ข้ามเวลามาเป็นภรรยาของสามีขาพิการ ตระกูลหาน - เล่ม 5 ตอนที่ 104 หมิงโจวเยว่
บุตรชายของผู้อาวุโสคนปัจจุบันอย่างหมิงซีฮ่าว มีบุตรชายอยู่ด้วยกันสอง
คน คนโตชื่อหมิงโจวเยว่ คนรองชื่อหมิงโจวฮ่าว
หมิงโจวเยว่นั้นมีนิสัยอ่อนโยน รักใคร่ครอบครัว และให้ความสำคัญกับ
น้องชายมาก ความรักที่เขามีต่อผู้น้องทำให้เขาไม่เคยนึกระแวงใด ๆ
ชายสูงวัยไม่เคยคิดเลยว่าเพราะความใจดีไว้เนื้อเชื่อใจที่มีต่อน้องชายร่วม
สายเลือดจะนำมาซึ่งความเสียใจอันยากจะลืมเลือน
ครั้งสุดท้ายที่ได้พูดคุยกับบุตรชายก็ผ่านมาหลายวันแล้ว ข่าวการพบเจอ
บุตรสาวคนเล็กทำให้เขาอยู่ไม่สุข อยากรู้ความจริงเสียตอนนี้ว่าเด็กคนนั้นใช่
บุตรสาวที่หายตัวไปของตนจริงหรือไม่
พอได้มาพูดคุยกันอีกครั้งน้ำเสียงที่เอ่ยออกมาจึงเต็มไปด้วยความกระวน
กระวายมากกว่าเดิม
“หมิงเทียนหลินเป็นเช่นไรบ้าง ใช่น้องจริง ๆ ใช่ไหม”
หมิงเทียนหลินเอ่ยตอบบิดา
“ขอรับท่านพ่อเป็นน้องจริง ๆ” ความหนักแน่นในน้ำเสียงทำเอาน้ำตาชาย
สูงวัยไหลริน
ในที่สุดก็พบ แก้วตาดวงใจที่หายไป
เขายกมือขึ้นซับน้ำตาเอ่ยต่อ
“น้องเป็นเช่นไรบ้าง สดใสร่าเริง หรือดื้อรั้นหรือ งดงามเหมือนแม่และ
น่ารักมากหรือไม่” เขาทั้งอยากรู้อยากเห็น ต้องการสั่งการคนของตน
เตรียมพร้อมเดินทางไปดินแดนระดับกลางเสียตอนนี้ ทว่าด้วยปัจจัยหลาย ๆ
อย่างไม่เอื้ออำนวย จึงทำได้แค่อดทน
“น่ารักมากขอรับ น้องเป็นคนเข้มแข็งและเด็ดเดี่ยว ผู้คนต่างชื่นชอบน้อง
ขอรับ”
“ดี ดี ดี หากแม่เจ้ารู้คงดีใจไม่น้อย เพราะตั้งแต่ที่น้องจากไปนางก็เอาแต่
โทษตนเองอยู่เสมอ”
หมิงเทียนหลินเงียบไป ไม่รู้ว่าควรเอ่ยแย้งออกไปเช่นไรดี จึงเลือกจะเงียบ
แล้วเปลี่ยนเรื่องคุย
“ท่านพ่อขอรับก่อนลูกจะกลับไป อย่าเพิ่งทำเรื่องให้คนพวกนั้นจับได้นะ
ขอรับ ลูกกลัวว่าคนพวกนั้นจะยื่นมือมาขัดขวางไม่ให้ขึ้นไปยังดินแดน
ระดับสูง”
“ลูกไม่ต้องกังวล พ่อจะระวัง ก่อนจะถึงดินแดนระดับสูงค่อยติดต่อพ่อมา
อีกที”
“ขอรับท่านพ่อ ไว้ลูกจะติดต่อไปอีกครั้งนะขอรับ”
“ได้ ๆ ดูแลน้องให้ดี”
การสื่อสารถูกตัดขาดไปแล้ว หมิงโจวเยว่ถอนหายใจออกมา ปรับลม
หายใจให้เป็นปกติ
“หมายเลขสอง” หมิงโจวเยว่เอ่ย สิ้นสุดเสียงบุรุษชุดดำคนหนึ่งพลัน
ปรากฏขึ้นด้านหลัง
“ข้าน้อยอยู่นี่ขอรับ”
“เตรียมคนสำหรับไปสืบข่าวที่ดินแดนระดับต่ำพร้อมแล้วใช่ไหม”
“เรียบร้อยแล้วขอรับ”
