ข้ามเวลามาเป็นภรรยาของสามีขาพิการ ตระกูลหาน - ตอนที่ 89 สัตว์อสูรที่พิเศษ
เยว่ฉีนั่งจ้องตากับไส้เดือน เจ้าหนูนี่พอมองดูดี ๆ แล้วก็น่ารักไม่น้อยเลย
“เจ้าไส้เดือนน้อย อยากอยู่กับข้าหรือไม่?” พอทำใจได้ จากความรู้สึก
เสียใจก็แปลเปลี่ยนเป็นความรู้สึกเอ็นดู ถึงจะไม่องอาจอย่างใจคาดหวัง แต่
อย่างน้อยก็น่ารัก !!
น่ารักคือทุกสิ่ง ความน่ารักเท่ากับชนะ !!
ไส้เดือนน้อยคล้ายเข้าใจที่นางพูด ผงกหัวขึ้นลงส่งยิ้มมาให้
เยว่ฉีแผ่มือออก สัตว์อสูรตัวน้อยเห็นดังนั้น ก็คลานกระดึ๊บ ๆ มานอนอยู่
บนมือของนาง พร้อมส่งเสียงมีความสุข
เยว่ฉีดึงฝ่ามือเข้าหา ใช้ปลายนิ้วจิ้ม ๆ ตัวไส้เดือนเบา ๆ เจ้าไส้เดือนดิ้นไป
มา สีหน้ามีความสุขมาก มาตอนนี้หญิงสาวจึงเผยยิ้มอ่อนโยน
“ถึงจะอยากให้เจ้าแข็งแกร่ง แต่ไม่แข็งแกร่งก็ไม่เป็นไร ขอแค่น่ารักก็พอ”
นางตัดสินใจแล้ว
จะเลี้ยงไส้เดือนน้อยให้ดี แม้จะต่อสู้ไม่ได้แต่เลี้ยงไว้ดูเล่นให้ชุ่มชื่นหัวใจได้
“ภรรยา เจ้าไม่เป็นไรแล้วใช่ไหม?” หานลั่วอี้เอ่ยถาม สีหน้าคลายความ
กังวลลงหลายส่วน
“ข้าไม่เป็นอันใดแล้ว” พอทำใจได้แล้วจึงหันไปให้ความสนใจสัตว์อสูรของ
สามี สิ่งที่ออกมาจากไข่ใบน้อยเป็นไส้เดือนตัวน้อยไม่ต่างกัน แตกต่างกันเพียง
แค่ไส้เดือนของสามีเป็นสีดำ ส่วนของนางเป็นสีทอง
“สัตว์อสูรของท่านเหมือนของข้าเลย พวกเราเลี้ยงพวกมันด้วยกันเถิด”
หานลั่วอี้มองสีหน้าภรรยา เมื่อเห็นว่าความเศร้าโศกในดวงตาสวยหายไปแล้ว
จึงยอมพยักหน้าตกลง
“ตามใจภรรยา” หญิงสาวยิ้มกว้าง โน้มตัวเข้าไปซุกหน้าลงบนหน้าอก
แกร่ง พร้อมถูไถใบหน้าไปมา
“ท่านจะแสนดีเกินไปแล้ว” น้ำเสียงเขินอายของภรรยาทำหัวใจเขาอุ่นวาบ
ชายหนุ่มยกมือโอบกอดภรรยาเข้าหา
“เรื่องแค่นี้ไม่เป็นอันใดเลย ข้าเต็มใจ” เยว่ฉีกอดสามีอยู่พักหนึ่งก่อนผละ
ออก ก้มมองไส้เดือนตัวน้อยในมือ ก่อนจะหันไปมองไส้เดือนของสามี
“เจ้าสองคนเป็นสัตว์อสูรของพวกข้าแล้ว ต่อไปนี้ต้องทำตัวให้ดีรู้ใช่ไหม?”
