ข้าเกิดใหม่เป็นคุณหนูตกอับตระกูลบัณฑิต - ตอนที่ 116
ไม่อาจตอบได้
เจ็ดวันต่อมาแตงโมก็สุกให้ได้พร้อมเก็บ ซึ่งเรื่องนี้คนใน
หมู่บ้านไหลชุนไม่มีใครแปลกใจเนื่องจากพวกเขารู้ดีว่าสาเหตุที่
พืชของบ้านหยูรวมถึงของคนในหมู่บ้านเติบโตเร็วต้องมาจากห
นิงอัน
และยิ่งเมื่อพวกเขาได้รับรู้ถึงเรื่องภัยแล้งที่กำลังจะมาถึง
ด้วยแล้ว การที่พืชของตนสามารถร่นระยะเวลาเก็บเกี่ยวได้ย่อม
เป็นเรื่องดี เพราะนั่นหมายถึงจะได้มีอาหารมากขึ้น
อีกทั้งหนิงอันยังได้บอกให้ทุกคนปลูกมันเทศ ธัญพืชชนิด
ต่าง ๆ ที่สามารถทำให้ท้องอิ่ม เช่นถั่วเหลือง ถั่วแดง ถั่วเขียว
รวมถึงมันฝรั่งและข้าวโพดจากที่เจ้าตัวนำเมล็ดมาแจกจ่ายให้อีก
ด้วย
แม้ว่าพืชสองอย่างหลังนั้น พวกเขาจะไม่เคยปลูก
กระนั้นเมื่อมีอันอันอยู่ไม่มีสิ่งใดต้องหวาดหวั่น
ส่วนทางด้านหมู่บ้านอื่นภายใต้การปกครองของหยูเจียง
หลังจากได้รับการแจ้งเตือน พวกเขาก็ช่วยกันสำรวจต้นนํ้าตามที่
180
เจ้าเมืองหนุ่มแนะนำทันทีอย่างไม่รอช้า เรื่องปากท้องหากมัวแต่
รอได้อดตายกันพอดี นี่คือความคิดของคนเหล่านี้
ดังนั้นหยูเจียงจึงมีรายงานเข้ามาทุกวัน รวมถึงยังได้ส่ง
ทหารให้ไปช่วยตามหมู่บ้านที่แจ้งเข้ามาอย่างไม่รอช้าเช่นกัน นำ
ทีมโดยจือฉี มู่เทา รวมถึงยงเผยที่หยูเจียงได้เสนอตำแหน่ง
องครักษ์ส่วนตัวให้กับตนด้วย
กลับมาทางด้านหนิงอัน ในเมื่อแตงโมได้เวลาเก็บเกี่ยว
ดังนั้นเด็กหนุ่มเด็กสาวในหมู่บ้านจึงได้พากันมารับจ้างเก็บแตงโม
กันหลายคน
“ทุกคนต้องตรวจดูให้ดีนะเจ้าคะ ว่าลูกไหนสุกพร้อมเก็บ
หรือยังหากลูกไหนยังไม่สุกก็ปล่อยเอาไว้ก่อน” หนิงอันแม้จะ
มั่นใจว่าแตงของตนน่าจะสุกทั้งหมด กระนั้นเพื่อความไม่
ประมาทให้พวกเขาช่วยกันตรวจสอบก่อนเก็บคือดีที่สุด
“ได้เลย” เสียงของคนที่มารับจ้างตะโกนขึ้นพร้อมเพรียง
มู่ตานกับไป๋หลานเองก็ได้มาอยู่ในสวนบนภูเขาแห่งนี้
ด้วย ส่วนสวนด้านล่างที่ตรงข้ามกับบ้านหยูนั้น หนิงอันกับ
คนงานชุดเดิมจะเป็นผู้เก็บเอง
181
และในขณะที่เด็กหญิงกำลังลงจากภูเขา นางก็สวนกับ
หัวหน้าองครักษ์ของเหลียนเซียวจื่อเย่เข้าพอดี
“คุณหนูหยู! ฮองเฮาเจ็บท้องขอรับ” สิ้นสุดคำพูดของเขา
หนิงอันไม่รอช้านางรีบให้เจ้าห้าเร่งฝีเท้าด้วยความเร็วทันที
เช่นเดียวกับเด็กทั้งหกที่นั่งอยู่บนหลังหมาป่าอีกสองตัว
