ข้ามเวลามาเป็นภรรยาของสามีขาพิการ ตระกูลหาน - ตอนที่ 95 ศึกจัดอันดับรอบสุดท้าย ตอนต้น
“เทียนหลินเจ้าต้องใจเย็น ๆ ยังไม่แน่ใจว่าสตรีผู้นั้นคือน้องสาวเจ้า การที่
เจ้าแสดงท่าทีเช่นนี้จะทำให้คนนอกสงสัยเอาได้” เข้ามาในห้อง หม่าลู่เสียนรีบ
กางม่านกั้นเสียง ก่อนเอ่ยกับคนที่ตอนนี้ไม่สามารถรักษาท่าทีสงบเอาไว้ได้
“ลู่เสียนข้ารู้ ข้ารู้ว่าต้องอดทน แต่พอนึกว่าน้องสาวแต่งงานแล้วทั้งที่นาง
อายุไม่เท่าใด จะไม่ให้พี่ชายเช่นข้ารู้สึกหงุดหงิดหรือ? นางเพิ่งจะสิบเจ็ด ลู่
เสียนนางเพิ่งจะอายุสิบเจ็ดปี ยังเด็กมากนัก!!”
สีหน้าหมิงเทียนหลินไม่ดีขึ้นเลย เขากำลังคิดว่าจะหาวิธีเข้าไปใกล้นาง
อย่างไรดี หรือจะรอจนกว่าจะจบการแข่งขัน
เพราะนอกจากหน้าตาแล้ว ยังมีวิธีตรวจสอบว่านางคือน้องสาวเขาจริง
หรือไม่อยู่
“อีกไม่นานการแข่งขันจะจบแล้ว ถึงเวลานั้นข้าจะเข้าไปหานาง และ
ตรวจสอบความจริงให้กระจ่าง หากนางเป็นน้องสาวข้าจริง ข้าจะพานางกลับ
บ้าน” หม่าลู่เสียนอยากบอกเหลือเกินว่า ผ่านมานานเช่นนี้ น้องสาวจะยัง
จดจำหรือยินดีกลับคืนสู่สถานที่ที่ตนจากมาหรือไม่
จากที่ได้มอง นางดูมีความสุขยามอยู่ข้างกายชายผู้นั้น แถมบุรุษผู้นั้นยัง
ดูแลนางเป็นอย่างดี คอยปกป้องและมอบความรักให้
ภายในห้องอบอวลไปด้วยความรู้สึกซับซ้อนมากมาย แตกต่างจากด้าน
นอกที่ตอนนี้เต็มไปด้วยความรู้สึกกดดัน
การแข่งขันรอบสองใช้เวลาไม่นานก็ได้ผู้เข้ารอบสุดท้าย การแข่งขันแบบ
คัดออกรอบแรกใช้เวลาหนึ่งวันเต็ม ในขณะที่รอบสองใช้เวลาเพียงสองชั่วยาม
ศิษย์ที่ต่อสู้อยู่บนลานประลองนับห้าร้อยคน ตอนนี้เหลือเพียงหนึ่งร้อยคน
เท่านั้น
ในบรรดาหนึ่งร้อยคนที่เหลือทำให้เยว่ฉีสงสัย
เหตุใดนางไม่เห็นชายผู้นั้น คนที่เดินมาแนะนำตัวว่าเป็นถึงอันดับสามใน
รายชื่อผู้แข็งแกร่ง
ยังดีที่ความสงสัยของนางอยู่ไม่นาน เมื่อชายผู้หนึ่งเดินนำขบวนคนนับร้อย
ออกมาบนลานประลอง เขาอยู่ตรงกลางของศิษย์ทั้งหมด ใบหน้า ท่าทางยังคง
เหมือนเดิม รวมไปถึงแววตาคู่นั้น ยังคงแฝงความรู้สึกอันตรายซึ่งซุกซ่อนอยู่
ภายใต้รอยยิ้มเป็นกันเอง
“เจอกันอีกแล้วนะ” เผยหยางยกมือขึ้นโบกไปมาทักทายทั้งสี่คน เยว่ฉีเลิก
คิ้วสงสัย รอคอยว่าเรื่องราวจะเป็นเช่นไรต่อไป
ทว่ามาถึงตอนนี้นางก็พอคาดเดาสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้ได้
“เจอกันอีกแล้ว” เสียงสนุกสนานและรอยยิ้มของเขาทำนางขนลุกซู่ เยว่ฉี
ก้าวเท้าไปยืนแอบด้านหลังสามี โผล่หน้าออกมาเล็กน้อย
นางไม่ได้กลัว แต่รู้สึกไม่อยากเข้าใกล้มากกว่า
เมื่อชายหนุ่มเห็นว่าภรรยาขยับมาซ่อนตัวด้านหลังก็ก้าวเท้าขึ้นไปด้านหน้า
หนึ่งก้าวแสดงท่าทีปกป้อง
ชายตรงหน้าแย้มยิ้ม ยืดตัวขึ้นมองทั้งสองคน