ไส้เดือนตัวน้อยในมือเยว่ฉีพยักหน้าขึ้นลง แล้วหันไปหาไส้เดือนของ
หานลั่วอี้ เจ้าตัวน้อยในมือก้มหัวลงเล็กน้อยเหมือนกับว่ากำลังสื่อสารกัน ก่อน
ไส้เดือนตัวน้อยบนพื้นจะเงยหน้าขึ้นมาผงกหัวให้เยว่ฉี
หญิงสาวถึงกับเลิกคิ้ว คงไม่ใช่ว่าเจ้าตัวน้อยในมือมีฐานะสูงกว่าเจ้าตัวน้อย
บนพื้นใช่ไหม? หากเป็นจริงดังที่นางคิด สถานะของสัตว์อสูรสองตนนี้ คงไม่
ต่างจากนางและสามี
“เอาละมาทำสัญญากันได้แล้ว” เยว่ฉีตัดสินใจจะเลี้ยง เช่นนั้นก็ต้องทำ
สัญญา เพื่อจะได้พูดคุยกับสัตว์อสูรของตนได้สะดวกขึ้น
การทำสัญญานั้นไม่ยาก เพียงมอบเลือดให้สัตว์อสูรที่ต้องการทำสัญญา
ด้วยดื่ม จากนั้นบังคับให้เลือดเข้าไปผสมในแกนสัตว์อสูรก็ถือว่าการทำสัญญา
สิ้นสุด
การทำสัญญามีอยู่สองแบบ หนึ่งคือการทำสัญญานายบ่าว สัญญาแบบนี้
หากเจ้านายบาดเจ็บสัตว์อสูรจะไม่ได้รับความเสียหาย เช่นเดียวกันหากสัตว์
อสูรบาดเจ็บนายผู้ทำสัญญาก็จะไม่ได้รับความเสียหายด้วยเช่นกัน
แบบที่สอง สัญญาชีวิต การทำสัญญานี้หากมนุษย์ผู้ทำสัญญาด้วยเกิด
บาดเจ็บคู่สัญญาจะแบ่งความเจ็บปวดไปส่วนหนึ่ง แต่หากสัตว์อสูรคู่สัญญา
บาดเจ็บมนุษย์ผู้ทำสัญญาจะไม่ได้รับผลใด ๆ
แต่ไม่ว่าจะทำสัญญาแบบที่หนึ่งหรือสอง สัตว์อสูรที่ทำสัญญาไม่มีสิทธิ์หัก
หลังหรือทำร้ายมนุษย์คู่สัญญา ฝั่งมนุษย์ผู้ทำสัญญาก็ไม่มีสิทธิ์ทำร้ายสัตว์อสูร
เช่นเดียวกัน
ถือเป็นสัญญาเชื่อถือได้ เพราะห้ามทั้งสองฝ่ายทรยศหักหลังซึ่งกันและกัน
เยว่ฉีหยดเลือดให้ไส้เดือนสีทองและเต่าน้อย พอเลือดถูกกลืนหญิงสาวจึง
บังคับให้เลือดไหลเวียนเข้าไปอยู่ในแกนพลัง
หลังสัญญาเสร็จสมบูรณ์สัตว์อสูรตัวน้อยทั้งสองดูเหมือนจะเชื่องขึ้นมาก
กว่าเดิม โดยเฉพาะเต่าน้อย ที่ออดอ้อนนางมากกว่าเดิมเรียกเสียงหัวเราะชอบ
ใจได้โดยง่าย
“อยากได้อะไรหรือ?” เยว่ฉีเอ่ยถาม ใช้ปลายนิ้วลูบ ๆ หัวกลม ๆ ของเต่า
น้อย
เจ้าเต่าขยับปากพูดไม่มีเสียง ทว่าความหมายเหล่านั้นกลับส่งผ่านทางจิต
วิญญาณ ทำให้สามารถเข้าใจได้
“อยากได้โอสถหรือ? ข้ามีเพียงโอสถทะลวงระดับ คงให้กินไม่ได้” เต่าน้อย
มีท่าทีไม่ยินยอม ถูไถหัวกับมือนางพร้อมบอกว่า
ตนกินได้
นางหยิบโอสถออกมาเม็ดหนึ่งส่งเข้าปากซึ่งอ้า ๆ หุบ ๆ รออยู่ก่อนแล้ว พอ
ได้รับโอสถเต่าน้อยก็เลิกงอแง แล้วนอนหลับไป?