กับฉงซาน ฉงเหมาที่อาสาลงมาส่งต่างวิ่งตามเจ้าห้าไปติด ๆ
เมื่อเจ้าห้าวิ่งมาถึงหน้าเรือนหลังใหญ่ที่ถูกสร้างขึ้นอย่าง
สวยงามและประณีต อันอันก็กระโดดลงจากหลังของมันและรีบ
วิ่งเข้าไปด้านในโดยไม่สนใจเรื่องมารยาทใด ๆ ทั้งสิ้น
“คุณหนูหยูทางนี้เจ้าค่ะ” หญิงรับใช้คนหนึ่งเมื่อเห็นว่า
คนที่วิ่งเข้ามาเป็นใคร นางจึงรีบส่งเสียงเรียกพร้อมกับกึ่งเดินกึ่ง
วิ่งนำหนิงอันไปทางห้องที่ผู้เป็นนายกำลังส่งเสียงร้องด้วยความ
เจ็บปวด
ภายในห้อง หนิงอันมองเห็นแม่นมและคนสนิทของหญิง
เจ้าของเรือน และยังมีหญิงวัยกลางคนที่เจ้าตัวคิดว่าน่าจะเป็น
หมอทำคลอด
182
“พี่สาว เป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ” หนิงอันเดินเข้าไปถาม
หญิงงามที่มีเหงื่อซึมออกมาตามกรอบหน้า หลังจากจัดเสื้อผ้า
หน้าผมและล้างมือของตนเรียบร้อย
“คุณหนูหยู องค์ฮองเฮาเจ็บท้องมานานแล้วเจ้าค่ะ ข้า
กำลังร้อนใจยิ่งนัก” หญิงรับใช้อาวุโสเป็นผู้ตอบหนิงอันด้วย
ท่าทางทุกข์ร้อนเป็นอย่างยิ่ง หมอตำแยเองก็กำลังเหงื่อออกมือ
ไม้สั่นด้วยความกลัว
หนิงอันจึงได้เดินเข้าไปตรวจอาการของหญิงงามที่
พยายามอดทนต่อความเจ็บปวดที่ตีขึ้นมาเป็นระลอก ๆ
“พี่สาวท่านอดทนหน่อยนะเจ้าคะ” หนิงอันพูดปลอบ
พลางเทนํ้าตกสวรรค์จากถุงหนังใส่ในแก้วส่งให้ผู้ที่กำลังกึ่งนั่งกึ่ง
นอนดื่ม
“ข้าเหมือนจะดีขึ้นบ้างแล้ว” เหลียนเซียวจื่อเย่พูดขึ้น
หลังจากได้รับนํ้าดื่มที่หนิงอันยื่นให้
“ถ้าอย่างนั้นข้าขอตัวไปเปลี่ยนเสื้อผ้าและทำความ
สะอาดร่างกายก่อนนะเจ้าคะ ในระหว่างนี้ท่านก็ฝึกหายใจตามที่
ข้าเคยแนะนำไปก่อน” “ได้สิ” นํ้าเสียงและใบหน้าของผู้พูดเริ่มดี
ขึ้น
183
เมื่อหนิงอันเปิดประตูออกมา นางก็เห็นร่างเล็ก ๆ ของ
เด็กทั้งหกคนยืนรอกันอยู่ด้านนอกอย่างกระวนกระวายใจ
“พี่สาวอัน ท่านแม่ของข้าเป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ/ขอรับ”
สองพี่น้องฝาแฝดพุ่งตัวมาถามหนิงอันสีหน้าไม่สบายใจ
“พวกเจ้าไม่ต้องเป็นห่วงนะ ข้าจะดูแลแม่ของเจ้าอย่างดี
ตอนนี้ข้าขอไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน” หนิงอันปลอบใจเด็กทั้งคู่
ก่อนที่เจ้าตัวจะเดินไปยังห้องด้านข้างที่มีเสื้อผ้าของตนอยู่ในนั้น
และเมื่อเดินกลับออกมา นางก็รีบเดินเข้าไปภายในห้อง
