่วง
หลังทำใจได้แล้วหญิงสาวจึงเงยหน้าขึ้นมาอีกครั้ง มองไส้เดือนที่ไม่หนีไป
ไหน ยังคงมองนางด้วยสายตาเป็นห่วง
นางคงบ้าไปแล้วแน่ ๆ ถึงได้เข้าใจไปเองว่า ดวงตากลมโตตรงหน้าแสดง
ความเป็นห่วง