แค่นี้? นอนง่าย ๆ อย่างนี้เลย?
เยว่ฉีใช้มือจิ้ม ๆ หัวเต่าน้อย แต่ก็ไร้ปฏิกิริยาตอบกลับ ราวกับตายไปแล้ว
หากไม่ใช่ว่าสัญญายังมีผล นางคงคิดว่าเจ้าเต่าน้อยตายไปแล้วจริง ๆ
สัญญาที่เยว่ฉีเลือกทำคือสัญญานายบ่าว นางไม่ต้องการให้สัตว์อสูรทั้งสอง
มาแบ่งปันความเจ็บปวดร่วมกัน เพราะไม่อยากเอาเปรียบสิ่งมีชีวิตตัวเล็ก ๆ
พวกนี้
“อะไรหรือ? เจ้าเองก็มีสิ่งที่อยากได้เหมือนกัน?” เยว่ฉีละความสนใจจาก
เต่าน้อยขี้เซาไปหาไส้เดือนน้อย พร้อมเอ่ยถามหลังได้ยินเสียงข้อร้องบางอย่าง
ดังขึ้นในหัว
หัวสีทองและดวงตากลมโตของสัตว์อสูรขยับขึ้นลง
“อยากได้อะไรหรือ?” ไส้เดือนน้อยไม่ตอบ ใช้พลังของตนเคลื่อนที่ผ่านเยว่
ฉีไปด้านหลัง
ผ่านไปครู่หนึ่ง เสียงของท่านอาจารย์พลันดังขึ้น
‘เจ้าสัตว์เดรัจฉานพวกนี้ รู้จักของดีเสียจริง!!’
สองสามีภรรยาเยว่หานมองหน้ากันด้วยความสงสัย ก่อนลมสายหนึ่งจะพา
ทั้งสองมายังบ่อน้ำหลังป่าไผ่
พอเยว่ฉีกลายเป็นนักหลอมโอสถขั้นแปด มิติที่นางถือครองอยู่ก็กว้างกว่า
ครั้งแรกที่ได้มาถึงสี่เท่า พื้นดินกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา และภูเขาสูงใหญ่ซึ่งไม่รู้
ว่าบนนั้นมีอะไรบ้าง
ตอนนี้ในมิติไม่ต่างจากโลกขนาดย่อมเลย มีท้องฟ้า มีสายลม มีต้นไม้
ใบหน้า ภูเขา
ติดอยู่อย่างเดียว ในมิติไม่มีดวงจันทร์และดวงตะวัน
การขึ้นเป็นนักหลอมโอสถขั้นแปด นอกจากพื้นนี้ในมิติจะกว้างขึ้นแล้ว จุด
ที่สามารถเข้าได้ก็มากขึ้นด้วย จากแต่ก่อนไม่สามารถเข้ามาในป่าไผ่หลัง
กระท่อม ตอนนี้กลับเข้ามาได้แล้ว
สองสามีภรรยาเยว่หานถูกผู้อาวุโสหมิงดึงมาหลังป่าไผ่ ซึ่งบริเวณนี้มีบ่อน้ำ
ขนาดผู้ใหญ่สิบคนลงไปนอนได้สบายถูกสร้างเอาไว้ ด้านหนึ่งของบ่อน้ำมีรูปปั้น
หัวกระต่าย? อ้าปากกว้าง ซึ่งปากที่อ้าออกนั้นมีน้ำสีฟ้ากระจ่างใสไหลลงสู่บ่อ
ไม่รู้ว่าน้ำนี้มีต้นกำเนิดมาจากที่ใด แต่สายน้ำที่ไหลออกมากลับไม่เคยแห้ง
ขอด
‘เยว่ฉีเจ้าดู เจ้าดูไส้เดือนของเจ้า พวกมันกล้าลงไปนอนแช่ในน้ำวิเศษนี้ ทั้ง
ที่ข้ายังไม่ได้อนุญาต!!’