“การแสดงออกของพวกเจ้าทำข้าเสียใจมากรู้หรือไม่? หัวใจดวงน้อย ๆ
ของข้าเจ็บปวดมากจริง ๆ ”
“เชิญท่านเจ็บปวดต่อไปเถิด” คำพูดไม่รักษาน้ำใจของนางไม่ได้ทำให้เขา
สลด กลับกันยิ่งทำให้รู้สึกชื่นชอบสตรีตรงหน้ามากขึ้นกว่าเดิม
“เก็บสายตาของท่านกลับไปเสียดีกว่า ก่อนจะไม่มีโอกาสได้ใช้มองอีก”
น้ำเสียงเย็นเยียบของเขา ยิ่งกระตุ้นความตื่นเต้นในใจชายหนุ่มมากยิ่งขึ้น เขา
ยิ้มกว้างเอ่ย
“กลัวแต่ว่าเจ้าจะไม่มีโอกาสได้ทำ”
บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยความกดดัน เมื่อคนที่ได้ชื่อว่าผู้นำของศิษย์
ใหม่ และผู้นำของศิษย์เก่าเผชิญหน้ากัน
บรรยากาศถึงกับเงียบสงัดไปชั่วอึดใจหนึ่ง
ก่อนผู้มาใหม่จะเป็นฝ่ายยอมแพ้ เอ่ยออกมาก่อน
“ข้าล้อเล่น อย่าทำสีหน้าเคร่งเครียดเลย ดูสิบรรยากาศตึงเครียดไป
หมดแล้ว” มือข้างหนึ่งยกขึ้นหวังสัมผัสไหล่หานลั่วอี้ ทว่าชายหนุ่มกลับหลบมือ
ที่ยื่นมา
อีกฝ่ายชะงักมือ ดึงกลับไปพร้อมยักไหล่สองข้าง ท่าทางไม่ยี่หระ
เอ่ยต่อยิ้ม ๆ ทำราวกับเมื่อสักครู่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“เสียเวลาไปมากแล้ว การแข่งขันรอบสุดท้ายถึงเวลาเริ่มได้เสียที”
ชายตรงหน้ายกยิ้ม ถอยหลังกลับไปสองก้าว พร้อมยกมือขึ้นมาดีดนิ้ว
เหนือศีรษะเขาพลันปรากฏป้ายขนาดใหญ่ บนป้ายมีรายชื่อผู้แข็งแกร่งเดิม
ร้อยคน และรายชื่อผู้ท้าชิง
การแข่งขันรอบนี้เป็นการแพ้คัดออก คนที่ชนะจะผ่านเข้ารอบ เป็นเช่นนี้
จนกว่าจะได้ผู้ชนะที่แท้จริง
หลังจบการแข่งขันจะนำรายชื่อมาจัดเรียงเป็นห้าสิบอันดับแรกของผู้
แข็งแกร่งฝั่งชนะเข้ารอบ
ฝ่ายคนแพ้จะมีการแข่งขันกันอีกครั้ง เพื่อหาอันดับที่ห้าสิบเอ็ดลงไปถึง
ลำดับที่หนึ่งร้อย
คนที่ไม่พอใจในอันดับของตนสามารถท้าทายอันดับที่ต้องการเพื่อขึ้นไป
แทนที่ได้ตลอดเวลา
หากแพ้อันดับจะยังคงเดิม หากชนะจะได้ขึ้นไปแทนที่อันดับที่ตนท้าต่อสู้
ส่วนคนแพ้จะถูกลดระดับลงไปแทนที่คนมาท้าทาย
เยว่ฉีกวาดตามองรายชื่อลำดับการต่อสู้ เพราะเป็นการแข่งขันหาร้อย
อันดับแรก ครั้งนี้จึงไม่ใช่การแข่งขันแบบรวมครั้งเดียว แต่จะทำการแข่งครั้งละ
สิบคู่ ทุกคู่ต้องสู้บนลานประลอง
นางเป็นคู่ที่ยี่สิบต้องรอให้การแข่งขันรอบแรกจบลงก่อน ส่วนหานลั่วอี้อยู่
สิบคู่สุดท้าย
รายชื่อการแข่งขันถูกแบ่งออกเป็นฝั่งซ้ายห้าสิบคู่ ฝั่งขวาห้าสิบคู่ คู่ต่อสู้
ของแต่ละคนคือหนึ่งในผู้ที่อยู่ในรายชื่อร้อยอันดับผู้แข็งแกร่ง
เมื่อมองลำดับการต่อสู้ของตนกับสามีเรียบร้อยแล้ว นางจึงหันมาให้ความ
สนใจคนข้างกาย
“เป็นเช่นไรบ้าง” เสินเทียนหันมามองหน้านาง สีหน้าบูดบึ้งเล็กน้อย
จึงเอ่ยถามย้ำออกไปอีกครั้ง
“มีอันใดหรือ? หรือกลัวจนไม่กล้าสู้แล้ว”
“เยว่ฉี เห็นหน้าข้าแล้วเจ้ายังสามารถพูดทำลายกำลังใจข้าได้อยู่อีกหรือ?”