รอคลอดของเหลียนเซียวจื่อเย่ เวลาผ่านไปมากกว่าสามชั่วยาม
แห่งการรอคอย ทั้งคนในห้องและภายนอกต่างก็ได้ยินเสียงร้อง
ของเด็กทารกแผดจ้า
ชุนเทียนกับชุนหงกอดกันแน่นอย่างดีใจ เมื่อได้ยินเสียง
ร้องของน้องน้อย “พี่หมิง ท่านแม่คลอดน้องของข้าออกมาแล้ว”
เด็กชายพูดขึ้นนํ้าเสียงเต็มไปด้วยความตื่นเต้นระคนดีใจ
หมิงหมิงหัวเราะ “ข้ารู้แล้ว เสียงร้องดังปานฟ้าจะถล่ม
ท่าทางน้องของเจ้าทั้งคู่จะแข็งแรง”
184
ในขณะที่เด็กทั้งหกกำลังดีใจ ประตูห้องคลอดก็เปิดออก
จากฝีมือของหญิงรับใช้ โดยมีบ่าวรับใช้อาวุโสในอ้อมแขนมีห่อ
ผ้าสีแดงเดินตามออกมา
“แม่นม น้องของข้าเป็นชายหรือหญิงเจ้าค่ะ/ขอรับ” สอง
พี่น้องถามขึ้นกับหญิงวัยกลางคนนํ้าแฝงไปด้วยความตื่นเต้น
“เป็นองค์หญิงน้อยเพคะ” หญิงวัยกลางคนตอบพลางย่อ
เข่าลงเพื่อให้เด็กทั้งสองได้มองเห็นหน้าน้องน้อยได้ถนัด
“น้องของข้าน่ารักเหลือเกิน” เด็กทั้งสองพูดพร้อมกันด้วย
รอยยิ้ม
และเมื่อหนิงอันจัดการบาดแผลและทำความสะอาด
หญิงงามผู้สูงศักดิ์เรียบร้อย เจ้าตัวก็เดินออกมาหมายจะกลับไป
พักยังห้องด้านข้าง “พวกเจ้ายังไม่ไปพักผ่อนกันอีกหรือ”
“ยังขอรับ พวกข้ารอพี่สาวอยู่” หมิงหมิงเป็นคนตอบ ส่วน
สองพี่น้องฝาแฝดหลังจากเล่นกับน้องสาวคนเล็กได้เพียงชั่วครู่
แม่นมก็ได้นำเด็กน้อยที่อยู่ในห่อผ้าเดินไปอีกห้องที่เตรียมไว้
หนิงอันจึงได้ถามเด็กทั้งหมดออกมาอีกครั้ง “พวกเจ้ากิน
ข้าวกันหรือยัง” “ยังเลยขอรับ พวกเรามัวแต่กังวลจึงยังไม่มีอะไร
ตกถึงท้องเลย จะว่าไปตอนนี้ก็เริ่มหิวแล้ว”
185
คำตอบของชุนเทียนได้เรียกรอยยิ้มอย่างเอ็นดูของคนที่
ได้ยิน ก่อนที่บ่าวรับใช้จะรีบไปจัดโต๊ะและยกอาหารที่แม่ครัวทำ
ร้อน ๆ ออกมา
หลังจากเด็กทั้งเจ็ดคนกินมื้อคํ่ากันจนอิ่มหนำ แต่ละคนก็
แยกย้ายกันไปพักผ่อน “หมิงหมิงเจ้ากลับบ้านไปบอกท่านแม่
ด้วยนะ พี่จะอยู่ที่นี่สักพัก” หนิงอันสั่งความกับน้องชายเมื่อเจ้าตัว
เดินออกมาส่งเขา กับเด็กอีกสามคนหน้าเรือน
“ขอรับ”
หลายวันต่อมาหลังจากที่ร่างกายของหญิงสูงศักดิ์ฟื้นตัว
ได้เป็นปกติดีรวมถึงองค์หญิงตัวน้อยไม่มีอะไรน่าห่วง
หนิงอันจึงได้กลับมาดูแลสวนของตนเช่นเดิมและคอยไป
ตรวจอาการของเหลียนเซียวจื่อเย่เป็นระยะ ๆ
งานของหนิงอันไม่ได้มีเพียงดูแลพืชไร่ของตนเท่านั้น