ท่านอาจารย์น้ำในบ่อนี้มีวันแห้งขอดหรือไม่เจ้าคะ “
‘ไม่มีวันแห้งขอด เพราะเป็นน้ำที่ได้มาจากเทือกเขาสูงด้านหลัง’ แม้จะไม่รู้
ว่า ด้านหลัง ที่ท่านอาจารย์พูดถึงนั้นหมายถึงที่ใด แต่คงเป็นหนึ่งในภูเขาหลาย
ลูกหลังป่าไผ่ห่างออกไปไกลกระมัง
“ท่านอาจารย์เช่นนั้นก็ให้สัตว์อสูรของข้าแช่น้ำในบ่อไปเถิดเจ้าคะ ถึง
อย่างไรน้ำในบ่อก็ไม่แห้งขอด”
‘เจ้าคิดได้เท่านี้หรือ? เจ้ารู้หรือไม่ว่าน้ำในบ่อนี้เกิดขึ้นมาได้อย่างไร?’
เยว่ฉีอยากจะกลอกตามองบน นางจะรู้ไหม? ในเมื่อเจ้าของมิตินี้คือเขา อีก
ทั้งนางยังไม่ได้ศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับมิติที่เพิ่มขนาดขึ้นมาเลย
แม้ใจจริงจะอยากตรวจสอบดู แต่ตอนนี้ก็หาใช่เวลาเหมาะสม ยังมีการ
แข่งขันที่กำลังใกล้เข้ามา นางไม่ได้มีเวลามากขนาดนั้น
สิ่งสำคัญตอนนี้คือฝึกฝนและเพิ่มความสามารถให้มาก ให้เพียงพอจะก้าว
ขึ้นไปเป็นยี่สิบอันดับแรก
นางอยากไปดินแดนระดับสูง อยากไปดูว่าบนนั้นมีความวิเศษใดอยู่ ถึงได้
ชื่อว่าดินแดนระดับสูง
‘เยว่ฉี เจ้าฟังข้าอยู่หรือไม่?’ เพราะสัมผัสได้ว่าศิษย์ไม่ได้สนใจคำพูดตน
จิตที่เหลืออยู่จึงเอ่ยถาม
“ขออภัยท่านอาจารย์ ศิษย์มัวคิดเรื่องอื่นอยู่เจ้าค่ะ”
‘แล้วที่ข้าถามเจ้า’
“ศิษย์ไม่ทราบเจ้าค่ะ”
‘เช่นนั้นข้าจะบอกเจ้า แล้วจงจำเอาไว้ให้ดี’ เสียงผู้อาวุโส หมิงติดงอน
เล็กน้อย หญิงสาวถึงกับขมวดคิ้วในใจ
งอนอะไรของเขา คนที่สมควรไม่พอใจคือนางไม่ใช่หรือไร
ในใจคิดเช่นนั้น ทว่ายามแสดงออกมากับมีแต่ความนอบน้อม
“เชิญท่านอาจารย์กล่าว ศิษย์พร้อมรับฟัง”
อาจารย์หมิงพึงพอใจกับท่าทีของศิษย์มาก มือเหี่ยวย่นตามกาลเวลายกขึ้น
ลูบหนวดสีดอกเลา พยักหน้าพึงพอใจ
‘น้ำในบ่อเป็นส่วนหนึ่งของน้ำแห่งชีวิตเพียงแต่ไม่ได้บริสุทธิ์เท่าน้ำจากบ่อ
หน้ากระท่อม สามารถรักษาอาการบาดเจ็บและช่วยเรื่องการฝึกปราณได้ การ
ที่สัตว์อสูรของเจ้าสองคนเลือกจะลงไปนอนแช่ใต้บ่อ มีความเป็นไปได้ว่าสาย
พันธุ์ที่แท้จริงของพวกมันต้องไม่ธรรมดา เพราะหากเป็นสายพันธุ์ธรรมดา จะ
สัมผัสถึงความวิเศษของบ่อน้ำนี้ไม่ได้’
“ท่านอาจารย์หมายความว่า ไส้เดือนสองตัวนี้มีความพิเศษเช่นนั้นหรือ?”