“เช่นนั้นบอกพวกเขาออกเดินทางทันที อย่าให้คนของฝั่งนั้นจับได้ และนี่”
เขายื่นถุงเงินให้อีกฝ่าย
“ฝากให้เจ้าพวกนั้นด้วย”
“ขอรับนายท่าน”
“อีกเรื่องหนึ่ง เพิ่มคนจับตาดูคนพวกนั้นด้วย อย่าให้ถูกจับได้”
“รับทราบขอรับ”
“ไปได้แล้ว…ไม่สิเดี๋ยวก่อน”
“นายท่านมีอะไรจะสั่งเพิ่มขอรับ”
เขาหันหลังกลับไปหาคนพูดก่อนเอ่ย “ลูกสาวที่โตแล้ว ปกติชื่นชอบสิ่งใด”
คำถามจากนายท่านทำเอาคนฟังถึงกับงงงวย
บุตรสาวหรือ? ตนไม่มีแม้กระทั่งครอบครัวเรื่องที่นายท่านถามเกรงว่าจะ
ตอบไม่ได้
แต่พอเห็นสายตาคาดหวังคนถูกถามจึงต้องพยายามคิดหาทางออก
“หากเป็นผู้ฝึกปราณหรือนักหลอมโอสถ ข้าน้อยคิดว่า ศิลาวิญญาณไม่ก็
สัตว์อสูรดีหรือไม่ขอรับ? ปกติแล้วผู้คนที่ข้าน้อยได้ติดตามดู ล้วนต้องการของ
เหล่านี้”
หมิงโจวเยว่คิดตาม
หมิงเทียนหลินบอกว่า บุตรสาวเป็นนักหลอมโอสถขั้นเก้าแล้ว เช่นนั้นซื้อ
อาวุธวิญญาณ สัตว์วิญญาณคงเหมาะสม
“ข้าเข้าใจแล้ว ออกไปได้”
“ขอรับ” แล้วอีกฝ่ายก็หายไปด้วยความรวดเร็ว
หมายเลขสองคือหนึ่งในสมาชิกหน่วยคุ้มกันพิเศษ ซึ่งขึ้นตรงต่อ
ครอบครัวหมิงโจวเยว่ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดกับหมิงซีฮ่าวและผู้นำตระกูลคน
ปัจจุบัน
ภายในห้อง หมิงโจวเยว่เดินไปทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ เงยหน้ามองออกไป
นอกหน้าต่าง
เทียบเวลาตั้งแต่ออกจากดินแดนจนถึงกำหนดการเดินทางกลับคงใช้เวลา
อีกหลายเดือน ถึงตอนนั้นตนจะเตรียมของต้อนรับบุตรสาวได้มากเท่าใดกันนะ
“หวังว่าลูกจะชอบของที่พ่อตั้งใจเตรียมไว้ให้”
“เตรียมอะไรให้ใครหรือท่านพี่” เสียงหวานดังขึ้นจากด้านหลัง หมิงโจว
เยว่หันกลับไปมอง จุดปลายสายตาภรรยาผู้งดงามยืนยิ้มมองเขาอยู่
บุรุษสูงวัยลุกขึ้นยืน เดินไปกอดภรรยาเต็มรัก ฝ่ายถูกกอดเผยสีหน้างงงวย
เล็กน้อย ยกมือขึ้นกอดเอวสามี
“มีเรื่องอันใดหรือ? ท่าทางท่านพี่แปลกไป”
“ไม่มี” เอ่ยปฏิเสธ ก่อนเอ่ยถามออกไปว่า “น้องหญิงวันนี้เจ้ามีแผนจะ
ออกไปที่ใดหรือไม่? หากไม่ไปเดินเล่นร้านค้าอาวุธวิญญาณหรือไม่ก็ร้านค้าสัตว์
อสูรกับพี่ดีไหม?” คนถูกถามเอียงคอมอง สามีแปลกไปจริง บรรยากาศ สีหน้า
น้ำเสียงล้วนเต็มไปด้วยความสุข ราวกับมีเรื่องดี ๆ เกิดขึ้น
“ท่านพี่มีเรื่องดีเกิดขึ้นใช่หรือไม่? เพียงแต่ไม่ยอมบอกน้อง”
เขาถอนหายใจยิ้ม ๆ “มีเรื่องดีเกิดขึ้นจริง เทียนหลินของพวกเราพบนัก
หลอมโอสถเก่งกาจผู้หนึ่ง รบกวนพวกเราช่วยเตรียมของขวัญต้อนรับด้วย”