เพราะนางกับฉู่เกอกำลังช่วยกันเตรียมยาเป็นจำนวนมากเพื่อ
เตรียมรับโรคระบาดที่อาจจะเกิดขึ้นได้หากภัยแล้งมาถึง
“อันอัน เจ้าคิดว่ามีความเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน
เกี่ยวกับโรคระบาดที่กำลังจะมาถึง” นํ้าเสียงของชายชราค่อนข้าง
กังวลอย่างเห็นได้ชัดเจน
186
“ท่านอาจารย์ปู่ใหญ่เชื่อข้าเถอะเจ้าค่ะ ว่ามีความเป็นไป
ได้มากทีเดียว แต่ข้าไม่รู้ว่ามันจะหนักหรือไม่” หนิงอันตอบแบ่ง
รับแบ่งสู้
ทั้ง ๆ ที่ภายในใจของเจ้าตัวนั้นวิตกไม่น้อยกว่าผู้ถามเลย
หากตามที่นางเคยศึกษามาโรคระบาดที่มากับภัยแล้งนั้น
ค่อนข้างรุนแรงทีเดียวสามารถกลืนชีวิตของผู้คนได้ทั้งเมือง
ทีเดียว
กระนั้นในโลกแห่งนี้เป็นโลกในนิยาย ไม่มีใน
ประวัติศาสตร์ ทำให้เธอตอบไม่ได้เหมือนกัน
“ในเมื่อเจ้าพูดมาอย่างนี้ ข้าก็จะช่วยสุดความสามารถ
นั่นแหละ ว่าแต่เจ้าไปทำของอร่อยมาให้ข้ากินสักหน่อยเถอะอุ่น
สุราเย่จื่อมาให้ข้าด้วยสักกาจะดีมากพูดแล้วมันเปรี้ยวปาก”
“ได้เลยเจ้าค่ะ ท่านอยากจะให้เรียกอาจารย์ปู่รองมารํ่า
สุราด้วยหรือไม่ข้าจะไปตามมาให้” “ก็ดีเหมือนกัน เจ้านั่นก็ช่วย
เจ้าคัดวิธีการเพาะปลูกอยู่หลายวันทีเดียว เรียกมาผ่อนคลายสัก
หน่อยก็นับว่าไม่เลว” ฉู่เกอยกยิ้มตอบโดยไม่คิดปฏิเสธ
187
แม้หนิงอันจะยุ่งวุ่นวายทว่างานในไร่ในสวนรวมถึงการ
เก็บเกี่ยวแตงโมก็ไม่มีติดขัด รวมถึงไม่ต้องกังวลว่าจะต้องนำ
แตงโมไปขายที่ไหนเพราะลูกค้าเจ้าเดิมได้พากันมารับซื้อถึงที่
อีกทั้งยังมีพ่อค้าเร่จากต่างถิ่นที่ได้ข่าวก็ยังพากันมารอ
อีกหลายรายทำให้แตงโมที่ยังไม่ทันได้เก็บก็ถูกจับจองไว้เป็น
จำนวนมาก
และเมื่อแตงโมผลใหญ่มีคนนำไปขายถึงเมืองหลวง
เทียนชุนเยว่หลงลิ่วกับเหลียนเซียวมู่ตงจึงได้รู้ว่าพวกเขาพลาด
อะไรไป ทว่าแต่สิ่งที่พวกเขาไม่รู้ก็คือหลังจากมีแตงโมออกมาขาย
ได้เพียงไม่กี่วัน
หนิงอันก็ได้ส่งแตงโมกับพันธุ์พืชที่ตนปลูกได้อีกหลาย
อย่างมากับเรือลำใหญ่ “นายน้อยขอรับ คุณหนูหยูมีจดหมายมา”
หลินเจ๋พูดขึ้นพร้อมกับนำจดหมายที่เพิ่งได้รับ มาส่งให้
ชายหนุ่มผู้ที่กำลังนั่งอยู่ในห้องตำราสีหน้าเคร่งเครียด
เหลียนเซียวเปิดจดหมายอ่านก่อนที่จะยิ้มออกมาที่น้อง
น้อยไม่ลืมตน “หลินเจ๋ เจ้าไปนำแตงโมมาให้ข้าสักห้าตะกร้าส่ง
เข้าวังไปสักสอง อีกสองนำไปให้คนของเราที่โรงฝึก เหลืออีกหนึ่ง