‘ใช่’
หลังได้รับการยืนยัน สีหน้าเยว่ฉีพลันมีความสุขมากกว่าเดิม
เช่นนั้นก็หมายความว่า แท้จริงแล้วไส้เดือนทั้งสองไม่ใช่ไส้เดือนธรรมดา
หรือจะเป็นไส้เดือนสวรรค์? พวกมันสามารถเหาะเหินได้นี่ แถมเมื่อไม่กี่
เฟินที่ผ่านมายังเคลื่อนไหวด้วยความรวดเร็วมายังบ่อน้ำหลังป่าไผ่ได้อีก
“ท่านอาจารย์ หรือว่าไส้เดือนของข้าจะเป็นไส้เดือนสวรรค์”
‘ไม่มีสัตว์อสูรสายพันธุ์ที่เจ้าพูดอยู่บนโลกใบนี้!! หากไส้เดือนมี
ความสามารถมากมายเช่นนั้นจริง พวกมันคงไม่กลายเป็นสัตว์อสูรที่ไม่มีใคร
ต้องการ!!’
เยว่ฉีถึงกับสะดุ้งหลังถูกอาจารย์ตะโกนต่อว่า
นางผิดอันใด ก็เห็นอยู่ชัด ๆ ว่าไส้เดือนคือไส้เดือน หรือท่านจะบอกว่า
ไส้เดือนคืองูหรือ? ข้าไม่เห็นว่าจะมีส่วนใดบนตัวไส้เดือนที่เหมือนงู
อาจารย์หมิงคล้ายอ่านความคิดบนใบหน้าศิษย์ออก จึงเปลี่ยนเรื่องคุย สิ่ง
ที่ต้องการอธิบายและบอกกล่าวก็เลือกจะไม่พูดออกมา พอถึงเวลาก็จะรู้เอง
‘เลิกพูดเรื่องนี้ได้แล้ว ปล่อยสัตว์อสูรของเจ้าไว้ในมิติ รอให้พวกมันโตเต็ม
วัยค่อยนำออกไป ส่วนเต่าสายฟ้าและเหยี่ยวเงิน พวกเจ้าไปออกไปไหนมาไหน
ได้’
“ศิษย์เข้าใจแล้วเจ้าค่ะ” หญิงสาวตอบกลับก่อนเอ่ยถาม
“ท่านอาจารย์เรื่องไข่สัตว์อสูรผ่านไปแล้ว ต่อจากนี้ท่านช่วยฝึกฝนข้ากับ
สามีได้หรือไม่?”
‘ไม่จำเป็นต้องให้เจ้ามาออดอ้อน ข้าจะฝึกฝนพวกเจ้าจนเลือดตาแทบ
กระเด็นออกมาเลยละ’
หญิงสาวกลืนน้ำลายลงคอ ยังมีอะไรโหดกว่าที่เคยฝึกมาด้วยหรือ
“ทะ…ท่านอาจารย์”
‘ฮึ…ไม่ต้องคิดจะทำเสียงหวานประจบประแจงข้า ครั้งนี้ข้าจะไม่ใจอ่อน
และฝึกเจ้าให้หนัก’
เมื่อรู้แล้วว่าไม่สามารถทำอะไรได้ นางจึงเลือกที่จะเงียบ ยอมรับชะตา
กรรมต่อจากนี้
ข้าจะยังมีชีวิตรอดออกไปได้ด้านนอกใช่ไหม