เขาโกหก
หากภรรยารู้ว่าพบบุตรสาวแล้ว ด้วยนิสัยของนางจะต้องรีบเดินทางไปยัง
ดินแดนระดับกลางทันที และนั่นอาจทำให้บุตรสาวเกิดอันตราย
ถึงจะรู้ว่า เมื่อบุตรสาวก้าวเท้าลงบนพื้นดินของดินแดนระดับสูงจะต้องพบ
เจออันตรายเป็นแน่ แต่การพบเจออันตรายในที่ของตน ย่อมดีกว่าพบเจอ
อันตรายในที่ที่คนของตนมีอย่างจำกัด
หากจะมีการเผชิญหน้า รอให้มาถึงดินแดนระดับสูงก่อนย่อมดีกว่า
“นักหลอมโอสถหรือ? เยว่ฉีของพวกเราก็เป็นนักหลอมโอสถ” ดวงตา
สดใสหม่นแสงลงชั่วขณะหนึ่ง ก่อนจะกลับมาสดใสเช่นเดิม
หมิงโจวเยว่สัมผัสแก้มภรรยา ให้เงยขึ้นมาสบตากัน
“ภรรยา”
“ท่านพี่ ข้าไม่เป็นอันใดเพียงเผลอคิดถึงรู้สึกคิดถึงขึ้นมา” นางเผยยิ้ม
หวาน เผลอคิดถึงบุตรสาวอีกแล้ว
ไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหน นางก็ไม่อาจทำให้ลืมช่วงเวลาที่ได้ใช้ร่วมกันกับ
บุตรสาว ทั้งยังคาดหวังอยู่เสมอว่า สักวันจะได้กลับมาอยู่พร้อมหน้ากันอีกครั้ง
“รีบไปเถิด เอาเช่นนี้ ออกไปเที่ยวครั้งนี้ น้องหญิงเพียงคิดว่าออกไปซื้อ
ของให้บุตรสาวดีหรือไม่? ถึงอย่างไรนางก็เป็นสตรี อีกทั้งยังมีอายุใกล้เคียงเยว่
ฉีของพวกเรา”
“จะไม่ถือว่าผิดต่อผู้รับหรือท่านพี่ น้องเกรงว่าคงไม่ดีเท่าใดนัก”
“น้องหญิงไม่ต้องกังวล เทียนหลินของพวกเราบอกว่า รู้สึกกับนางไม่ต่าง
จากน้องสาว”
“สตรีที่ทำให้เทียนหลินคิดเหมือนน้องสาวได้งั้นหรือ? เช่นนั้นน้องคงต้อง
ตั้งใจเลือกเสียแล้ว”
ไม่เคยมีสักครั้งที่หมิงเทียนหลินจะเอ่ยปากพูดอะไรทำนองนี้ ทำเอาหวังหรู
อี้รู้สึกแปลกใจทั้งยังคาดหวัง อยากพบหน้าคนที่สามารถทำให้บุตรชายนางเอ่ย
ออกมาเช่นนี้ได้
“คงเป็นสตรีงดงามไม่น้อย” นางพูดยิ้ม ๆ ขณะเดินออกจากห้อง
คนข้างกายมองภรรยา เผยยิ้มพร้อมเอ่ยปากเห็นด้วย
“ใช่ นางคงเป็นสตรีที่งดงามมาก…”
เพราะนางเป็นลูกสาวของเจ้ากับข้า…ประโยคสุดท้ายหมิงโจวเยว่ไม่ได้เอ่ย
ออกไป
ทั้งสองเดินมาหยุดอยู่ที่ประตูหน้าเรือน ตั้งใจจะเรียกสัตว์อสูรที่ทำสัญญา
ด้วยออกมาใช้งาน ทว่าหลังเรียกออกมาได้แล้ว เสียงที่ไม่อยากได้ยินกลับดัง
ขึ้นมาจากด้านหลัง
“ท่านลุง ท่านป้าจะออกไปที่ใดหรือเจ้าคะ” หญิงสาววัยสิบสี่สิบห้าปีเดิน
มาหาทั้งสองคนด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม แตกต่างจากคนถูกเรียก รอยยิ้มบนใบหน้า
ของคนทั้งคู่ถูกเก็บกลับคืนทันที
“มีอะไรหรือ?”