น้ำเสียงน้อยใจของเขาไม่ได้ทำให้นางเปลี่ยนท่าที
“หากสายตาเจ้าไม่ได้กำลังอดกลั้นความตื่นเต้นอยู่ ข้าจะปลอบเจ้า” นาง
ยักคิ้วอย่างรู้ทัน
เสินเทียนถอนหายใจ
“หลอกเจ้าไม่เคยได้”
“หึ…อย่างเจ้าเคยหลอกข้าได้ด้วยหรือ?”
“ไม่ได้”
“รู้แล้วก็ไปเตรียมตัว เสียใจด้วยที่เจ้ามีเวลาไม่มากเท่าข้า” นางพูดแหย่เขา
ไปอีกที
การได้เห็นสีหน้าหลากหลายของเสินเทียนเป็นความสุขอย่างหนึ่งในชีวิต
นาง จึงอดที่จะแกล้งไม่ได้
ใครใช้ให้ชายผู้นี้มีนิสัยน่ากลั่นแกล้งกัน
“เสินเทียนพวกเราไปเตรียมตัวกันเถิด” คนที่เมื่อสักครู่ยังห่อเหี่ยวเพราะ
ไม่มีเวลาเตรียมตัวเปลี่ยนเป็นมีชีวิตชีวาขึ้นมาทันที หลังได้ยินคำพูดหวานเว่ย
‘เฮอะ ๆ เจ้าหมา ดูเหมือนจะมีคนมาล่ามสายจูงให้แล้ว’
ทั้งสองคนต้องไปเตรียมตัวแข่ง ศิษย์ไม่เกี่ยวข้องที่เหลือจะต้องออกจาก
ลานประลองไป หากต้องการดูการแข่งขันสามารถขึ้นไปดูด้านบนได้
เยว่ฉีจึงคิดจะขึ้นไปดูการต่อสู้ของทั้งสองคนจากด้านบน แต่ก่อนจะไปนาง
ได้มอบโอสถฟื้นฟูพลังปราณให้ทั้งสองคน คนละขวด
“ในนี้มีโอสถฟื้นฟูพลังปราณระดับแปดอยู่ขวดละสองเม็ด คงช่วยพวกเจ้า
ได้บ้าง” เสินเทียนมองขวดหยกในมือ แล้วเงยหน้ามองเยว่ฉี
กล่าวออกมาด้วยความรู้สึกตื้นตันใจ
“ขอบใจเจ้ามาก ไม่คิดว่าจะได้รับน้ำใจเช่นนี้จากเจ้าด้วย” ทั้งที่รู้ว่าอีกฝ่าย
เอ่ยแกล้ง แต่ก็อดหมั่นไส้ไม่ได้ มือเรียวยื่นไปหวังจะหยิบขวดหยกคืนมา
เสินเทียนมองเห็นการกระทำของนาง รีบชักมือเข้าหาตัว ปกป้องขวดหยก
สุดชีวิต
แตกต่างจากหวานเว่ย นางจ้องขวดหยก น้ำตาคลอ ก่อนจะปล่อยโฮ
ออกมา โผเข้ากอดเยว่ฉี
ทว่ายังไม่ทันที่นางจะได้ทำดังใจคิด คนตรงหน้าก็หายไปเสียแล้ว
หานลั่วอี้โอบเอวภรรยาดึงเข้าหาตัว ไม่ยอมให้หวานเว่ย กอด
“ไปได้แล้ว” อารมณ์ซึ้งหมดสิ้นแล้วเมื่อได้รับสายตาหวงแหนจากชายหนุ่ม
หวานเว่ยถึงกับรีบยกมือเช็ดน้ำตาพยักหน้ารัวเร็ว จูงแขนเสินเทียนเดินจากไป
คนถูกหวงถึงกับยิ้มขำ ใช้ปลายนิ้วจิ้ม ๆ คางสามี
“คนขี้หวง” เอ่ยหยอกล้อด้วยสีหน้าแดงระเรื่อ
หานลั่วอี้ยกยิ้มมุมปาก หลุบสายตาอ่อนโยนมองภรรยา
“เจ้ามีเพียงคนเดียว ข้าถึงหวงมาก”
“พอได้แล้ว” คนถูกเอ่ยคำหวานตอบกลับถึงกับพูดไม่ออก ได้แต่ผลักหน้า
หานลั่วอี้ซึ่งโน้มลงมาออกห่าง แกะมือปลาหมึกออกจากเอว หันหลังเดินหนีไป
ชายหนุ่มมองตามด้วยสีหน้าอ่อนโยน ก่อนจะหันไปสบสายตามุ่งร้ายที่มอง
มาทางเขา
สายตาหานลั่วอี้เตือนอีกฝ่าย ก่อนจะดึงกลับมาแล้วเดินตามหลังภรรยาไป
ติด ๆ