นำมาไว้ที่จวน
188
นอกนั้นให้รีบขาย ส่วนเมล็ดพันธุ์ที่ได้มาให้นำไปแจกจ่ายแก่
เจ้ากรมการเกษตร อย่าลืมบอกเขาด้วยว่าให้ทำตามทุกขั้นตอน
ในนี้ทั้งหมดอย่าได้ละเลยโดยเด็ดขาด” ชายหนุ่มพูดขึ้นพร้อมกับ
ส่งสมุดทำมือเล่มบางที่อยู่ในซองออกไป
“ขอรับ”
คล้อยหลังผู้ติดตามหนุ่มจากไป เหลียนเซียวมู่ตงก็ก้ม
หน้าทำงานของตนต่อ ซึ่งงานที่ตนได้รับมอบหมายมาก็เกี่ยวกับ
เรื่องของการเตรียมรับมือกับภัยแล้งที่จะมาถึงนั่นเอง
ในเรื่องนี้ทำให้ทั้งตัวเขาและฝ่าบาทค่อนข้างปวดเศียร
เวียนเกล้าไม่น้อยย้อนกลับไปเมื่อสองวันก่อน
ภายในห้องพระอักษรของผู้เป็นใหญ่ ชายหนุ่มกำลังนั่ง
หน้านิ่วคิ้วขมวดด้วยความไม่พอใจหลังจากอ่านฎีกาฉบับหนึ่ง
“เสี่ยวตงเจ้าคิดว่าข้าควรจัดการเรื่องนี้เช่นไรดี”
เหลียนเซียวมู่ตงผู้กำลังยกถ้วยชาขึ้นมาเป่าเลิกคิ้วขึ้นสูง
ก่อนที่เจ้าตัวจะยกถ้วยชาร้อนเข้าปากจิบอย่างใจเย็น
“มันเป็นเรื่องธรรมดาที่จะมีทั้งคนเชื่อและไม่เชื่อไม่ใช่
หรือพ่ะย่ะค่ะ หากเมืองใดไม่เชื่อพระองค์ก็ให้มีราชโองการลงไป
189
ว่า ถ้าหากเกิดเรื่องขึ้นผู้ที่เป็นเจ้าเมืองจะต้องรับผิดชอบในความ
เสียหายที่ตามมา
ข้าก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าจะมีใครกล้าเสี่ยงที่จะเอาชีวิตของตน
รวมถึงคนภายในครอบครัวมาล้อเล่น” ชายหนุ่มอายุมากกว่าวาง
ถ้วยชาในมือลง
“เป็นความคิดที่ดี ส่วนเมืองไหนที่พร้อมทำตาม ข้าจะส่ง
คำแนะนำที่ได้มาจากอันอันไปให้และให้พวกเขารีบดำเนินการ
ว่าแต่พันธุ์พืชที่เจ้าได้มาจากทางใต้นั้นได้ให้เจ้ากรมการเกษตร
ปลูกดูหรือยัง
ผลที่ได้เป็นอย่างไรบ้าง” เหลียนเซียวมู่ตงถอนหายใจ ก่อนที่เจ้า
ตัวจะตอบออกไปอย่างตรงไปตรงมา
“มันฝรั่งไม่มีปัญหาพ่ะย่ะค่ะ แต่สำหรับข้าวโพดนั้นไม่
ค่อยเติบโตเท่าที่ควรอีกทั้งต้นยังแคระแกร็น ปล้องสั้น”
“เจ้าได้ลองปลูกตามที่อันอันแนะนำมาหรือไม่” เทียนชุน
เยว่หลงลิ่วย้อนถาม
“กระหม่อมยํ้าไปแล้วว่าให้ทำตามคำแนะนำอย่าง
เคร่งครัด อีกทั้งยังไปตรวจดูด้วยตนเอง กระนั้นพวกเขาก็ยังไม่
เข้าใจว่ามีความผิดพลาดตรงไหนพ่ะย่ะค่ะ”
190
เรื่องนี้จึงเป็นสาเหตุที่เหลียนเซียวมู่ตงจำต้องส่ง
จดหมายด่วนไปให้หนิงอันอันผ่านไป๋ไป๋ และในวันนี้เด็กหญิงคน
นั้นก็ได้ส่งวิธีมาให้อีกครั้ง
191