คนถูกถามกลับมองข้ามสีหน้าไม่ต้อนรับ ยกปลายนิ้วขึ้นจิ้มปลายคาง
ท่าทางครุ่นคิด
“อืม พอดีเหรินเหรินสงสัยนะเจ้าค่ะ ปกติไม่ค่อยเห็นท่านลุงท่านป้าไปไหน
ในเวลานี้จึงสงสัยเล็กน้อย”
“เอาเวลาสงสัยไปฝึกปราณเถิด ไม่ต้องสนใจเรื่องข้ากับสามี” หวังหรูอี้เอ่ย
สีหน้าอีกฝ่ายเปลี่ยนเป็นไม่พอใจก่อนจะหายไปในเวลาไม่นาน เด็กสาว
ตรงหน้าช้อนตาขึ้นมองเอ่ยเสียงตัดพ้อ
“ท่านป้า เหตุใดถึงได้พูดจาทำร้ายจิตใจเหรินเหรินถึงเพียงนี้ เหรินเหริน
เพียงต้องการสนิทสนมกับท่านลุงท่านป้า” ไม่ว่าเปล่าคิดจะเดินเข้ามาใกล้คน
ทั้งคู่
หมิงโจวเยว่และภรรยาก้าวถอยหลังพร้อมกัน
เมื่อก่อนเขามองว่าเด็กคนนี้สดใส ไร้เดียงสาไปได้เช่นไร? คงเพราะคิดว่า
นางยังเด็ก จึงคิดไปเองว่า การแสดงออกทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นความอยากได้
อยากมี อยากได้รับความสนใจ เป็นนิสัยของเด็กทั่วไป ใครจะคาดคิดว่า แท้จริง
แล้ว นางเป็นเพียงเด็กที่มีความร้ายกาจมาตั้งแต่ต้น
“ท่านลุง ท่านป้า…” น้ำเสียงเศร้า ๆ ของหมิงเยว่เหรินไม่ได้ทำให้ทั้งสอง
คนรู้สึกสงสาร
คนที่ควรได้รับความรู้สึกนั้นคือ บุตรสาวที่หายตัวไปของตนมากกว่า ไม่ใช่
เด็กมารยาเช่นนี้!!
“เหรินเหรินเป็นอันใดหรือลูก” น้ำเสียงแสดงความเป็นห่วงดังขึ้นจาก
ด้านหลัง พอเงยหน้ามองก็พบคนที่มีหน้าตาคล้ายหมิงโจว่เยว่ถึงแปดส่วน อีก
ฝ่ายเดินเข้ามาใกล้บุตรสาว ฝ่ายหมิงเยว่เหรินก็รีบหันกลับไปซบบิดา
เอ่ยฟ้องว่า
“ท่านพ่อเหรินเหรินปวดใจ เหรินเหรินเพียงต้องการทำความสนิทสนมกับ
ท่านลุง ท่านป้า แต่ท่านป้ากลับเข้าใจเจตนาลูกผิด ทั้งยังบอกให้ลูกตั้งใจฝึก
ปราณไป”
“พี่สะใภ้ บุตรสาวข้าอายุไม่เท่าใด ท่านไม่พูดจาใจร้ายกับนางมากเกินไป
หรือ? หลานเพียงต้องการสนิทสนมกับท่าน พี่สะใภ้ไม่เห็นต้องรักษาระยะห่าง”
คนพูดเผยสีหน้าตัดพ้อ ทำราวกับว่านางเป็นคนจิตใจคับแคบ ทำตัวไม่สมกับ
เป็นผู้ใหญ่
“ข้าเพียงหวังดี เด็กคนนี้ติดอยู่ขั้นเจ็ดมาสองปีแล้วมิใช่หรือ? เวลาตั้งสองปี
ยังไม่สามารถก้าวขึ้นมาเป็นขั้นแปดได้ ควรตั้งใจฝึกฝนมากกว่ามาเดินเล่น”
“ถึงอย่างนั้นพี่สะใภ้ก็ไม่ควรพูดจาทำร้ายจิตใจเหรินเหริน”
คนฟังถึงกับหลุดหัวเราะออกมา
“คำพูดข้าทำร้ายจิตใจนาง? น้องสามีบุตรสาวเจ้าจิตใจบอบบางถึงเพียงนี้
จริงหรือ? ข้าว่าคงไม่ใช่ ยังเด็กนักแทนที่ควรจะรักษาความสดใสให้สมกับเป็น
เด็กแท้ ๆ แต่จิตใจกลับเต็มไปด้วย…” นางไม่ได้กล่าวออกไปจนจบ มองเด็ก
สาวที่ยังคงซุกตัวอยู่กับบิดา ก่อนจะไล่สายตาขึ้นไปสบตาหมิงโจวฮ่าว
“พี่สะใภ้หมายความเช่นไร”
“ข้าหมายความเช่นไร ใจเจ้าคงรู้ดี” คนฟังยังคงรักษาสีหน้าได้ดี เผยเพียง
ความสงสัยในคำพูดออกมา
หวังหรูอี้ไม่สนใจการแสดงของพ่อลูก หันหลังจากไป
คนพวกนี้เสแสร้งเก่งกันทั้งครอบครัว หากนางไม่หัวอ่อนบางทีเรื่องเช่นนั้น
คงไม่เกิดขึ้น…